memo : พาหะ

 DSC_7994

แปดโมงครึ่ง

เศษนาทีเล็กน้อยกำลังเพิ่มตามการก้าวไปข้างหน้าของเข็มนาฬิกา

เสียงน้ำร้อนเดือดดันอากาศจนกลายเป็นเสียงหวีดร้องที่ปลายปากของกาต้มน้ำ

เสียงหวีดแหลมไม่มีทีท่าจะหยุด บ่อยครั้งเคยนึกสงสัยว่าเสียงนั้นจะกรีดแหลมยืดยาวเพียงใด ความแหลมแสบแก้วหูจะเน้นเข้มหรือจางลงเพียงไหน หากปล่อยให้มันได้ใช้เวลาเติบโตไปเรื่อยๆ

น้ำในการะเหยกลายเป็นไอ เปลี่ยนสถานะและย้ายถิ่นฐานจากการถีบไล่ของเตาร้อน
ความอดทนไม่เพียงพอให้ความอยากรู้บรรลุถึงจุดสุดยอด

หยอดน้ำร้อนลงแก้วกาแฟขนาดพอดีมือ มวลใยใสขาวบอบบางพวยเรื่อไหวไปมาประหนึ่งนางคณิกาเริงระบำ พรายน้ำดันกายขึ้นแตะผิวแล้วสังหารตัวเองทิ้งโดยการแตกตัว

ผงกาแฟถูกตักขึ้นจากบรรจุสถาน เม็ดแรกดิ่งทะยานอย่างขุนศึกผู้ฮึกเหิม พลทหารสีน้ำตาลในชุดเดียวกับขุนพลติดตามผู้นำอย่างใกล้ชิด พวกมันจมหายแล้วมลายเป็นเนื้อเดียวกัน

ช้อนสเตนเลสวนเวียนตามเข็มนาฬิกาที่ก้นถ้วย ทั้งหวะคงที่และรับรู้ความร้อนที่ส่งผ่านมาถึงปลายนิ้ว

นอกหน้าต่างไม่มีเงาแดด ลมพัดใบไม้เสียดสีกัน ความชื้นมาพร้อมความเย็น ความเย็นบ่อยครั้งเป็นพาหะของความเกียจคร้าน ยืนคอยท่าอยู่หน้าบ้าน

มันสามารถเข้ามาได้ – เหมือนผี

แต่มันไม่เข้ามา สันดานติดตัว มันไม่ชอบนักที่จะถือวิสาสะพาตนเองเข้ามาในเรือนผู้อื่นโดยเจ้าของบ้านมิได้เชื้อเชิญ มารยาทสูงส่งจนน่าอาเจียน

กองทัพสีน้ำตาลเข้มโห่ร้องคึกคัก พวกมันสานสลายกลายเป็นกองทัพเหลวอันร้อนอุ่น มือกุมถ้วยไว้สองข้าง ประคองนิ่ง

เจ้าความเกียจคร้านยืนรออยู่ที่เดิม ส่วนถ้วยกาแฟวางอยู่บนโต๊ะทำงานแล้ว

นาฬิกาเดินไปข้างหน้าเสมอ

ในขณะที่ตัวมันเอง

ไม่เคยไปไหน

Advertisements

2 Responses to “memo : พาหะ”

  1. ธุลีดิน ธรรมดา (@tuleedin) Says:

    เก้าโมงครึ่ง

    เศษความเคว้งคว้างว่างเปล่าพอกหนาเล็กน้อยตามรอยเท้าของวันเวลา

    เหมือนดินพอกหางหมู หรือชะมดเช็ดที่ค่อย ๆ รวมตัวบนท่อนไม้หลังถูกเบียดถูครั้งแล้วครั้งเล่า

    ไม่ได้เขียนหนังสือมานานแล้ว

    วันเวลาไม่เคยคิดท่ารอ คงมิต่างคณิกามากรักที่ไม่อาจอดใจรอแขกขาประจำ เขาอาจจะมาหรือไม่มา แต่เสียงท้องร้องกลับมาตรงเวลา นางจำต้องยิ้มรับแขกคนแรกที่เรียกหา กระทั่งแขกคนสุดท้ายก้าวกลับเข้าสู่แพรต่วนสูงราคา ทิ้งเศษเงินกับความสุขหรรษาเมื่อครู่ไว้บนโต๊ะก่อนเดินจากไป นางเอื้อมเก็บเศษเงินและความสุขชั่วครู่นั่นไว้ เหลียวมองออกทางหน้าต่าง

    โคมใต้ชายคาเริ่มดับทีละดวง แสงสว่างถูกขับไล่มิอาจต้านความมืดรอบด้าน ความมืดที่ชวนเหน็บหนาวจนสั่นสะท้าน มันถือวิสาสะโจมเข้าทางหน้า่ต่าง เขาคงไม่มา นางอยากอาเจียน

    เก้าโมงสี่สิบ

    เข็มนาฬิกาแตกสลายล่องลอยในความมืดมนอนธการ วันเวลาเคลื่อนไปแต่ตัวหนังสือไม่อาจขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว

    ยังนั่งอยู่ตรงที่เิดิม วันเวลากลายเป็นเส้นไหมบาง ๆ ตวัดรัดรอบตัว รอบแล้วรอบเล่าแน่นเข้าทุกที คมไหมบาดลึกแทรกผ่าเข้าในรอยแยกของอณูเซลล์ผิวหนัง กระทั่งทั้งร่างถูกรัดแหลกสลายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยลอยหายไปในความลึกล้ำดำมืด

    สมุดวางอยู่ตรงหน้า ปลายนิ้วจรดปากกา มือไม่อาจขยับ

    จินตนาการโลดแล่นอยู่เสมอ

    ขณะตัวมันเอง

    ไม่อาจคว้าจับ

  2. (...) Says:

    อัยยะ!!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: