Archive for the ‘him’ Category

him (1) : ละอองทะเล

สิงหาคม 2, 2011

วรรณกรรมบันทึก

DSC_5797

ยามบ่ายในวัยชราของหนึ่งวัน

(1)

เขาเดินทางมาถึงปลายสุดของท่าเรื่อก็ล่วงบ่ายเข้าไปแล้ว รถยนต์ส่วนบุคคลต่อท้ายรายเรียงเป็นเส้นตรงตามแนวทางการโบกไม้โบกมือของพนักงานจัดการความเรียบร้อยของเรือข้ามฟาก เรือยนต์ขนาดใหญ่ที่ใช้บรรทุกพาหนะและชีวิตอีกหลายหน่วยยังจอดเงียบสงบ 

เด็กชายเด็กหญิงบางคนรีบวิ่งออกจากรถเพื่อปลดเปลื้องความทุกข์ที่ก่อตัวและหอบหิ้วกันมายาวนานในระหว่างการเดินทาง ผู้ชายและผู้หญิงบางคนเปิดประตูรถก้าวเท้าออกแตะพื้นคอนกรีต ติดไฟที่ปลายนิ้วแล้วอัดควันบุหรี่จากมวนกระดาษที่คาบไว้ที่ริมปากลงกระเพาะ อีกหลายคนลดระดับผนังกระจกรถยื่นหน้าออกเพื่อสูดอากาศ

ละอองทะเลเบาบาง และ เสียงน้ำกระทบโขดหินเกรียวกราว แสงสะท้อนแพรวพราวละลานไปทั่วทั้งชายขอบบริเวณท่าเรือ  อากาศไม่ถึงกับร้อน แค่อบอุ่นและรู้สึกอ้าวอัดไปทั้งเนื้อตัว เมฆครึ้มเบื้องบนบอกท่าทีว่ากำลังก่อตัวและกรองกลั่นเป็นน้ำฝนพรูพรมลงมาสู่ผิวน้ำทะเลเบื้องล่าง

นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่สำหรับการเหยียบย่ำและสัมผัสลมทะเล?

เขาจำจำนวนไม่ได้ อาจเพราะไม่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต ฐานข้อมูลในจุดนี้ของเขาจึงถูก ละไว้ในความว่างเปล่า  แต่จะว่ากันตามจริงแล้ว  เขาเองนั้นจดจำอะไรอื่นที่น่าจะเป็นสิ่งจำเป็นในการใช้ชีวิตไม่ค่อยจะครบถ้วนเช่นกัน

ชีวิตคือการเดินทางและการหยุดพักสลับกันไป บางครั้งความทรงจำสมควรได้รับการถนอมไว้สำหรับเรื่องราวอันประทับใจงดงามส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่ง อดไม่ได้ที่จำเป็นต้องเว้นไว้ในความสำคัญต่อเรื่องราวอันเจ็บปวดรวดร้าวภายใน  เพื่อย้ำเตือนสั่งสอน และเป็นปุ๋ยชั้นเลิศสำหรับเจริญจิตใจให้เข้มแข็ง

คนบางคนเลือกที่จะภาคภูมิใจในแผลเป็น เว้นเสียแต่แผลเป็นรอยนั้นเป็นสิ่งย้ำเตือนความล้มเหลวของจังหวะก้าวเดินในระหว่างลมหายใจ เขาเลือกทั้งสองข้อ เพียงแต่ข้อแรกนั้นมีจำนวนมากกว่าลำดับถัดมา

เศษดินที่รองเท้าหลุดหล่นไปตามทางเดินคอนกรีต เขากระเทาะออกด้วยการกระทืบเท้าลงกับพื้น บางชิ้นส่วนหลุดออก บางชิ้นส่วนยังคงติดอยู่ และยังคงติดแน่นขึ้นไปอีกจากการกระแทกย้ำเมื่อครู่  เสียงถอนหายใจแผ่วเบาในขณะที่รองเท้าถูกปลดออกและขว้างลงไปกับพื้นอย่างแรง มีบางคนหลืบมองเขาครู่หนึ่ง แต่ก็หันกลับไปสนใจกับเรื่องของตนอีกครั้งในเวลาไม่นาน

ไม่นานเท่าไร เจ้าของรองเท้าก็เดินไปเก็บสิ่งที่ตนเองขว้างไว้ขึ้นมา เขาเดินเท้าเปล่าไปตรงคันหินขอบทาง นั่งลงแล้วสวมรองเท้าหนังหุ้มส้นกลับเข้าไปใหม่อีกครั้ง ยันกายยืนขึ้นแล้วบิดตัวไปมาเพื่อคลายความปวดเมื่อยจากการเดินทาง

เสียงทะเลยังกระซิบแผวๆที่ปลายหู เขามองกระแสคลืนเบื้องหน้าเงียบงัน ฟองคลื่นตีกระทบโขดหินคล้ายลวดลายหินอ่อน สีของมันเป็นเขียวมรกตเข้มจนน่ากลัว คลื่นแรกที่กระแทกหินม้วนตัวกลับคืนสู่ที่มา จากนั้นมันกระแทกกับคลื่นลูกหลังที่โถมเข้าหาฝั่ง เป็นการตีกระทบกันระหว่างลูกคลื่นกับลูกคลื่น ฟองน้ำละเอียดแตกกระจายระยิบระยับ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขาหยิบมันขึ้นมาดูหน้าจอ กดรับและพูดขึ้นโดยไม่ทันให้อีกฝ่ายพูดออกมา

“เออ! มาถึงท่าเรือแล้ว กำลังรอเรือข้ามฟาก” เสียงเขาเงียบลง คอยฟังบางสิ่งที่ปลายสายเอ่ยขึ้นมา

“อืมๆ เข้าใจละ อีกชั่วโมงนั่นละ คอยก่อน เดี้ยวไปหาอะไรกินด้วยกัน”

จบประโยค เขาวางสาย จากนั้น หันกลับไปมองเรือยนต์ลำใหญ่อีกหน เสียงคำรามครืนๆที่ท้ายเรือทำให้คนเริ่มเดินขึ้นเรือกันแล้ว รถยนต์ค่อยเคลื่อน เขามองไปที่รองเท้าของตน กระทืบไปที่พื้นคอนกรีตอีกรอบ ก่อนจะก้าวเท้าไปข้างหน้า

‘ปลายสุดของถนน คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางในอีกรูปแบบ’

เขาคิดขณะมองออกไปยังทะเลเบื้องหน้าไกลสุดสายตา..

Advertisements