ก่อนถึงพรุ่งนี้ (๓) : รอคอย

dzn_Lettera-9-by-Demian-Conrad-4

 

ข้าพเจ้าทิ้งตัวลงบนโซฟาหนังสีดำตรงหน้า แผ่นหลังอ่อนล้าไร้แรงอิงพิงลงสัมผัสเข้ากับความนุ่มนิ่มของแผ่นหนังที่หุ่มห่อ กลิ่นของมันยังคงคุ้นเคย ไม่แปรเปลี่ยน ผิดเพี้ยนไปเล็กน้อยก็คงเป็นเพียงแสงไฟที่สาดส่องลงมากระทบผิวโต๊ะเตี้ยเบื้องหน้า ในขณะนั้นความว่างเปล่าเหมือนผ้าขาวให้แสงไฟร่ายรำ

    โซฟาสีดำ

    ใครจะรู้ว่ามันผ่านสัมผัสจากแผ่นหลังของผู้ใดมาบ้าง มีคนเลวสักกี่คน คนดีเหลือเกินอีกไม่รู้กี่คน หากมันสามารถจำได้ ข้าพเจ้าตัดสินใจแทนมันได้เลยว่า

    มันคงไม่อยากจดจำ

    จะมีประโยชน์อันใดสำหรับการเฝ้าค่อยจดจำผู้คนที่ผ่านไปมาโดยไม่ได้ผูกพัน แม้พื้นที่จัดเก็บในความทรงจำนั้นมีมาก แต่ก็มีคุณค่ามากเพียงพอให้เราได้ครุ่นคิดว่า ใครบ้างที่สมควรให้จดจำ

    บาลี เธอเพียงคนเดียวที่เด่นชัดเสมอในภาพอดีต "เหมือนเดิม" เสียงของเธอชัดเสมอในสถานที่เดิมๆ ทำอะไรเหมือนเดิม ซ้ำๆ ไม่ยอมเปลี่ยน ไปในที่เดิมๆ พูดเรื่องเดิมๆ กินอาหารแบบเดิมๆ แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชุดเดิมๆ ไม่เคยเบื่อ

    "ทำไมเราต้องเปลี่ยนไปละ ก็ในเมื่อสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้มันเป็นสิ่งที่เราทำแล้วมีความสุข มันไม่ได้ลดลง และ ไม่ได้มากขึ้น เพราะถ้ามันมากขึ้น แสดงว่าเราเริ่มไม่พอดี น้อยไป ก็ขาดแคลน ก็ไม่พอดีเหมือนกัน"

    "เหมือนเดิมก็คือพอดีงั้นสิ" ข้าพเจ้าตอบเหมือนแย้ง แน่นอนว่าขัดแย้งด้วยสีหน้า

    "ก็แล้วแต่จะคิด – เอาอะไรมาวัดละ?"

    "ไม่รู้เหมือนกันว่ะ" ข้าพเจ้ายักไหล่ขึ้นสองข้าง ยืนยันว่าไม่รู้จริงๆ
 

   นั่นละเธอ พูดจากติดสำเนียงพระ ฟังแล้วงงปวดหัว ไม่เข้าใจ เธอคิดคำอะไรที่เข้าใจง่ายกว่านี้ไม่มี โยนคำถามไว้แล้วเงียบ ยิ้มให้บ้างเพราะเห็นข้าพเจ้าเริ่มหงุดหงิด  และสุดท้ายเราก็เดินผ่านมันไป เหมือนไม่ได้เกิดอะไรขึ้น

    จนวันที่เธอกำลังเดินทาง

    เดินทางครั้งนั้นไปไกลจนนึกภาพไม่ออกเลยว่า หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร

    "เหมือนเดิม-แกก็รู้ว่าจะเจอเราได้ที่ไหน" เธอพูดและยิ้มให้ข้าพเจ้า

    มือทั้งสองข้างไม่รู้จะเอาไปวางตรงไหน ข้าพเจ้าจัดมันลงไปในกระเป๋ากางเกง เธอเห็นแล้วต้องอมยิ้มคล้ายกับว่า ล่วงรู้อาการซ้ำๆที่ข้าพเจ้ามักกระทำยามขัดเขิน วันนั้นข้าพเจ้าพูดอะไรไม่ออก และเธอเองที่มักชอบอ่านเอาจากสีหน้าข้าพเจ้า

    "เออ! – รักษาตัวละ แล้วอย่าดื้อให้มันมาก สงสารไอ้รุณมัน"  ข้าพเจ้าพูดจบ หันไปมองอรุณ ชายหนุ่มในมาดคนแก่เรียน มันขยับแว่นขึ้นเล็กน้อย ไม่เข้าใจว่ามันทำไปทำไม หรืออาจทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกว่า มันกำลังให้ความใส่ใจอยู่อย่างงั้นสิ

    "ดูแลไอ้ลีให้ดีละ" ข้าพเจ้าพูดกับมันเหมือนออกคำสั่ง

    "ครับคุณพ่อ – เอ๊ย! คุณพี่" มันพูดแกมหยอก

    ข้าพเจ้ารู้ว่ามันพูดเล่นให้อารมณ์อาลัยในวันนั้นผ่อนคลาย แต่เตะของข้าพเจ้าอันหวดเข้าที่ต้นขาของมันเป็นของจริง  แต่ข้าพเจ้าก็ยิ้มและตบไหล่มันเบาๆ บอกว่าหยอกเล่นเหมือนกัน

    บาลียิ้ม

 

เครื่องบินไต่ระดับความสูงจนความมืดของท้องฟ้ากลืนกินหายไปทั้งลำ มันน่าใจหายเหมือนกัน สำหรับข้าพเจ้า บาลีเหมือนเป็นน้องสาว เป็นเพื่อน เป็นภรรยาของเพื่อน

     หึ! ข้าพเจ้าดีดตัวขึ้นจากเบาะหนัง หันไปด้านหลังโซฟา เห็นเจ้าของร้านยืนมองมาจากหน้าเคาน์เตอร์ ด้วยความคุ้นเคย ข้าพเจ้ายกมือ เหยียดนิ้วชี้ขึ้น พูดออกไปด้วยน้ำเสียงธรรมดา คิดว่าเขาคงอ่านจากปากออกว่า

    "เหมือนเดิม!"

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: