memo : จอด

 

DSC_8678

31-03-55

เช้าวันนี้อากาศดีครับ แม้จะตื่นขึ้นมาสายเอาเสียหน่อย แต่อากาศดีก็ยังไม่รีบไปไหนไกลมากนัก ปั่นจักรยานออกมาจากห้องพักยังคงเห็นหมอกมัวๆห่มตึกสูงย่านชานเมือง ความชื้นของเมื่อคืนวานวานยังบิดขี้เกียจอย่างไม่แครสายตาผู้สัญจรผ่านไปมา  ในขณะที่เรากำลังยิ้มให้กับวันใหม่เช่นกัน

ล้อจักรยานหมุนไปข้างตามแรงถีบที่ปลายเท้า หนทางขรุขระทรุดโทรมอันเนื่องมาจากกาลเวลากัดแทะและการใช้งานอย่างจัดเต็มของผู้คน  ไม่มีอะไรคงทนถาวรตลอดกาลนอกจากจำนวนนับที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่มีจุดสิ้นสุด แล้ว คนเราสร้างความเสื่อมโทรมได้ในทุกขณะลมหายใจ

ในการเก็บความไม่ดีทั้งหลายทั้งมวลมาไว้กับความคิดตนเองนั้น ไม่ต่างอะไรกับการนับดาว หมายความว่า ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะนับหมด และไม่รู้อีกเหมือนกันว่าดวงไหนนับไปแล้วบ้าง หรือดวงไหนไม่ใช่ดาว คืออาจเป็นเพิ่งเศษฝุ่นที่ติดค้างอยู่หน้ากระจกรถยนต์หรือแว่นตา

ในยามที่เราต้องเจอกับปัญหาหนักอก ทุกข์ทรมานกับเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด คนส่วนใหญ่เฝ้ามองปัญหาและพยายามนึกถึงสิ่งต่างๆที่จะนำมาแก้ปัญหา เหนืออื่นใด คนส่วนมากมักเฝ้าคร่ำครวญถึงสิ่งที่ตนเองไม่มี และ ไม่อาจมีได้ในขณะนั้น

และความแน่นอนของบ่อยครั้ง จนเราลืมนึกถึงไปว่าเราเองนั้นมีอะไร สิ่งที่เรามีอยู่กับตัวนั้นเป็นสิ่งที่สัมผัสได้จริง และนำออกมาใช้ปัดเป่าคลี่คลายปัญหาได้อย่างแท้จริง มิพักต้องรอคอยว่าสิ่งที่ไม่มีอยู่กับตัวนั้นมันจะอุบัติขึ้นมาเมื่อไร

การเดินทางก็เช่นเดียวกัน

ก้าวไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่แตกต่าง ความชำนาญทางหรือเรี่ยวแรงในการก้าวเดินนั้นมีพื้นฐานมาจากประสบการณ์และต้นทุน  คนขับรถทางไกลย่อมใช้ประสบการณ์บริหารต้นทุนจึงสามารถเดินทางไกลได้ในขณะที่สูญเสียน้ำมันเพียงเล็กน้อย อาศัยเพียงดั่นด้นไปตายเอาดาบหน้าอย่างไม่มีทิศทาง มีหวังคงได้จอดข้างทางเพราะน้ำมันหมด  แล้วก็เฝ้าคร่ำครวญถึงสิ่งที่ไม่มีกันต่อไป  ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจ ทุกข์ทรมานอย่างไร้ประโยชน์ 

เวลาเช่นนั้น มือเท้ามันสมองคือสิ่งที่มีติดตัวแต่เกิดอย่างไม่ต้องมีงานวิจัยใดมารับรอง ใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อผ่านปัญหาเหล่านั้นไปให้ได้ ความคิดมีทั้งที่ทำร้ายและสนับสนุนค่ำจุนพลังใจ เราควรเลือกเอาชนิดไหนในการก้าวเดินไปข้างหน้า  คงมีแต่คนบ้านเสียสติเท่านั้นที่เลือกทำร้ายตนเองด้วยความคิด

“ชีวิต – เวลาเจอปัญหาให้นึกถึงสิ่งที่เรามีมากกว่าสิ่งที่เราไม่มี”

ความคิดนี้ล่องลอยเหินไกลในท้องฟ้า น่าแปลกตรงที่ว่า เรารู้สึกว่ามันยังเป็นของเราอยู่เสมอ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s


%d bloggers like this: