Archive for the ‘ณ รัก’ Category

ณ รัก (๕) : กอด

ธันวาคม 17, 2011

 

DSC_4260

คืนหนาว

เขาและเธอเดินเคียงข้างกัน มือโอบกอดไหล่และเอว เสื้อหนาป้องกันความหนาว แต่หัวใจที่อยู่ใกล้ชิดเป็นแหล่งผลิตความอบอุ่น

ชีวิตคือความเคลื่อนไหวและหยุดนิ่งสลับกันไป ชายอีกคนนั่งลงบนทางเท้า เข่าสองข้างชันขึ้นชิดหน้าอก พื้นหินเย็บเฉียบเปรียบประหนึ่งน้ำแข็งหนึ่งก้อนที่รองรับตูดของเขา

เขารู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่บั้นท้าย ในขณะเดียวนั้น เขาชายตามองคนมากมายที่เคลื่อนย้ายไปมาภายใต้แสงวาววับของดารา และ อภิมหานีออนดวงโตที่ยืนโก้อยู่ตรงกลางลานหินสีดำ

ชายคนหนึ่งโวยวาย หญิงอีกคนร้องให้ ใครอีกหลายคนยืนมอง บ้างเดินผ่าน บ้างสำราญ บ้างยื่งนิ่งนานอยู่กับสิ่งของตรงหน้า เขาจอดสายตาตนเองที่ชายและหญิงคู่นั้น เอียงคอเล็กน้อยเพื่อให้มองผ่านชายอีกคนที่ยืนสนทนากับขากางเกง เขาเห็นเธอเต็มสองตา

เธอยื่นมือออกไปข้างหน้า เรียกหาความอบอุ่น ชายคนนั้นยืนนิ่ง เขาค่อยๆถอยห่างจากเธอ ในขณะที่ปากของเขาขยับขึ้นลงไม่เป็นจังหวะ เธอก็เช่นกัน แตกต่างที่น้ำตาของเธออาบชุ่มเต็มสองแก้มแล้ว

เขาหรี่ตามอง แต่มองไม่ชัด มือสองข้างวางลงบนพื้น ความเย็นส่งผ่านฝ่ามือ ทุกอย่างรอบกายของเขาเงียบงัน เขาเอียงคอเล็กน้อยเพื่อให้แน่ใจว่ารองเท้าที่ใส่มายังอยู่ครบ ข้างซ้าย ข้างขวา อันขวาหายไป เขาไม่ตกใจ เพราะมันไม่เหมือนกับข้างซ้าย เขาว่าข้างซ้ายใส่สบาย จะไปหาแบบข้างซ้ายมาใส่อีกแทนข้างขวา ข้างขวาหายไปแล้ว มันหายไปตอนไหนไม่ทราบ เขาเกาหัวคิด เขาไม่ได้คันหัว แต่เขาเกาหัว เวลาเกาหัวเขาใช้ความคิด ความคิดเขาดังอยู่ภายใน ไม่มีใครได้ยินนอกจากตัวเขา เขาก็ไม่เคยได้ยินความคิดใคร ไม่เคยได้ยินเสียงใคร และไม่เคยมีใครมีโอกาสได้ยินเสียงของเขา

รองเท้าข้างขวาหายไปแล้ว มันใส่ไม่สบาย แต่มันก็อุ่นเท้าดี เขาคิดได้ตรงนี้เขาก็เริ่มเสียใจ ข้างซ้ายมันก็คงเหงา เวลามันหนาว เขาจะเอาเจ้าข้างขวาโอบกอด มันก็จะอุ่นขึ้นมาทันที เขามองเจ้าข้างซ้ายแล้วบอกกับมันว่า

“แอะ แอ๊อ แอ่”

เจ้าข้างซ้ายไม่ตอบ เขาจึงต่อว่ามัน “แอ แอ้ แอ๊ แอะ แอะ แอ๊ะ!” มันก็ยังนิ่งเฉย เขาโกรธ เอื่อมมือไปจับมันขึ้นมา จ้องมองมัน ตาของเขาโตขึ้น ถอนหายใจหนักหน่วง ทั่วกายเขาร้อน อากาศรอบๆดูคล้ายอึดอัด เจ้าข้างซ้ายมันไม่ใยดีเจ้าข้างขวา เขาขว้างมันทิ้งลงพื้นตรงหน้า เอามือทั้งสองกอดอกตัวเอง ฝ่าเท้าสองข้างยกขึ้นให้พ้นจากพื้นหิน ความเย็นที่ผิวเหมือนคมมีด มันกรีดเนื้อจนเขาเริ่มรู้สึกชา จากนั้นความรู้สึกถึงการดำรงอยู่ก็หายไป เขาเงยหน้า

เธอร้องให้ตรงม้านั่งยาว ตัวเธอสั่น มือทั้งสองข้างปิดใบหน้า ชายที่มาด้วยยืนกอดอกตัวเองอยู่ไม่ห่างกันนัก  เขาเอียงคอและยืดเท้าทั้งสองข้างออก มือยันกายขึ้น ผ้าห่มผืนน้อยหล่นลงพื้น พอเขายืดตัวเต็มที่ เขาจึงก้มหยิบมันขึ้นมา เขาหันไปมองเจ้าข้างซ้าย เกร็งตาพูดกับมัน

“แอะ”

เจ้าข้างซ้ายไม่ตอบ เขาย่นหน้า ก้าวเท้าออกไป พื้นเหมือนประพรมไปด้วยเข็ม แหลมเล็ก ละเอียด มือสองข้างเขาถูกไปมา มันชาเย็นและเริ่มมีความอุ่นขึ้นเล็กน้อย เขาเดินมาถึงเธอ มือทั้งสองเขากางออก โน้มตัวไปข้างหน้า เขากอดเธอแล้ว ทุกสิ่งรอบกายเงียบงัน เขาสัมผัสถึงการหายใจและการสั่นเต้นจากภายใน เธอค่อยๆลดมือลง เขากอดเธอแน่น เธอขยับร่าง และร่างของเขาถูกกระชาก มือของเขาหลุดออกจากกัน ลมสัมผัสใบหูแต่เขาไม่ได้ยิน แสงไฟวิ่งเป็นเส้นโค้ง เขาเห็นปลายเท้าตัวเองลอยอยู่ตรงหน้า และจากนั้นเป็นมือที่กุมแน่นของใครบางคนลอยตามติดมา

‘อึก!’ เสียงแน่นทึบอึงอวลอยู่ในหัวของเขา ไฟฟ้าดับทั้งเมือง เขาลอยอยู่กลางอากาศ สัมผัสความเย็น และ ความเจ็บปวดก็ตามมาหลังจากนั้น เขาสบัดหน้า มือข้างหนึ่งทาบไปบนพื้น แน่นและเย็นเหมือนเก่า ใบหน้าทาบอยู่กับพื้นเช่นกัน เมื่อเปลือกตาเขาทำงานอีกครั้ง เขาจึงรู้ว่าการไฟฟ้ายังทำงานปกติ ภาพแรกที่พบคือ

เจ้าข้างซ้ายมองเขานิ่ง เขาขมวดคิ้ว คำรามในคอ ยันกายขึ้น ทุกสิ่งรอบกายเงียบ เขาหันไปมองเธอ  ร่างของเธอสั่นสะท้าน ชายคนนั้นกอดเธอแน่น ดวงตาคู่โตนั้นจับจ้องมาที่เขา และคนอื่นๆยืนมองเขา ทุกอย่างเงียบงัน แต่ทุกคนเคลื่อนไหวปลายลิ้น เขาเห็นชายชรากอดเด็กหญิงตัวเล็ก เด็กผู้ชายกอดขาชายชราอีกคน หญิงแม่ค้าเดินกลับไปที่แผงขายของ ชายหญิงหลายคู่จับมือกันแน่น บางคนกอดอกตัวเองยืนตรงมองคนอื่นๆ เขาเอียงคอก้มลงหยิบเจ้าข้างซ้าย เขาเจ็บที่เข่า มันเกิดขึ้นเพราะพื้นแข็งและเย็น  เขาจับเจ้าข้างซ้ายฟาดไปที่พื้น ทำโทษมันเล็กน้อย เขายิ้ม หรี่ตาคำรามในคอ เขาได้ยินเสียงหัวเราะของตนเอง

เขาจะต้องไปตามหาเจ้าข้างขวา “เอะ แอะ แอ๊ะ” เขาถามเจ้าข้างซ้าย เจ้าข้างซ้ายในมือขยับหัวมันเล็กน้อย เขายิ้มและค่อยๆเดินต่อ พื้นเย็นและแข็ง เขารู้สึกได้ว่าขาเขาเจ็บ 

ทุกสิ่งทุกอย่างเงียบงัน

 

Advertisements

ณ รัก (๔) : เสื้อหนาว

พฤศจิกายน 11, 2009

L-04-h

ฤดูหนาวเดินทางถึงช้ากว่ากำหนด เล็กน้อย
และเมื่อมันมาถึงไม่นาน มันก็ปลิวหายไปอย่างที่ไม่ทันเอ่ยปากทักทาย – แย่ (เขาคิด)

แต่ถึงกระนั้นเขาเองก็มักชอบสวมใส่เสื้อคลุมตัวเก่งเดินไปมาระหว่างวัน โดยเฉพาะหลังเลิกลาจากการงานที่ชวนเวียนหัว

 

(more…)

ณ รัก (๓) : ซ่อนแอบ

พฤศจิกายน 11, 2009

 

L-03

ดอกชบากลีบขาวอมชมพู่บานรับแสงแดดยามเช้า เสียงระฆังตีบอกเวลาเข้าเรียน ‘ก๊องๆ’ เด็กในเครื่องแบบวิ่งไปยังหน้าเสาธง ร้องเพลงประจำชาติและ ท่องจำคุณธรรมตามกันและกัน จากนั้นเดินตามกันเป็นแถวเข้าห้องเรียน

 

(more…)

ณ รัก (๒) : รอย

พฤศจิกายน 11, 2009

L-02-h

ในร้านหนังสือ  มีบ้างที่เขาและเธอ อาศัยสถานที่นั้น – เดินเล่น – พูดคุย และอื่นๆเท่าที่นึกได้ในเวลาไม่กี่วินาที

บางทีแผนการต่อเวลามักแปรผันตามอารมณ์  มันไม่ถึงกับสร้างความวุ่นวายนัก เพียงเข้าใจและปรับรับความเปลี่ยนแปรได้ทุกขณะ เพียงเท่านั้นคืนวันก็ผ่านไปอย่างราบรื่น

เธอ : หยิบหนังสือขึ้นมาหนึ่งเล่ม ให้เขาดูว่าดีหรือไม่

เขา : บอกเธอว่า "ไม่รู้แหะ – ไม่เคยอ่าน" และหยิบหนังสือที่เขาอยากอ่านให้เธอดูบ้าง เป็นหนังสือแปล ผลงานนักเขียนชาวญี่ปุ่น

เธอ : มองหนังสือแล้วบอกเขาว่า "ปกสวยดี – ทำไมชอบเลือกแต่ที่ปกสวยละ?" เธอยิงคำถาม

(more…)

ณ รัก (๑) : ตามใจ

พฤศจิกายน 8, 2009

in love

เวลาเย็น ความจริงควรเป็นเวลาเลิกงานของใครหลายคน แต่มีบ้างที่บางคนยังต้องอยู่ในที่ทำงาน ภาระหน้าที่ ภัยทางธรรมชาติ หรือความอยากส่วนตัว

เธอ : เขียน จม. ดิจิตอล หาเขา

"ตอนนี้ถึงบ้านแล้ว วันนี้ฝนตกหนัก คุณคงกลับดึกสินะ"

เขา : อ่าน จม. ของเธอ ครุ่นคิด นั่นสินะ ฝนตกหนักแบบนี้ ทางเข้าบ้านคงน้ำท่วม รอให้น้ำลดลงหน่อยค่อยเดินเข้าบ้านดีกว่า ว่าแต่ – ระหว่างนั้น เขาจะทำอะไรดีนะ? (คิด)  เขาอมยิ้ม พิมพ์ จม. ตอบเธอไป

 

(more…)