memo : ไหล

ธันวาคม 11, 2013

P1170410

 

"ถ้าไม่รั่วไหลไปทางใด ที่ปลายสายย่อมมีน้ำไหลออกมาแน่นอน"
๑๑ – ๑๒ -๑๓

memo : ทาง

ธันวาคม 10, 2013

P1170402

ทางเดินมันก็มีหลายสายให้เดินหรอก มีทั้งที่ถูกเตรียมไว้แต่แรก และที่ต้องจัดสร้างมันขึ้นมาด้วยตนเอง แต่ไม่ว่าจะเป็นหนทางสายใด มันก็มีความยากลำบากในทางของมัน ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆหรอก

แม้ทางที่มีอยู่เดิมแล้ว เอาแค่จะเดินขึ้นไปก็ยังเล่นเอาหอบกันเลยทีเดียว

 

๑๐ ๑๒ ๒๕๕๖

memo : thePURSUIT of HAPPYNESS

ธันวาคม 4, 2013

P1170382

the PURSUIT of HAPPYNESS

แผ่นหนังเรื่องนี้อยู่ติดกระเป๋าหลังรถมาหลายเดือนแล้ว แรกที่ดูจบอยากจะเอาให้น้องชายได้ดูต่อ จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้มีโอกาสส่งให้ถึงมือสักที

เรื่องราวของครอบครัวหนึ่ง การลงทุนครั้งยิ่งใหญ่และผลตอบแทนที่ดูเหมือนจะผิดความคาดหมายจากต้นทุนที่ลงไป

เพราะความเป็นผู้ชาย ความเป็นสามี ความเป็นพ่อ ทั้งสามอย่างรวมกัน ทำให้เมื่อเขาต้องอยู่ต่อหน้าลูกชาย หน้ากากที่มีแต่รอยยิ้มก็ถูกสวมใส่เพื่อปกปิดความสิ้นหวัง ความอ่อนล้า เจ็บปวด ความรักที่มีต่อลูกนั้นยิ่งใหญ่เสมอ

อธิบายยืดยาวเท่าไหร่คงไม่เท่ากับการรับรู้รับชมด้วยตนเอง วันพ่อที่จะถึงนี้ คนเป็นพ่อ คนเป็นลูกหาหนังเรื่องนี้เปิดดูด้วยกันน่าจะมีความสุขดีไม่น้อย…

letter : เลือก

กุมภาพันธ์ 28, 2013

สวัสดียามค่ำครับคุณอา

นานมาก นานเหลือเกินครับคุณอานับจากจดหมายฉบับแรกในที่แห่งนี้   ใช้คำว่าจดหมายคงไม่ผิด เพราะนี้เป็นการเขียนถึงกัน หาได้เป็นบทสนทนาแบบคำต่อคำ ประโยคต่อประโยคทันเวลาทันที

วันเวลาแห่งการสาบสูญของตัวหนังสือนั้นจำไม่ชัดเท่าไรครับ หากแต่น่าจะมีปริมาณร่วมสองปีถึงเกือบสามปีทีเดียว  เหตุผลหลักใหญ่มีเพียงประการเดียวคือ โครงสร้างการบริหารจัดการเวลาชีวิตผิดแผกแปลกไปจากเดิม  สิ่งที่เคยกระทำยามปกติล้วนแล้วถูกหักล้างทำลายด้วยกิจวัติประจำวันรูปแบบ ใหม่โดยสิ้น

การมีความรักและคนรักทำให้เราสามารถปรับเปลี่ยนอะไรหลายต่อหลายอย่างเพื่อ ที่จะรักษามันไว้ คำว่า ‘เลือก’ มักถูกขยายใหญ่ขึ้นในสถานการณ์เช่นนี้

การอยู่เพียงคนเดียวนั้นก็ใช่ว่าจะไม่เป็นคนไม่เลือก หากแต่การเลือกอะไรสักอย่างในแต่ละครั้งยังไม่วุ่นวายปวดใจ รำคาญใจ ทรมานใจเท่ากับการเลือกอะไรสักอย่างเพื่อให้เหมาะสมสำหรับคนสองคน

ผม และ เธอ

เหมือนการรื้อถอนปรับปรุงพื้นที่ใช้สอยของอาคารใหม่ทั้งหลังละครับ ฝุ่นตลบ ไม่เป็นอันทำอะไรนอกจากเปลี่ยนโน้นปรับนี้ย้ายนั้นย้ายนี้ จนบัดนี้ ผมเองได้ย้ายจากกรุงเทพมาอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด จากเคยทำงานประจำเช้าไปเย็นกลับค่ำอ่านหนังสือ ตอนนี้กลายเป็นผู้มีเวลาแต่ไม่ค่อยจะมีกินเท่าไหร่ (ฮา)

แต่ก็ยังรู้สึกดีกับการเปลี่ยนแปลงครับ หลายสิ่งหลายอย่างที่มองไม่เห็น มองผ่านข้ามไปทุกวันพลันปรากฏชัดเจนเมื่อตอนที่เราเดินออกดูจากภายนอกเข้าไป ด้านใน แปลกใจ ตกใจ อ่อนใจ เหนื่อยใจอยู่บ้าง แต่ความกดดันน้อยลง คงเป็นเพราะเงื่อนไขหลายอย่างนั้นเราสามารถบริหารจัดการเองได้อย่างเต็มไม้ เต็มมือ

การทำงานประจำ การเป็นพนักงาน หน้าที่หนึ่งของงานคือ สร้างประเด็นเพื่อชี้ให้เห็นผลดีผลเสียผลต่างระหว่างการต้องเลือกสิ่งใดสิ่ง หนึ่ง บ่อยครั้งมักเกิดกรณีที่ผู้มีอำนาจที่จะตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้ายกลับเลือก หนทางอีกสายที่ไม่ว่าจะกลับหัวพลิกตัวคิดไปมายังไง ก็ไม่สามารถทำความเข้าใจได้ว่า

“เลือกไปได้ยังไง(วะ)”

ยกตัวอย่างครับ  ในงานก่อสร้างอาคารหลังหนึ่ง มีผู้รับเหมางานระบบอาคารนำเสนอราคาต่อผู้ว่าจ้าง 2 เจ้าด้วยกัน โดยหน้าที่ของผมซึ่งเป็นคนกลางระหว่างเจ้าของงานและผู้รับเหมา เรามีหน้าที่ประเมินเปรียบเทียบให้เห็นถึงข้อดีข้อด้อยของผู้รับเหมาทั้งสอง

ทั้งอ่านเอกสารที่ทั้งสองส่งมาให้ตรวจสอบ บางอย่างคิดบางอย่างไม่รวมอยู่ในราคาที่เสนอมา วงเมฆและขีดเส้นเน้นสีสะท้อนแสงให้เจ้าของเงินได้รับรู้ว่า เฮ้ย!!นี่คือความแตกต่าง คนหนึ่งเสนอราคาถูกกว่าแต่ไม่ได้รวมราคาอุปกรณ์อย่างอย่างสามสี่ชิ้น ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่จำเป็นเหลือเกินในการก่อสร้างอาคารให้สมบูรณ์

อีกคนหนึ่งเสนอราคาแพงกว่าแต่คิดราคาครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่ปรากฏในแบบ พิมพ์เขียวและรายการประกอบแบบ นอกเหนือจากปริมาณงานแล้วผมเองยังต้องเข้าไปตรวจสอบดูการทำงานจริงของทั้ง สองเจ้า ดูทีมที่จะเข้ามาทำ ความพร้อม มาตราฐานต่างๆ จากนั้นสรุปแล้วเสร็จเป็นเอกสารนำเสนอเปรียบเทียบให้เจ้าของงานตัดสินใจ

บ่อยครั้งที่เจ้าของเงินตัดสินใจขัดแย้งกับข้อมูลที่นำเสนอ และผลสุดท้ายงานดำเนินไปและเกิดปัญหาตามมาตามตำแหน่งที่ผมระบุไว้ในเอกสาร ทุกประการ งานนั้นเป็นครั้งแรกที่ได้ขึ้นศาลครับ ประสบกาณ์ใหม่และขอให้เป็นครั้งสุดท้ายครับ ไม่อยากขึ้นบ่อย

และมันก็เกิดขึ้นอีกครับ ในองค์กรที่เป็นพนักงานอยู่ ผู้เป็นเจ้านาย บ่อยครั้งมีความประมาทและความถือ.. อะไรบางอย่างละที่ผมยังไม่สามารถนิยามออกมาได้ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันคืออะไร ตลอดเวลาผมจะมองย้อนกลับมาที่ตัวเองเพื่อพิจารณาว่าพลาดตรงส่วนไหน ไตร่ตรองแล้วเล่าจนเข้าขั้นว่า งงเป็นไก่ตาแตกถึงการตัดสินใจของคนสมัยนี้  ถามว่าตอนนี้ออกมาทำงานอิสระและยังเจอเหตุการณ์แบบนี้มั้ย  ครับ. ตอบเต็มปากเต็มนิ้วที่จิ้มกดอยู่ตรงนี้เลยว่า

ก็ยังเจออยู่ครับ

ที่ไหนก็มีเรื่องให้เราแปลกใจได้เสมอ ผิดต่างกันตรงที่ว่า การทำงานอิสระทำให้กำหนดทิศทางการรับมือกับปัญาหาได้ง่ายกว่าการเป็นลูกจ้าง บ่อยครั้งที่ต้องจำทนปฏิบัติตามนโยบายที่พิกลพิการ  แต่พอปรับเปลี่ยนตนเองมาบริหารจัดการเอง ตัดสินใจเอง แม้ไม่ใช่เรื่องราวใหญ่โตโอฐานเหมือนงานเดิมที่เคยทำ แต่ความรู้สึกภูมิใจในสิ่งที่ทำนั้นแตกต่างกันเยอะ

ช่วงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏการอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมคิดถึงเรื่องราวข้างต้นที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คง ไม่พ้นเรื่องของการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. แน่นอนครับผมไม่มีสิทธิ์เลือก เนื่องจากเป็นคนต่างจังหวัดแม้จะเคยอาศัยอยู่มานานนับสิบปี

การได้เฝ้ามองเฝ้าดูผู้สมัคร และผู้มีสิทธิ์เลือกได้ต่อสู้กันทางความคิด หรือ ทางอะไรก็ตามที่กำลังพยายามทำกันอยู่นั้นทำให้อดคิดติดตามไม่ได้ว่า

หากผู้สมัครเป็นเหมือนผู้รับเหมา ที่อาสาเข้ามารับใช้ประชาชนโดยมิได้หวังผลกำไรตามหลักเศรษฐศาสตร์

หากประชาชนคือผู้เป็นเจ้าของโครงการ เจ้าของเงินที่จะต้องจัดสรรจ่ายให้กับผู้รับเหมาเพื่อนำไปพัฒนาสิ่งต่างๆ ให้เป็นรูปธรรมตามนามธรรมที่เฝ้าแถลงกันไว้

แล้วคนที่จะเข้ามาจัดการ แยกแยะ ชี้วัดข้อดีข้อเด่น ของแต่ละคนละมีมั้ยครับ อ่อ!.. มีครับ เยอะด้วย แต่จะเชื่อใครละ ก็เยอะซะขนาดนั้น แถมมีเป็นของใครของมันเสียด้วย โต้ตอบกันไปมาจนเหมือนจะเป็นปัญหาระดับประเทศไปแล้ว มันส์กว่าตอนเลือกตั้งนายกเสียอีกแนะ

คนต่างจังหวัดอย่างผมได้แต่นั่งมองตาปริบๆ

ต่างจังหวัดไม่มีเลือกตั้งผู้ว่า มีแต่เลือก สจ. อบต. ตลอดจนที่เขาเรียกว่า นายกเล็ก การแข่งขันก็มีบ้าง แต่ต่อสู่กันอย่างเงียบๆ จะมีดังบ้างก็คงเป็นเสียงปืนไม่กี่นัด แล้วทุกอย่างก็เงียบไป เงียบพอๆ กับที่ไม่รู้ว่าใครมาเป็นผู้ว่า และ ออกจากตำแหน่งไปเสียตั้งแต่เมื่อไหร่

อยู่กรุงเทพมานาน พอกลับมาอยู่บ้าน บ่อยครั้งที่รู้สึกว่าตนเองเป็นคนแปลกถิ่น ดีอย่างคือรู่แปลกหูแปลกตาแปลกใจอยู่ตลอดเวลา ไว้วันไหนมีเวลาอย่างวันนี้ผมจะค่อยๆยกมาเล่าให้คุณอาอ่านครับ

ตอนนี้ดึกแล้ว ถึงเวลาเลือกระหว่าง จะนั่งทำงานต่ออีกหน่อย หรือจะลงไปหาอะไรดื่มให้อุ่นท้องก่อนจะท่องนะโมสามจบแล้วโผลงเข้าหาผ้าห่ม หลับนอนนะครับ

วันนี้เท่านี้ก่อนครับ

ขอให้คุณอาสุขภาพแข็งแรง หากมีโอกาศได้เลือกสิ่งใดขอให้ได้สมปราถนานะครับ

: )

memo : พาหะ

กุมภาพันธ์ 28, 2013

 DSC_7994

แปดโมงครึ่ง

เศษนาทีเล็กน้อยกำลังเพิ่มตามการก้าวไปข้างหน้าของเข็มนาฬิกา

เสียงน้ำร้อนเดือดดันอากาศจนกลายเป็นเสียงหวีดร้องที่ปลายปากของกาต้มน้ำ

เสียงหวีดแหลมไม่มีทีท่าจะหยุด บ่อยครั้งเคยนึกสงสัยว่าเสียงนั้นจะกรีดแหลมยืดยาวเพียงใด ความแหลมแสบแก้วหูจะเน้นเข้มหรือจางลงเพียงไหน หากปล่อยให้มันได้ใช้เวลาเติบโตไปเรื่อยๆ

น้ำในการะเหยกลายเป็นไอ เปลี่ยนสถานะและย้ายถิ่นฐานจากการถีบไล่ของเตาร้อน
ความอดทนไม่เพียงพอให้ความอยากรู้บรรลุถึงจุดสุดยอด

หยอดน้ำร้อนลงแก้วกาแฟขนาดพอดีมือ มวลใยใสขาวบอบบางพวยเรื่อไหวไปมาประหนึ่งนางคณิกาเริงระบำ พรายน้ำดันกายขึ้นแตะผิวแล้วสังหารตัวเองทิ้งโดยการแตกตัว

ผงกาแฟถูกตักขึ้นจากบรรจุสถาน เม็ดแรกดิ่งทะยานอย่างขุนศึกผู้ฮึกเหิม พลทหารสีน้ำตาลในชุดเดียวกับขุนพลติดตามผู้นำอย่างใกล้ชิด พวกมันจมหายแล้วมลายเป็นเนื้อเดียวกัน

ช้อนสเตนเลสวนเวียนตามเข็มนาฬิกาที่ก้นถ้วย ทั้งหวะคงที่และรับรู้ความร้อนที่ส่งผ่านมาถึงปลายนิ้ว

นอกหน้าต่างไม่มีเงาแดด ลมพัดใบไม้เสียดสีกัน ความชื้นมาพร้อมความเย็น ความเย็นบ่อยครั้งเป็นพาหะของความเกียจคร้าน ยืนคอยท่าอยู่หน้าบ้าน

มันสามารถเข้ามาได้ – เหมือนผี

แต่มันไม่เข้ามา สันดานติดตัว มันไม่ชอบนักที่จะถือวิสาสะพาตนเองเข้ามาในเรือนผู้อื่นโดยเจ้าของบ้านมิได้เชื้อเชิญ มารยาทสูงส่งจนน่าอาเจียน

กองทัพสีน้ำตาลเข้มโห่ร้องคึกคัก พวกมันสานสลายกลายเป็นกองทัพเหลวอันร้อนอุ่น มือกุมถ้วยไว้สองข้าง ประคองนิ่ง

เจ้าความเกียจคร้านยืนรออยู่ที่เดิม ส่วนถ้วยกาแฟวางอยู่บนโต๊ะทำงานแล้ว

นาฬิกาเดินไปข้างหน้าเสมอ

ในขณะที่ตัวมันเอง

ไม่เคยไปไหน

memo : ชีส

กุมภาพันธ์ 27, 2013

เช้าวันนี้

ตื่นมาล้างหน้าชำระฟันเรียบร้อยลงมาดาวไข่สองฟองใส้กรอกชีสอีกสอง

ไข่สองฟองดาวในกระทะร้อน เสียงน้ำมันร้อนสังสรรกับเม็ดอากาศที่ดิ้นพราวพรายจากก้นกระทะขึ้นมายังผิวเบื้องบน

ใบหนึ่งไข่แดงคงรูปสวยงาม ใบหนึ่งไข่ขาวทาบซ้อนจนสุกคล้ายเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่อาจแยกออกจากกันได้เมื่อสุกเต็มที่

ไส้กรอกชีส..

"ไส้กรอกอะไรครับ?"

"ชีส!"

"เปล่า หมายถึงว่า หมูหรือไก่?"

คนขายทำหน้าหน่ายเหน็ด สายตาเด็ดปลายดอกหญ้าหลังร้านและขณะเดียวกันสานสัมพันธ์กับเจ้ามือหวยท้ายตลาดในวันแห่งความหวัง

"ชีส!"

ไส้กรอกชีสที่ไม่รู้ว่าหมูหรือไก่ และไม่ได้แสดงสถานะใดๆในบรรจุภัณฑ์ของมันกลิ้งไปมาในน้ำมันที่ผลัดกันกับไข่ดาวเมื่อคราวครู่

สีดูน่าทานในขณะที่รสชาติพอเดาออกว่าเป็นใส้กรอกชีส แต่ไม่รู้จริงๆว่าไก่หรือหมู

โอเค. ชีส!