Archive for the ‘เรื่องไม่จริง อิงนิยาย’ Category

ก่อนถึงพรุ่งนี้ (๓) : รอคอย

เมษายน 15, 2010

dzn_Lettera-9-by-Demian-Conrad-4

 

ข้าพเจ้าทิ้งตัวลงบนโซฟาหนังสีดำตรงหน้า แผ่นหลังอ่อนล้าไร้แรงอิงพิงลงสัมผัสเข้ากับความนุ่มนิ่มของแผ่นหนังที่หุ่มห่อ กลิ่นของมันยังคงคุ้นเคย ไม่แปรเปลี่ยน ผิดเพี้ยนไปเล็กน้อยก็คงเป็นเพียงแสงไฟที่สาดส่องลงมากระทบผิวโต๊ะเตี้ยเบื้องหน้า ในขณะนั้นความว่างเปล่าเหมือนผ้าขาวให้แสงไฟร่ายรำ

    โซฟาสีดำ

    ใครจะรู้ว่ามันผ่านสัมผัสจากแผ่นหลังของผู้ใดมาบ้าง มีคนเลวสักกี่คน คนดีเหลือเกินอีกไม่รู้กี่คน หากมันสามารถจำได้ ข้าพเจ้าตัดสินใจแทนมันได้เลยว่า

    มันคงไม่อยากจดจำ

    จะมีประโยชน์อันใดสำหรับการเฝ้าค่อยจดจำผู้คนที่ผ่านไปมาโดยไม่ได้ผูกพัน แม้พื้นที่จัดเก็บในความทรงจำนั้นมีมาก แต่ก็มีคุณค่ามากเพียงพอให้เราได้ครุ่นคิดว่า ใครบ้างที่สมควรให้จดจำ

    บาลี เธอเพียงคนเดียวที่เด่นชัดเสมอในภาพอดีต "เหมือนเดิม" เสียงของเธอชัดเสมอในสถานที่เดิมๆ ทำอะไรเหมือนเดิม ซ้ำๆ ไม่ยอมเปลี่ยน ไปในที่เดิมๆ พูดเรื่องเดิมๆ กินอาหารแบบเดิมๆ แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชุดเดิมๆ ไม่เคยเบื่อ

    "ทำไมเราต้องเปลี่ยนไปละ ก็ในเมื่อสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้มันเป็นสิ่งที่เราทำแล้วมีความสุข มันไม่ได้ลดลง และ ไม่ได้มากขึ้น เพราะถ้ามันมากขึ้น แสดงว่าเราเริ่มไม่พอดี น้อยไป ก็ขาดแคลน ก็ไม่พอดีเหมือนกัน"

    "เหมือนเดิมก็คือพอดีงั้นสิ" ข้าพเจ้าตอบเหมือนแย้ง แน่นอนว่าขัดแย้งด้วยสีหน้า

    "ก็แล้วแต่จะคิด – เอาอะไรมาวัดละ?"

    "ไม่รู้เหมือนกันว่ะ" ข้าพเจ้ายักไหล่ขึ้นสองข้าง ยืนยันว่าไม่รู้จริงๆ
 

   นั่นละเธอ พูดจากติดสำเนียงพระ ฟังแล้วงงปวดหัว ไม่เข้าใจ เธอคิดคำอะไรที่เข้าใจง่ายกว่านี้ไม่มี โยนคำถามไว้แล้วเงียบ ยิ้มให้บ้างเพราะเห็นข้าพเจ้าเริ่มหงุดหงิด  และสุดท้ายเราก็เดินผ่านมันไป เหมือนไม่ได้เกิดอะไรขึ้น

    จนวันที่เธอกำลังเดินทาง

    เดินทางครั้งนั้นไปไกลจนนึกภาพไม่ออกเลยว่า หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร

    "เหมือนเดิม-แกก็รู้ว่าจะเจอเราได้ที่ไหน" เธอพูดและยิ้มให้ข้าพเจ้า

    มือทั้งสองข้างไม่รู้จะเอาไปวางตรงไหน ข้าพเจ้าจัดมันลงไปในกระเป๋ากางเกง เธอเห็นแล้วต้องอมยิ้มคล้ายกับว่า ล่วงรู้อาการซ้ำๆที่ข้าพเจ้ามักกระทำยามขัดเขิน วันนั้นข้าพเจ้าพูดอะไรไม่ออก และเธอเองที่มักชอบอ่านเอาจากสีหน้าข้าพเจ้า

    "เออ! – รักษาตัวละ แล้วอย่าดื้อให้มันมาก สงสารไอ้รุณมัน"  ข้าพเจ้าพูดจบ หันไปมองอรุณ ชายหนุ่มในมาดคนแก่เรียน มันขยับแว่นขึ้นเล็กน้อย ไม่เข้าใจว่ามันทำไปทำไม หรืออาจทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกว่า มันกำลังให้ความใส่ใจอยู่อย่างงั้นสิ

    "ดูแลไอ้ลีให้ดีละ" ข้าพเจ้าพูดกับมันเหมือนออกคำสั่ง

    "ครับคุณพ่อ – เอ๊ย! คุณพี่" มันพูดแกมหยอก

    ข้าพเจ้ารู้ว่ามันพูดเล่นให้อารมณ์อาลัยในวันนั้นผ่อนคลาย แต่เตะของข้าพเจ้าอันหวดเข้าที่ต้นขาของมันเป็นของจริง  แต่ข้าพเจ้าก็ยิ้มและตบไหล่มันเบาๆ บอกว่าหยอกเล่นเหมือนกัน

    บาลียิ้ม

 

เครื่องบินไต่ระดับความสูงจนความมืดของท้องฟ้ากลืนกินหายไปทั้งลำ มันน่าใจหายเหมือนกัน สำหรับข้าพเจ้า บาลีเหมือนเป็นน้องสาว เป็นเพื่อน เป็นภรรยาของเพื่อน

     หึ! ข้าพเจ้าดีดตัวขึ้นจากเบาะหนัง หันไปด้านหลังโซฟา เห็นเจ้าของร้านยืนมองมาจากหน้าเคาน์เตอร์ ด้วยความคุ้นเคย ข้าพเจ้ายกมือ เหยียดนิ้วชี้ขึ้น พูดออกไปด้วยน้ำเสียงธรรมดา คิดว่าเขาคงอ่านจากปากออกว่า

    "เหมือนเดิม!"

Advertisements

ก่อนถึงพรุ่งนี้ (๒) : โซฟาสีดำ

เมษายน 8, 2010

dzn_Lettera-9-by-Demian-Conrad-4

โซฟาสีดำตั้งอยู่ตรงห้องลึกสุดของร้าน ที่ตรงนั้นมีหน้าต่างกระจกสามารถเปิดออกรับลมภายนอกได้ ส่วนใหญ่ห้องนี้เป็นที่พักสำหรับสิงห์อมควันทั้งหลาย แต่อากาศและภาพที่เห็นอยู่ภายนอกห้องนั้นก็ไม่นับว่าเลวร้าย

    แค่ยื่นหน้าออกไปจากระเบียงเพียงเล็กน้อย ลมพัดเบาๆ เมื่อนั้นจะได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกเล็บมือนาง บ้านที่อยู่ข้างเคียงที่คงปลุกเอาไว้เพื่อบังสายตาจากร้านแห่งนี้ แต่กลับเกิดผลดีอย่างเหลือเชื่อ เมื่อมันได้ทั้งบังตา และกลิ่นหอมชื่นใจ

    ข้าพเจ้าชอบกลิ่นหอมของเล็บมือนาง เป็นกลิ่นหอมแบบจางๆ ต้องยืนตรงนั้นนานพอดูกว่าจะได้รับรู้ว่ามีกลิ่นเช่นนี้โรยอวลอยู่  แม้แต่เสียงของเธอในตอนนั้นก็ยังคงสดับได้ หากเพียงข้าพเจ้าหลับตา

    "นิ่งๆ – ค่อยๆ หายใจเข้าไปสิ อย่าเร็วนัก" เธอพูดขณะที่หลับตายื่นใบหน้าไปริมระเบียง
    "อะไร?" ข้าพเจ้าพูดกับเธอ
    "กลิ่นไง ดอกเล็บมือนางหอมมาก" เธอพูดแม้จะหลับตาอยู่
    "ไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลย?" ข้าพเจ้าสงสัย
    "ช้าๆ อย่าเร็วนัก" เธอย้ำ

    ความสงบกินเวลาไปทีละเล็กละน้อย ข้าพเจ้าหลับตาและค่อยผ่อนลมหายใจออกยาวและดึงลมหายใจเข้ามาที่ละน้อย หากแต่ยาวนาน

    เหมือนเวลาเดินช้าขึ้น เสียงต่างๆข้างหลังพลันสงบลง ข้าพเจ้ารู้สึกได้ว่ามีกลิ่นหอมซ้อนอยู่ตรงนั้นจริงๆ หัวใจข้าพเจ้าลดจังหวะการเต้นลง จนเหมือนกับว่าไม่ได้รู้สึกเลยว่ามันยังคงเต้นอยู่

    "บาลี" ข้าพเจ้าเอ่ยชื่อของเธอแผ่วเบา
    "ทำไม?" เธอตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเดียวกัน
    "หอมดีนะ" ข้าพเจ้าพูดตามที่คิดจริงๆ
    "อือ.." เสียงของเธอจางหาย

    ข้าพเจ้าลืมตาขึ้นมา พบตัวเองยืนอยู่ตรงระเบียงแห่งนั้น โซฟาสีดำด้านหลังยังคงว่างเปล่า กลิ่นหอมของดอกเล็บมือนางเร้นหลบคืนสู่สถานอันสงบ

   อีกครั้งที่กาลเวลาเดินไปข้างหน้าอย่างปกติ

ก่อนถึงพรุ่งนี้ (๑) : เวลา-ในคืนมืด

เมษายน 7, 2010

dzn_Lettera-9-by-Demian-Conrad-4

เกือบเป็นเวลาเที่ยงคืน ข้าพเจ้า หยุด–ยืนเหม่อมองฟ้า อากาศร้อนอ้าวร้าวลึกไปจนถึงหัวใจ ขณะนั้นเหมือนมันอยากหยุดเต้น

    เพื่อให้ได้พ้นไปจากโลกอันบ้าบอแห่งนี้

    เป็นเวลานานเหลือเกินที่ไม่ได้กลับมายืนในที่แห่งนี้ ที่ๆก่อนนั้นเคยเป็นแหล่งรวมพลคนคุ้นเคย เธอและเขานั่งอยู่ตรงนั้นเสมอ ข้าพเจ้ามองไปยังโซฟาหนังสีดำแซมน้ำตาล ข้าพเจ้ามักอาศัยพิงพับหลับไปก่อนเสมอที่งานเลี้ยงจะเอ่ยคำอำลา

    "เฮ้ยตื่น! ไตร..บ้านไม่มีให้นอนไงรึวะ! มาถึงนี่ทีไร หลับทุกที"

    เสียงเธอคนนั้นยังตรึงอยู่ในความทรงจำข้าพเจ้าเสมอ เสียงหัวเราะสัมพันกับมือข้างหนึ่งซึ่งเขย่าตัวข้าพเจ้าให้ไหวไปมา ไม่ได้มีความหมายมากไปกว่าต้องการให้ข้าพเจ้ารู้สึกตัวว่า พวกเขายังคงนั่งอยู่ข้างๆข้าพเจ้าเสมอ แม้ในตอนนั้นข้าพเจ้าจะยังคงนอนหลับอยู่ก็ตาม

    วันนี้เสียงของเธอหายไป และใครอีกหลายคนคงเหลือเพียงเงาในความทรงจำ

 
    ข้าพเจ้าก้าวเท้าผ่านประตูร้าน ‘เวลา’ อย่างเชื่องช้า มันเป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา แต่เมื่อสามารถเดินผ่านประตูร้านเข้ามานั่งทานอะไรในนี้ได้ ขณะนั้นเราก็มีเวลาเป็นของตัวเอง ทุกคนสามารถมีเวลาเป็นของตัวเองได้ หากแต่ต้องละทิ้งบางสิ่งบางอย่างไว้เบื้องหลัง

    "นายมันเห็นแก่ตัว"

    ข้าพเจ้าหันไปยังต้นเสียง แต่ไม่พบอะไร มันเป็นเสียงของอดีตที่หล่นค้างอยู่ในกาลเวลา

สถานที่ บางครั้งสามารถบรรจุเวลา ณ ขณะหนึ่งได้ ขณะที่ข้าพเจ้ากวาดมองไปรอบๆ เหมือนกับว่ากำลังค่อยๆ เปิดดูสิ่งที่คงเหลือไว้ในอดีตออกมาพิจารณาอีกรอบ

ก่อนถึงพรุ่งนี้ (๐) : ริมผิวน้ำ

เมษายน 6, 2010

 

dzn_Lettera-9-by-Demian-Conrad-4

พื้นระเบียงยื่นออกไป ผิวน้ำตีลอนจากลมพัดผ่าน ใครบางคนเคยอยู่ตรงนั้น เคยยืนนิ่งสงบอยู่ตรงนั้น นานแสนนาน ร่างเขาโยกย้ายไปมาตามแรงไหวของพื้น – – ‘เล็กน้อย’ มันเป็นความคิดของเขาขณะนั้น…

    เหมือนวันเวลาที่เคยหายไปได้ถูกดึงกลับมาไว้ตรงหน้า เขาเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง ลมกระเซ้าชายผ้าเนื้อบางโบกสะบัด เรือลำเล็กลอยอยู่กลางบึงน้ำ เป็นเหมือนภาพฉายซ้ำของวันเก่า เขาและเธอ ตรงนี้ และตรงนั้น

    เขาเห็นภาพเด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งไกวเท้าไปมาเหนือผิวน้ำ ใบหน้าของเธอนิ่งสงบ ผิวน้ำตีวงขยายกว้างออกไป ยิ่งไกลออกไปเพียงใด เส้นโค้งยิ่งเลือนลางไปกับระยะทางที่ยาวไกล 

    ต้นสนใหญ่โอนเอียงไหวไปมา เสียงบิดของเนื้อไม้คล้ายเสียงร้องครวญของชายชรายามบิดขี้เกียจ ฟ้าดินเปรียบเหมือนบิดามารดา ให้กำเนิดหล่อเลี้ยงทุกสรรพสิ่ง

    เธอหันมาส่งยิ้มให้เขาบางครั้งที่รู้สึกว่าเรือค่อยๆเคลื่อนไปข้างหน้าที่ละน้อย แล้วเขายกมือโบกไปมาเพื่อให้เธอเห็นว่า เธอยังคงอยู่ในสายตาของเขาเสมอ เขายิ้มเรียบๆ จากตรงจุดนั้นที่เขายืน ทอดสายตายาวไปจนถึงเรือลำเล็กที่เธอนั่งอยู่ เธอคงมองไม่เห็นว่าเขายิ้มอย่างมีความสุขเพียงใด

    ใครจะรู้ว่า วันนี้เธอจะได้ออกมาข้างนอก

    ใครจะรู้ว่า การที่ต้องนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยเป็นเวลานานนับปีมีรสชาติเป็นอย่างไร

    เขาไม่รู้

    คนที่รู้ดีที่สุดคงเป็นเธอผู้เดียว…