เรื่องสั้น คืนข้ามปี : สะพาน

บางครั้งเราเต็มใจเป็นสะพานให้ใครบางคนก้าวข้าม  แต่ห้วงยามแห่งการเสียสละ กับห้วงยามแห่งการพลัดพรากก็มักจะเกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งนี้ เพราะสะพานย่อมมิใช่ที่อยู่ถาวรของผู้ใด

-เสกสรรค์ ประเสริรฐกุล / ผ่านพบไม่ผูกพัน-

IMG747 

จันทร์เต็มดวง

ผม –แน่นอน ในรอบหลายปีนี้ ถ้าไม่ทำงานก็คงหลบไม่พ้นการสุมหัวในวงเหล้า ก็ทำไมละ ใครๆก็เป็นอย่างนี้ เราต่างก็ไม่เหมือนกันหรอกเหรอะ ที่ต้องการความสนุกสนานเมามายมากไปกว่าจิตวิญญาณอันสูงส่ง เรื่องแบบนั้น เอาไว้เขียนเป็นตัวหนังสือให้ดูดีเหอะ ตอนนี้หากไม่สั่งเบียร์มาเพิ่มอีกขวด – ให้ตายเหอะ เอาผมไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาได้เลย

“พี่ครับ ซื้อดอกไม้มั้ยครับ” เด็กชายผิวเกรียมแดด มันเป็นแดดในช่วงเวลากลางวันของสังคมโสมม แต่ตอนนี้เป็นเวลากลางคืน เป็นค่ำคืนที่กำลังก้าวข้ามวันเวลาที่ใครมักเรียกว่า ‘ปีใหม่’ แน่นอนเราเฝ้าคอยเฝ้านับว่าเวลามันจะผ่านไปเมื่อไร

“ไปไกลๆ ไอ้ห่า มึงไม่เห็นเรอะ ว่าพวกพี่กำลังเมา ดอกไม้ เอาไปทำห่าไรวะ!!!” ผมตอบด้วยน้ำเสียงเฮงซวยเท่าที่สามารถตะเบ็งได้

ไอ้เด็กเวรนั้นตกใจเล็กน้อยเพราะมวลเสียงที่กระแทกใส่หน้ามันนั้นไม่ต่างจากใครบางคนเอารองเท้าที่ไม่ได้ซักสามสี่อาทิตย์ฟาดหน้า (เหม็นชิ๊ปหาย) แต่-เหมือนกับว่าใบหน้ามันด้านเสียแล้วสำหรับการกระแทกเสียงไล่แบบขอไปทีของขี้เมากลางค่ำคืนก่อนเวลาข้ามปี ก็ทำไมละ เสียงร้องของความหิวมันดังกว่านั่นสิ

ใคร ๆ ก็เมา -  เสียงเพลงดังออกขนาดนั้น เสียงอย่างอื่นย่อมเบาไปตามกัน แน่นอน ผมพอจับสำเนาเสียงที่ไอ้เจ้าเด็กนั้นที่บ่งบอกส่งออกมาได้ ก็นั่นละ ทำไมจะตีความไม่ออกละ ก็พี่แกเล่นถือดอกไม้เป็นช่อมาลีเป็นพวงมาลัยเดินไปมาตามโต๊ะแล้วโต๊ะเล่า  ใครๆก็ต่างป้ายปาดมือไม้บ่งบอกว่าไม่ต้องการ ก้อ-อย่างที่เห็นละ อารมณ์คนเวลานี้ ใครจะอยากซื้อดอกไม้ไปไหว้พระ บาปกรรมตายห่า

“นี่ไอ้หนู ไปขายที่อื่นเถอะว่ะ ขายแถวนี้ไม่ได้ตังไม่พอเดี๊ยวจะโดนเตะอีกต่างหาก” ผมหยอกมันไปอย่างงั้น ในใจยังเอ็นดูมันอยู่ไม่น้อย

ก็ไม่ให้เอ็นดูมันได้อย่างไง ตั้งกะเย็น ตั้งแต่เด็กเชียร์เบียร์เริ่มแต่งหน้า ไอ้ห่านี่มันก็เริ่มมาทำมาหากินแล้ว  มันขายแทบทุกอย่างที่งานเทศกาลต้องการ หมวกพลุไฟอะไรก็ตามที่ใช้สำหรับประกอบกิจกรรมรื่นเริ่งสำเริงกิเลสผู้คนในวนเวียนของเมืองหลวง  ยกเว้นเรียงเบอร์ เพราะมันเปล่าประโยชน์ไปแล้วเมื่อเย็นวาน

ซึ่งแน่นอน มันคงไม่สนใจหรอกว่าใครจะนับตัวเลขส่งท้ายปีกันอย่างไร ตัวเลขที่เกี่ยวพันกับมันคงไม่พ้นรายได้ที่หล่นลงกระเป๋าในค่ำคืนนี้

แล้วผมก็อดไม่ได้ที่ต้องล้วงกระเป๋าควานหาบางสิ่งที่ใช้จับจ่ายความลำคาญเบื้องหน้า ให้ตายเหอะ ผมควักออกมากมันเป็นแบงค์ใหญ่เสียด้วย

“อะ -พี่มีแบงค์ใหญ่ มีทอนมั้ย?”  ผมถามขณะมือข้างหนึ่งถือธนบัตรใบหนึ่งยื่นไปข้างหน้า แม้ขณะนั้นตัวผมเองยังไม่แน่ใจว่ามันมีเลขศุนย์อยู่กี่ตัว แต่มันเป็นสีเทาหาใช้สีม้วงหรือสีแดงสด ดังนั้นแล้ว ผมจึงพอสามารถคำนวณได้ว่า เงินทอนที่จะได้รับควรมีจำนวนเท่าไร

ส่วนเจ้าเด็นั้นคว้าแบงค์ที่อยู่ในมือผมไป ส่งยิ้มแล้ววิ่งจากไป

“เฮ้ย!!” ผมตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นยันตัวขึ้นจนเก้าอี้ล่มลงข้างหลัง เพื่อนๆที่นั่งอยู่ด้านข้างข้างหันมามองเพียงเล็กน้อย แต่ไม่มีใครสนใจ เสียงดนตรีดังเพียงพอและสายตาพวกมันกำลังจับจ้องไปยังช่วงเอวขาวเนียนของสาวนักเต้นสะท้านดวงไฟวับไวในราตรี

ผมวิ่งตามมันไป – ไอ้เด็กเวร มันคิดจะอาศัยช่วงเวลาที่คนกำลังเมาได้ที่ค้ากำไรเกินควรงั้นรึ ผมยอมไม่ได้ แต่ฤทธิ์แอลกอฮอก็มักทำให้ความว่องไวของมนุษย์เมืองเชื่องช้ากว่าปกติ ขาผมมันไม่ค่อยสัมพันกันเท่าไรเวลาที่ต้องขึ้นที่สูง

ดูเหมือนว่ามันไม่ได้สนใจเลยว่าผมวิ่งตามมันมา ให้ตายเหอะ บ้านเมืองนี้มันไร้ยางอายกันขนาดนี้เชียวรึ ฉกเงินกันในค่ำคืนที่ใครๆต่างเรียกว่าเป็นวันเวลาแห่งความชื่นบาน การเบิกบานเริ่มต้นใหม่ของชีวิตใครหลายคน – แน่นอน แม้ว่ามันจะเป็นเป็นการอุปโลกน์ให้ดูดีไปวันๆก็ตามทีเหอะ

ผมไต่ขึ้นบันไดอย่างทุลักทุเล เห็นหลังมันไวๆ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น-ผมไม่สน มันคงเป็นแค่คำอวยพรที่ใครต่างรีบเร่งส่งให้กันก่อนเวลาสิ้นปี ก็ทำไมจะไม่รีบละ เพราะใครๆก็ชอบนักเชียวสำหรับการส่งข้อความมากมายในเวลาเริ่มวันใหม่ ของปีใหม่ แต่ขณะนี้ที่สำคัญสำหรับผมคือเงินทอนที่กำลังวิ่งไปข้างหน้า

 

 

นั่น.. มันหยุดอยู่ตรงนั้น ไงละ เหนื่อยและละสิเจ้าหนู ผมคิด ขณะที่ผมเดินก้าวเข้าไปถึงมันทีละก้าว แทบจะนับถอยหลังตามใครหลายๆคนรอบข้างเลยทีเดียว

เก้า..

 

แปด..

 

เจ็ด…

หก..

ห้า..

สี่…

สาม…

สอง…

 

“อ้าวพี่ มารอตังทอนถึงที่เลยเรอะ ผมว่าผมรีบวิ่งมาแลกเงินให้พี่แล้วเชียว”

 

และพลุไฟมากมาย ก็ผลิดอกสาดประกายวาววับเหลือประมาณ ผมแหงนมองวาบไฟเหล่านั้น จนแทบลืมเลือนว่าผมวิ่งมาเพื่ออะไร เสียงผู้คนตะโกรโห่ร้องไชโย ก้องไปทั่วบริเวณ ส่วน..

เจ้าเด็กนั้นหยิบเศษเงินจากชายผู้ร้องเพลงขอทานบนสะพานยื่นให้ผม ขณะเดียวกับที่มันพูดว่า

 

“สวัสดีปีใหม่ครับพี่”

 

ผมยิ้มให้มัน รับเงินทอนแล้วยัดมันลงกระเป๋า

 

“เออ.. สวัสดีปีใหม่”

Advertisements

2 Responses to “เรื่องสั้น คืนข้ามปี : สะพาน”

  1. ดิลล์ Says:

    ขอจิตใจงดงามของท่านเบ่งบานในทุกดวงใจผู้คน
    ปีใหม่สวัสดิ์ขอรับสหายพี่สาม

  2. swordbelt Says:

    เช่นกันครับท่านพี่ ขอให้สุขภาพแข็งแรง จิตใจสดใส คิดอะไรเป็นลื่นไหล เขียนได้เขียนดี ชีวาชีวีมีความสงบครบครันบานตะไท ไชโย โห่ หวิวววว : )

    และขอบคุณทุกๆท่านที่เวียนวนกันไปมาจนพบจนเจอกันในสวนอักษรแห่งนี้

    โชคดีปีใหม่ทุกท่านครับ

    : )

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s


%d bloggers like this: