Archive for the ‘some day’ Category

โกธิคธานี : (1) โอกาส

สิงหาคม 31, 2011

DSC_7502

(1) โอกาส

อาจารย์ท่านหนึ่งเคยบอกกับเขาว่า โอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี โดยเฉพาะเรื่องดีๆนั้น เมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว อย่าเสียเวลาคิดคำนวณเลยว่า จะมีโอกาสที่ดีกว่านี้อีกหรือเปล่า

"เพราะิสิ่งที่เราคิดว่ามันน่าจะดีกว่า ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไร"

ดังนั้นแล้ว ตรงหน้าขณะนี้คือโอกาสที่จะได้เดินทางไกล ไปพบเห็นพื้นที่และผู้คนที่แตกต่างจากที่เคยพบเจอในวันเวลาสามัญ

DSC_7363

๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๔

การเดินทางเริ่มต้นนับตั้งแต่ที่เท้าข้างหนึ่งก้าวขึ้นเครื่องบิน อีกข้างหนึ่งก็ก้าวตามติดกันมา ภายในห้องโดยสารเครื่องบินเปิดไฟสว่าง ภายนอกเป็นความืดมิดประมาณห้าทุ่มกว่าในเวลาท้องถิ่น ล้อเครื่องบินยังแตะพื้นรันเวย์นิ่งไม่ขยับไหว ใครอีกหลายคนเดินต่อแถวเข้าที่นั่งตามหมายเลขที่ระบุไว้ในตั๋วเครื่องบิน

กระจกมองออกสู่ภายนอกทำให้เห็นแสงไฟของลานบินเต็มพื้นที่ ในระนาบของการมองเห็นนั้น แสงไฟดูไปเหมือนไม่ได้ถูกจัดเรียงให้เป็นระเบียบ บางดวงสว่างไสวนิ่ง บางดวงวาบขึ้นและดับลงเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอ

แอร์โฮสเตสเดินแจกหูฟังสำหรับใช้ระหว่างเดินทาง เขานั่งมองดูสิ่งต่างๆภายนอก นานจนทุกอย่างเริ่มเคลื่อนไหวในขณะที่ตัวของเราอยู่นิ่งเฉยตรงที่นั่ง ดวงไฟที่ไร้ระเบียนเมื่อสายตาเคลื่อนผ่านไปในอีกมุมหนึ่ง ก็กลับเห็นว่า แท้จริงแล้วมันถูกจัดวางให้เรียงรายเป็นแนวยาว จากจุดหนึ่งไปหาจุดหนึ่ง จนเครื่องบินยกระดับความสูงขึ้น จุดต่างก็ดูเล็กลงไปเรื่อยๆ จากน้อย จุดแสงไฟเริ่มมากขึ้นมากขึ้น

เหมือนดวงดาวทั่งฟ้าหล่นลงไปอยู่เบื้องล่าง เขาไม่เคยมีโอกาสได้เห็นแสงไฟของเมืองในยามค่ำคืนได้มาเท่านี้ เมื่อยกกล้องถ่ายถ่ายภาพขึ้นเพื่อเก็บบันทึกสิ่งที่พบเห็นไว้ กลับได้เพียงเส้นแสงที่ทอดยาวตามการเคลื่อนที่ของเครื่องบิน

DSC_7417

เขาถอนใจยาวด้วยความเสียดายภาพที่เห็นตรงหน้าไม่อาจจะเก็บเกี่ยวเอาไว้ได้ เวลาเคลื่อนอย่างเชื่องช้า เห็นแสงไฟดวงเล็กๆเคลื่อนตัว เหมือนกันกับที่คนเราเวลามองมดตัวน้อยๆค่อยๆเดินต้วมเตี้ยม

ดวงไฟในห้องโดยสารสว่างขึ้น ภาพที่อยู่หลังกระจกถูกแสงสว่างกลบหาย ผู้บังคับการบินแจ้งลูกเรือให้ทราบถึงจุดหมายความสูงจากพื้นดิน เวลาในการเดินทาง เครื่องบินลอยพ้นเมฆมาแล้ว ทุกอย่างมืดมิด หน้าต่างถูกปิดและ เวลาเดินทางยังเหลืออีกสิบชั่วโมงกว่าจะถึงสนามบินแฟรงค์เฟิร์ตในเยอรมนี

ภายในห้องโดยสาร ทุกคนกลับมาอยู่กับตัวเองและคนข้างกาย หากไม่ได้มองตัวเลขหรือเข็มนาฬิกา แสงไฟสามารถทำให้เราลืมไปว่า เราอยู่ในเวลากลางวันหรือกลางคืน และพวกเขาเหล่านั้นได้ออกเดินทางไปในโลกส่วนตัวอีกครั้ง ด้วยพาหนะที่แตกต่างกัน   ส่วนตัวเขาเองขณะนั้นรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เห็นสิ่งต่างๆเบื้องล่าง  เขาคิดว่า

โอกาสไม่ได้เกิดขึ้นได้บ่อยครั้งจริงๆ _ เขาถอนใจยาวอีกครั้ง

DSC_7454 

ตอนต่อไป : (2) ไรน์ แม่น้ำที่ไหลจากทิศใต้ขึ้นเหนือ

Advertisements

some day : แตรรถยนต์ – equalizer

สิงหาคม 1, 2011

DSC_8121

01-08-2554

ชุ่มฉ่ำยามบ่ายครับคุณอา

ว่าไปแล้วฝนฤดูนี้ดูยาวนานกว่าปกตินะครับ ตกกันอย่างลดแลกแจกแถมกันเลยทีเดียว  เป็นช่วงเวลาที่ชอบที่สุด(เป็นการส่วนตัว) แต่ก็เป็นสิ่งที่ทรมานสาหัสเอาการ อารมณ์ประมาณเดียวกับเมื่อตอนลงไปทำงานเซอร์เวย์อาคาร SPA นั่นละครับ

คือ งานก็ต้องทำ แต่บรรยากาศภายในนั้นชวนพักผ่อนเสียเหลือเกิน เหมือนเทวดากับซาตานฟันแทงกันอยู่ภายใน ยิ่งใหญ่ราวกับหนังฟอร์มยักษ์เรื่องทรานฟอร์เมอร์ (ว่าไปนั่น)

วาน นี้ก็เป็นอีกวันครับที่ไม่ได้ออกไปไหน ฝนตกแบบพรมน้ำมนต์ รถติดตรงหน้าหอพักเป็นทางยาว เมื่อมองระเบียงห้องก็จะเห็นถนนเป็นวงโค้งพอดี

ตำแหน่งที่ยืนอยู่นี้เห็นอะไรได้ชัดเจนที่สุดครับเวลาเกิดเรื่อง

แล้ว มันก็เกิดเรื่องจริงๆครับคุณอา ฝนตกรถติดเป็นเรื่องธรรมชาติ เสียงแตรเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามมา ผมไม่ได้ขับรถยนต์ (เพราะไม่อาจทนกับการผ่อนอันยาวนาน)  แต่ก็พอรู้ว่า แตรรถยนต์จะทำหน้าที่ของมันอยู่ ๓ เวลา หนึ่ง ก่อนเกิดเรื่อง สองหลังเกิดเรื่อง และ สาม ตอนหาเรื่อง

วานนี้ เรื่องเกิดระหว่างมอเตอร์ไซค์รับจ้าง กับรถยนต์ส่วนตนคันหนึ่ง ไม่รู้เหมือนกันว่าไปพ้องกับกรณีไหนในสามอย่างที่ผมอ้างเอาเอง แต่ที่แน่ๆ รถติดกันยาวเหยียด จากหัวโค้งจนถึงท้ายโค้ง ไอ้ที่อยู่หัวโค้งก็ไม่เท่าไหรครับ เขาอยู่ในเหตุการณ์ พอเข้าใจ ส่วนคนที่อยู่ท้ายโค้ง (พวกที่มองไม่เห็นเหตุการณ์ตรงหัวโค้ง) ก็บีบแตรส่งเสริมกันใหญ่  คล้ายเป็นกองเชียร์เร่งอุณหภูมิของเรื่องราวให้ยิ่งหนักหนาเข้าไปอีก  เสียงมันแหลมจนน่ามีเรื่องกันจริงๆครับ

ไอ้ เสียงแตรนี่ เข้าใจว่ามันเป็นคลื่นเสียงที่ทำให้ได้ยินชัดที่สุด คงไม่มีใครทำแตรเสียงเบสนุ่มๆออกมาใช้แน่นอน เพราะเป้าประสงค์ของมันคือการใช้เพื่อเตือนให้อะไรก็ตามที่ไม่รู้ตัว ได้รู้สึกตัวว่า

"มีรถยนต์กำลังเคลื่อนตัวมาชนแล้วนะ กรุณาหลบหน่อย ขอบคุณครับ"

แน่ นอนครับ ผมคิดว่าคนลั่นแตรส่วนใหญ่คิดแบบนี้กันทุกคน แต่การสื่อสารด้วยเสียงของแตรนั้น บางครั้งสื่อไม่ตรงกับความหมายที่คิดไว้สักเท่าไหร่  เหมือนกับการเขียนคำว่า

"มีปัญหาอะไรเหรอ"  บางครั้งคนเขียนอาจไม่ได้คิดอะไร แต่คนอ่านบางครั้งก็ไม่อาจแยะแยะน้ำหนักของ’คำ’ ได้ อาจสามารถเติมคำต่อท้ายไปเองว่า

"มีปัญหาอะไรเหรอวะ"  หรือ " มีปัญหาอะไรเหรอครับ"  จะต่อท้ายเอาเองด้วยคำดีๆ หรือคำหยาบๆก็สุดที่จะนึกได้ ก็คงต้องแล้วแต่สภาพอากาศของคนอ่านคนตอบนั่นละครับ (ตัวใครตัวมัน) ในเรื่องงานเขียนผมคิดว่าคนที่ถนัดชัดแจ้งในการใช้ภาษาย่อมสามารถเอาตัวรอดจากการเข้าใจผิดในการสื่อสารได้ (หากต้องการ)

กลับมาที่แตร

น่าคิดนะครับคุณอา ตรงที่ว่า ทีเครื่องเสียงติดรถยนต์เรากลับสามารถพัฒนาตัว equalizer (อีควอไลเซอร์) ให้สามารถปรับรูปแบบเสียงให้เหมาะสมกับการรับฟังเพลงในแต่ละสไตล์ได้  กับ แตรรถยนต์ที่เราใช้มันแทบทุกวันและเหมือนจะเป็นวินาทีแห่งการเกิดเรื่องเกิด ราวแล้วละก่อน กลับไม่มีใครคิดค้นวิธีลดน้ำหนักของเหตุที่จะทำให้เกิดเหตุได้  มีเครื่องคอมพิวเตอร์ประมวลเหตุการณ์ด้วยความเร็งสูงชั่ววินาที สามารถแยกแยะความหนักเบาของเหตุว่าควรใช้น้ำเสียง น้ำหนักของแตรไปในทางใด

ก็ในเมื่อคนเราเดี้ยวนี้ระบบ equalizer ภายในมันไม่สามารถทำงานได้ equalizer ภายนอกเหมือนอวัยวะเทียม ก็สมควรจะถูกคิดค้นขึ้นเสียทีนะครับ

ฝนตกไม่หยุดตั้งแต่เช้าแล้วครับคุณอา ขณะนี้ผมกำลังนั่งปรับ equalizer ภายในของตัวเอง ให้สามารถเอาตัวรอดจากบรรยากาศอันน่าพักผ่อนในระหว่างการทำงาน (โดยการอุบอิ๊บมาเขียน จม. ถึงอา)

ท้ายนี้ ขอให้คุณอารักษาสุขภาพครับ

ด้ายความเคารพยิ่งครับผม

 

 

ปล.1) นอกจากแตรรถยนต์ คุณอาว่า อะไรอีกอื่นที่เราควรติดตั้งระบบ equalizer ครับ : )

ปล.2) เรื่องที่เกิดเมื่อวาน จบลงตรงที่วินมอเตอร์ไซค์แห่กันมาลากเพื่อนของเขากลับไปทำมาหากินกันต่อครับ

some day : ต้นไม้ – คน – เวลา

กรกฎาคม 27, 2011

DSC_5856

"ต้นไม้แต่ละต้นใช้เวลาในการเจริญเติบโตนับหลายสิบปี บางต้นมีอายุมากว่าคุณเสียอีก แต่คนเราใช้เวลาคิดและทำลายในช่วงเวลาเพียงข้ามคืน"

นึกถึงคำอาจารย์ท่านหนึ่งเคยกล่าวตำหนิเล็กน้อยในวิชาออกแบบ ด้วยนักศึกษาคนหนึ่ง เก็บภาพถ่ายพื้นที่โครงการนำเสนอว่าจะใช้ในโปรเจคอาคารหลังหนึ่ง ทว่าแบบแปลนที่ออกมา กลับ ลบจุดตำแหน่งของต้นไม้ที่ปรากฎอยู่ในรูปถ่ายเสียเกลี้ยงเกลา ราวกับเป็นพื้นที่เปล่าโล่งเตียน ด้วยเหตุผลว่า พื้นที่ไม่พอ เพราะต้นไม้เยอะมาก ทว่าเหตุผลดังกล่าวถูกตีตกไปอย่างเรียบง่ายด้วยคำตำหนิเพียงประโยคเดียวที่ได้ยกมาไว้ข้างต้น

นักศึกษาคนนั้นเอากลับไปทำแบบร่างมาใหม่ โดยไม่แตะต้องต้นไม้ที่มีอยู่เดิมแม้แต่น้อย ผลออกมารูปร่างอาคารยาวเป็นเส้นขดไปมาราวกับงู อาคารบางและยาวลัดเลาะไปตามทางที่ว่างเปล่า

ในขณะนั้นเขาเรียนรู้เพิ่มเติมอีกอย่างหนึ่งว่า อาคารที่มีลักษณะผอมบางนั้น ระบายความร้อนได้ดีและ แสงสว่างสามารถส่องถึงเต็มพื้นที่ ไม่ต้องปรับอากาศ และ ใช้แสงสว่างจากหลอดไฟในเวลากลางวัน

เมื่อเรียนจบแล้วเริ่มทำงาน เวลาผ่านไปนานเท่าไรแล้ว เขาไม่เคยนับ ใช้ความรู้สึกจับเอาได้ว่า นานพอดูเหมือนกัน

DSC_6842

หลายปีต่อมานักศึกษาคนนั้นกลับไปเยือนโครงการที่เขาดูแลอีกครั้ง ภาพแรกที่พบเมื่อเท้าก้าวเหยียบผิวดิน

‘ต้นไม้’ แรกเริ่มโครงการนี้มีแต่ต้นมะพร้าว (เพราะเป็นสวนมะพร้าว) ที่เหลือก็เป็นเพียงพืชคลุมดิน เท่าที่ความจำยังทำงาน  โครงการนี้เกิดขึ้นในขณะที่เกิดเหตุการณ์สึนามิพอดิบพอดี การคงเหลือต้นไม้ในโครงการให้มากเท่าที่จะมากได้ จึงเป็นความเห็นพ้องต้องกันระหว่างคนออกแบบและเจ้าของโครงการ

ทางเดินและอาคารที่ออกแบบต่างมีสภาพบิดไปมาหลบเลี้ยวให้กับต้นไม้เจ้าถิ่น ต้นไหนใกล้ตาย เจ้าของก็ใจดีมีคนคอยเดินดูแล้วใส่ยารักษา  ดูแลกันไม่ต่างกับคนในครอบครัว

กระนั้นเอง ต้นไม้ก็ยังไม่ได้เนืองแน่นเท่าปัจจุบัน บางส่วนที่เกิดขึ้นมาจนแน่นขนัดนั้นได้มากจากการเพาะปลูกเพิ่มเติมภายหลัง ช่วงปีแรก ต้นไม้ที่นำมาลงไว้ในโครงการอาจจะดูเคอะเขินอยู่บ้าง เนื่องจากไม่ใช่เป็นต้นไม้ในพื้นที่ ลำต้นกิ่งใบออกจะไม่ได้ขนาดตามสัดส่วนที่ควรเป็น ออกจะเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับตัวอาคารและต้นไม้ดั่งเดิม

ทั้งหมดล้วนแล้วเกิดขึ้นจากน้ำมือของคนบางคน

DSC_6863

‘คน’ เขาค้นพบว่าคนบางคนรักธรรมชาติและทุ่มเทให้กับมันจนน่าอิจฉา  คนบางคนอีกเช่นกัน เห็นเศษไม้ใบหญ้าแล้วอดไม่ได้ที่จะต้องตัดรำคาญสายตาของตนเองโดยการตัดทิ้งซึ่งต้นตอของที่มา

สิ่งอำนวยความสะดวกมากมายหล่อหลอมให้ผู้คนจำนวนหนึ่งเลือกที่จะอยู่กับตัวเองมากกว่าอยู่กับธรรมชาติ ด้วยเพราะไม่ว่าจะเป็นแสงสว่างหรือความร้อนล้วนแล้วสามารถควบคุมจัดการได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส 

เขานึกถึงชายผิวเข้มคนหนึ่งซึ่งเมื่อครั้งที่โครงการยังอยู่ในช่วงระหว่างการก่อสร้างนั้น ชายคนนี้จะเดินไปเดินมารอบๆโครงการ ในมือถือแกลอนใส่น้ำยาบางอย่าง เงยหน้าแงนมองยอดต้นมะพร้าวแล้วจากนั้นจึง กระโดดเกาะที่โคนต้น ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าถีบลำต้นยันร่างขึ้นไปข้างบนที่ละช่วงตัว ไม่กี่ช่วงลมหายใจ คนที่ยืนมองอยู่เบื้องล่างก็ได้มีจังหวะระบายลมหายใจในขณะที่มองว่าชายคนนี้กำลังทำอะไรกับต้นไม้

คนงานในนี้บางคนเรียกแกว่าพ่อ บางคนเรียกแกว่าลุงเหมือนกับที่เขาเรียก ลุงคนนี้เป็นคนในพื้นที่ตั้งแต่ต้นเริ่มงานก่อสร้าง ยินว่าแกเป็นคนเฝ้าสวนมะพร้าว ต้นไม้ที่พอมีให้เห็นอยู่ในโครงการ แกปลูกเองบ้าง ดูแลบ้าง มันป่วยแกก็คอยรักษาเยียวยา

มีเรือนไม้หลังเล็กๆที่เล็กกว่ากุฏิพระในเมืองหลวงอยู่หนึ่งหลัง มีไม้กระถางและกระเช้าดอกไม้แขวนเรียงรายอยู่ตรงระเบียงด้านหน้าทางเข้าบ้าน ซึ่งจะเรียกให้ถูกคือ เป็นห้องนอนเพียงอย่างเดียวมากกว่า

รับประทานอาหารตรงชานบ้าน ประกอบอาหารตรงข้างๆไม่ไกลออกไปเท่าไรนัก ห้องน้ำห้องท่าปรับไปตามความเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่เดียวกับตัวบ้าน ยามกลางคืนเดินถือไฟฉายออกมารับลมและปลดทุกข์ เสียงน้ำทะเลเคลียคลอเสนาะใบหู จู้ฮุ๊กรู กรุ๊บกริ๊บ ไปตามประสาชาวเกาะริมเล

เวลาผ่านไปจวบจนโครงการแล้วเสร็จ เรือนไม้เล็กๆหลังนั้นถูกแทนที่ด้วยสิ่งอื่น ตามความประสงค์ของการตลาด

DSC_6867

‘เวลา’ เป็นอุปกรณ์เพาะปลูกอีกชนิดหนึ่งที่ไม่ต้องซื้อหา หากแต่เพียงว่าต้องยินยอมสละ-ละให้กับสิ่งที่เราเฝ้าคอยชื่นชมความเจริญเติบโตของมัน

ต้นไม้ใช้เวลาเพียงใดในการเจริญเติบโตและฝังรากลงพื้นดินอย่างเข็มแข็งยั่งยืน คนหนึ่งคนใช้เวลานานเพียงใดในการเจริญเติบโตและบ่มเพาะอุปนิสัยอันงดงามที่จะดำรงตนอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยกับธรรมชาติ

เขายืนมองต้นไม้หน้าใหม่บางต้นสลับกับต้นไม้เจ้าถิ่นดั่งเดิมที่ตระหง่านเคียงคู่กันอย่างไม่เคอะเขินแปลกแยก  เวลาหลอมสิ่งเก่าและใหม่เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

สถาปัตยกรรมบางชิ้นที่มนุษย์สร้างขึ้นมาประดับเปลือกโลก มีทั้งที่ยั่งยืนและดับสลายไปตามกาลเวลา ที่ยังคงดำรงอยู่ท่ามกลางกระแสลมและการหมุนเวียนเปลี่ยนแปร ก็ได้อาศัยเวลานี่ละ เป็นเครื่องรับประกันคุณงามความดีของมัน

ต้นไม้ คน ทั้งสองต่างใช้เวลาร่วมกัน เพื่อบำรุงเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน ต้องผ่านการทดสอบมากมายเพียงใด เขามองยอดไม้สีเขียวอ่อน ลำต้นชุ่มน้ำจนเปลือกนอกมีสีเข้มในขณะที่ใบอ่อนแตกยอดแทงสอดออกมาจากข้างลำต้น

ต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไร กว่าจะแปรเปลี่ยนจากความอ่อนนิ่มเป็นความเข้มแข็งยืดหยุ่น  เขาเองก็ไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้

อาจต้องให้เวลาเป็นเครื่องยืนยันและตอบคำถามทั้งหมดที่ถูกสร้างขึ้นมา

some day : หมาหอน

กรกฎาคม 2, 2011

viva2011051

คืนนี้อากาศออกชื่นเล็กน้อย ฟ้าฝนคร่ำครวญพอประมาณให้ประชาชนกนว่าด่าทอ

‘โอ้แม่งตกได้ตกดี’ แม่ค้าขายข้าวตะเบ็งเสียงแล้วหัวร่อ เบียร์ขวดหนึ่งหล่นลงพื้น โชคดีที่ยังไม่ได้เปิดฝาเหมือนกับอีกหลายขวดที่รายเกลื่อนบนโต๊ะรับประทานอาหาร ที่ถูกกลายสถานะเป็นวงเหล่า

กินกันอย่างที่ว่าพรุ่งนี้จะไม่มีให้กิน กินไม่ให้เหลือไว้ในโลกเพราะวันพรุ่งต้องบุกเข้าตีข้าศึกหลังกำแพงเมือง ‘เพื่อนเอ๋ย เราจะไปเอาหม้อ-ข้าวกันเบื้องหน้า’ สุราถูกกรอกหาย และ ผลิตขึ้นใหม่ซ้ำซากเพียงพอต่อการบริโภคเสมอ ตราบเท่าที่คนเมายังมีชีวิตและยังสามารถติดเศษเงินไว้ในกระเป๋ากางเกงเล็กน้อย

‘ไม่มีก็แปะไว้ก่อน’ ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่อนส่งสุราอ้าแขนรับกระติกน้ำแข็งชุดใหม่ โซดา – อ้าวชงๆ  น้ำเปล่า เพรียว อ้าวๆ  ชนๆ

เขาเก็บกระเป๋าเตรียมตัวออกเดินทางกลับบ้าน คืนก่อนวันหมาหอนสุรามักขายดี เบื้องล่างที่พักมีรถตู้จากไหนไม่รู้แหล่ง แห่มาจอดเรียงรายกันเต็มเหยียดถนน ด้วยพรุ่งนี้ต้องรีบขนคนไปส่งตามบ้าน เพื่อทำหน้าที่อันเป็นสิทธิ์ชอบธรรมตามแต่กำเนิด

พรุ่งนี้หมาคงหอนกันเต็มหมู่บ้าน ด้วยเพราะคนแปลกหน้าเดินเรียงแถวเป็นกระดานเข้าบ้านใครบ้านมัน – กลับบ้านทั้งที่อ้อมกอดคงขายอีกอย่าง 

ภาพที่เห็นชินตา ลูกๆวิ่งมาเจอหน้าพ่อหน้าแม่ที่เข้ามาทำงานในเมืองกรุง  คนเฒ่าคนแก่ยืนชะเง้อมองแล้วยิ้มเห็นเส้นหมากติดไรฟัน  แสงไฟนีออนชนิดหลอดยาวส่องลานบ้านและรองเท้าเตะมากคู่กว่าที่เคยเป็นในทุกวัน  น้ำขันดีบุกกระเทาะลวดลายใส่น้ำฝนที่เพิ่งรองไว้เมื่อวาน โรยดอกมะลิเหยาะน้ำอุทัยให้สีและกลิ่นชวนชื่นใจ

เสียงใครบางคนเอ่ยเอื้อนเสวนา

พ่อเอ้ย . เป็นไงบ้างเล่า เจ้าแดงมันซนรึเปล่า อีนวลอีกคน มันอ่านออกเขียนได้อย่างพี่สาวมันรึยัง เมืองกำลังโต งานกำลังเยอะเชียวพ่อ ทำงานทั้งวันทั้งคืน ได้อีกหลายแรง นี่แม่อีนวลมันก็เริ่มหาที่หาทางตั้งร้านขายข้างแกงพอจะได้แล้ว ไม่ต้องเข็นรถโยกไปโน่นนี่  คนกินเขาเริ่มติดรสมือแม่อีนวล ข้าก็จะได้ขึ้นเป็นหัวหน้างานกับเขาเดือนหน้า กลับมาหนนี้จะมาบอกพ่อว่า จะเอาได้แดงกับอีนวลไปอยู่เสียด้วยกันทั้งหมดนี่ละ นวลมันจะได้ไปช่วยแม่มัน

ชายชราไม่พูดอะไร มือของเขาลูบไปมาบนศีรษาเจ้าตาล หมาไทยที่ไม่ได้ผ่านการประสมเทียมน้ำเชื้อเหมือนหมาราคาแพงในกรุง หยิบใบยาเส้นม้วนรีดเป็นมวนบนฝ่ามือ ชายหนุ่มผู้ลูกขยับตัวหยิบไฟแช๊ค แต่พ่อของเขาคว้าเอาไม้ขีดที่ถาดยาเส้นติดไฟเรียบร้อยแล้ว

เจ้าตาลสะดุ้งเล็กน้อยจากนั้นผละออกจากมือของชายชรา มันกระโดดลงจากแคร่ไม้ไผ่ แล้วกระโดดหน้าตั้งไปยังริมรั้วกระถิน เสียงกรอดกราดในลำคอก่อนจะเห่าใส่บางสิ่งบางอย่างที่เคลื่อนไหวในความมืด หมาบ้านอื่นขานรับเสียงเห่าของเจ้าตาล จากเสียงเห่าคำรามเป็นเสียงหอนโหยหวน

เขาเก็บของชิ้นสุดท้ายลงกระเป๋า เอาหนังสือหนึ่งเล่มยัดลงลับหายในความมืด เสียงเห่าหอนของหมา ดังประสานเสียงเพลงที่ขับออกจากปากผู้ร่ำสุรายามวิกาล จากนั้นเป็นเสียงแก้วแตก เขาผละจากกระเป๋า เดินไปปิดประตูระเบียงห้อง ปิดกระจก และเปิดเครื่องปรับและระบายอากาศ

ความเงียบขยายตัว และ จอดนิ่งสนิทในระดับที่ช่วยประทังความรำคาญ เขาทิ้งตัวลงนอนหลับตา เสียงหมาหอนกระซิบกระซาบข้างหูเขา เรื่อยไปจวบจนไม่เหลืออะไรในราตรี

some day : หาย

มิถุนายน 18, 2011

DSC_1886

เช้าวันนั้น

เขาตื่นมาพบความว่างเปล่าของอากาศเช้าริมระเบียง ความเย็นกำลังละลายหาย ความอุ่นอบอาบกระจายไปถ้วนทั่ว อุณหภูมิไต่ระดับขึ้นอย่างเงียบเชียบ บางครั้งโลกก็เคลื่อนไหวโดยไร้สำเนียง

เสียงที่ไม่อาจจับต้องยังคงบรรเลงไม่รู้วันจบ

เขาเร่งรีบบ้างในบางครั้ง หนึ่งเดียวของการกระทำก็เพียงให้เกิดความตื่นตัว ขับไล่ความง่วงเหงาออกจากบริเวณพื้นที่ของหัวใจ พื้นที่อันมีใครบางคนยึดอำนาจไว้อย่างแนบแน่น

ขณะเดินลงต่ำ จากขั้นบันใดแรกของชั้นบน ถึงจมูกบันไดขั้นสุดท้ายในไม่กี่วินาทีที่ปริ่มจะแตะตัวเลขเริ่มหนึ่งของส่วนนาที  ภาพเก่าฉายซ้ำ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมถาวร ผนัง ราวบันได ช่องเปิด สัญญาณเตือนภัย ถังดับเพลิง เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญอัตโนมัติ หลอดไฟที่เคยส่องทางเดินดับแล้ว  เมื่อแสงสว่างภายนอกทำงาน สิ่งประดิษฐ์ที่มนุษย์ได้สร้างไว้เพื่อเติมเต็มส่วนว่างของความต้องการก็ถึงเวลาพักผ่อน

แต่คนไม่เคยพักผ่อน  คนยังเดินทางผ่านวันและคืนอย่างกระหายในความว่างเปล่าเบื้องหน้า ภาพฉายของความต้องการมีสีสันและความวูบไหวแตกต่างกันหลายหลาก

จังหวะที่มือเขาเปิดประตูบานสุดท้ายก่อนออกไปสู่ภายนอกโถงบันได ขณะวินาทีนั้นความรู้สึกของเขายังคงราบเรียบอยู่กับความคุ้นชิน

ความแปลกประหลาดเกิดขึ้นหลังจากนี้..

‘จักรยานหาย’  เขาควรใส่เครื่องหมายตกใจต่อท้ายสักสามสี่ตัว (!!!!) แต่เขาก็ไม่ได้ทำ เขาเพียงยื่นนิ่งสงบตรงนั้น หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา  ไม่ได้โทรหาใครหรือถ่ายรูปสถานที่เกิดเหตุเพื่อบอกคนทั้งโลก

เขาหยิบขึ้นมาดูเวลาเพื่อที่จะได้แน่ใจว่า เขายังจะสามารถเดินทางไปถึงที่หมายได้ทันตามเวลานัด การเดินทางต้องเปลี่ยนวิธีเล็กน้อย เขาผละออกจากพื้นที่เรียกรถส่วนตัวพร้อมคนขับในราคาตามระยะทาง

ภายในห้องโดยสาร

เวลานั้นมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศระบายลมเย็น ความเย็นเยือกที่ดูจะเกินความจำเป็นไปสักหน่อยสำหรับยามเช้า รอยน้ำฝนยังคงสลักอยู่ตามพื้นผิวถนน ไฟสีแดงที่ท้ายรถด้านหน้ากระพริบตามจังหวะหยุดรถ  เขานั่งคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่

เขาไม่ได้คิดถึงจักรยานที่หาย เขาไม่ได้คิดถึงหน้าตาของใครบางคนที่ได้ถือเอาของๆเขาไปโดยไม่ได้ร้องขอ  เขากำลังคิดถึงความรู้สึกบางอย่างที่หายไปของเขา อะไร? เพราะอะไร? ความรู้สึกชนิดนั้นมันได้หายไปจากตัวเขาตั้งแต่เมื่อไหร่  ความรู้สึกรำคาญใจภายในเริ่มก่อตัว

ภาพหลังกระจกใสของรถโดยสารเริ่มมีเม็ดฝนพราวพรม ระบบปรับอากาศที่ไม่สนใจอากาศภายนอกยังทำหน้าที่ของมันไม่หยุด ความเย็นเจริญเติบโตเป็นความหนาวเหน็บ มือทั้งสองข้างของเขาสวมกอดกันและกัน  มันเคลื่อนไหวเป็นไปของมันเองอย่างที่ไม่ต้องให้สมองสั่งงาน

กับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น สมองเขาอาจมีความผิดพลาดเกิดขึ้น มันทำงานผิดปกติ เขาทบทวนอารมณ์ของตัวเองที่เกิดขึ้นในช่วงตอนนั้น ลำดับภาพที่ละเฟรม สิ่งพบครั้งแรก การถ่ายเท หรือเดินทางของอารมณ์ในลำดับถัดมา การขยายหรือหดยุบตัวของมันเกิดขึ้นรวดเร็วแม้แต่ตัวเขาเองก็แทบไม่รู้สึกถึงชั่วเวลาเพียงวินาที

เครื่องย้อนเวลาทางอารมณ์ของเขาฉายภาพเศษหนึ่งส่วนสิบของวินาที สองส่วนแรกเครื่องตัวเชื่องช้าเหมือนคนลืมหายใจ ภาพเก่าปรากฏขึ้นคือสิ่งที่เคยอยู่ตรงที่เดิม สิ่งที่เขาคิดว่าต้องอยู่ตรงนั้นเสมอ แม้อาจเปลี่ยนที่ทางไปบ้างแต่ก็ยังไปไม่พ้นเงาของตึก ลำดับภาพถัดไปสิ่งที่เขาเห็นเดินทางพ้นเวลาปัจจุบันไปในอนาคตอันผิดเพี้ยน เป็นสมมุติฐานอันก่อกำเนิดโดยประสบการณ์

ภาพที่เกิดจากเครื่องฉายที่กล้องวงจรปิดบันทึกไว้ คนดูรักษาความสะอาดและความปลอดภัย เสียงของใครต่อหลายคนที่กล่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นสุมทับลงเป็นกองเดียว กองเกะกะจนเขาเริ่มรู้สึกรำคาญตาและหาไม่เห็นแสงสว่างทางรอด ภาพของเขาเดินทางไปยังสถานีตำรวจ แจ้งความ ลงบันทึก แล้วจากนั้นภาพของเขานั่งรถรับจ้างกลับออกมายืนในที่แห่งเดิน หายใจเข้าออกอย่างเป็นปกติ  ไม่มีคนใส่ใจในการร้องขอ และความว่างเปล่ายังดำรงอยู่

เขากวาดภาพและเสียงทั้งหมดที่กองตรงหน้าทิ้งทั้งหมด  เสียงเม็ดฝนกระทบกระจเบื้องหน้าดังเปาะแปะ  เม็ดใสๆแตกกระจายเป็นละเอียดเล็ก จากนั้นไถลไปตามผิวกระจก รวมตัวกันที่ฐาน

จากนั้นหลุดปลิวหายลับไปจากสายตา..

some day : ตื่น

พฤษภาคม 24, 2011

DSC_8547

เสียงโทรศัพท์ปลุกเขาแต่เช้า

อาจเป็นเวลาเช้าในความหมายของเขา ด้วยเพราะยามหลับนอนของเขาไม่เป็นปกติสามัญเท่าไรนัก เขาตื่นขึ้นตามเสียงปลุก แต่ก็ไม่ได้เอาใจใส่มันเท่าไรนัก

ในอาณาบริเวณของห้องพัก นี่คือการพักผ่อน เขาไม่อยากพูดคุยเรื่องงานหลังตื่นนอนเพียงไม่กี่วินาที มันทำให้เขารู้สึกว่า การกล่าววาจาออกไปในขณะนั้น คล้ายเป็นช่วงระหว่างความฝันและความจริงมัวซัว

เขาทิ้งเสื้อผ้ากองก่ายไว้บนที่นอน เดินผ่านอากาศยามเช้า (ในนิยามของเขา) ในความเปลือยเปล่า เสียงโทรศัพท์ดังเน้นอีกครั้ง เขาถอนหายใจ ปิดประตูห้องน้ำ ทั้งๆที่อยู่คนเดียว แต่ประตูห้องน้ำก็ช่วยปิดกั้นเสียงคำรามของของธุระหน้าที่

เสียงสายน้ำแหวกอากาศผ่านใบหู ถูสบู่ก้อนไปตามเนื้อตัว ชำระหน้าตาและทำความสะอาดคราบใดๆ ที่เกี่ยวเก็บไว้จากความฝันเมื่อค่ำคืน

ความฝันบางชนิด บางครั้งก็ยังติดค้างไม่ลางเลือน ฝังลึกย้ำเตือนว่าสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างวันนั้น ได้ถูกนำมาจัดสรรปรุงแต่งเป็นภาพยนต์ส่วนตัว

ฉายภาพย้ำแล้วย้ำอีกไม่รู้กี่รอบ มาพร้อมโดยพลันในทุกครั้งที่หลับตาแล้วสละซึ่งสติคิดนึก   เขาตรึกตรองหนังส่วนตัวที่เข้าฉายรอบเมื่อค่ำคืน  เสียงโทรศัพท์ยังคงร้องงอแง เขาเปิดประตูห้องน้ำมองหาเสื้อผ้าปกปิดร่างกาย

ความฝันถูกเก็บลงลิ้นชักที่ก้นลึกไร้ขอบเขต …