Memo : บันทึกเก่า 51-09

kids

Memo : ส่วนแบ่ง

18-09-2551 – 17:20 น.

เพลง : Flowers and sword

มีคนเล่าให้ฟัง – เมื่อไม่นานมานี้ – วันนี้

มีอาหลานคู่หนึ่งไปตลาด เจ้าหลานตัวเล็ก ไปดึงล็อตเตอรี่บนแผงขาย – อาเห็นแล้วห้ามก็ไม่ฟัง หลานฉีกติดมือออกมา

อาเลยตามเลยซื้อด้วยความจำใจ

หวยเกิดถูก(ว่ะ)

คนเล่าถามผมว่า "เป็นคุณ.. คุณจะแบ่งเงินให้หลานยังไง"

ผมลองตั้งคำตอบดู

ก. เอาเฉพาะค่าล็อตเตอรี่ – ที่เหลือให้หลาน

ข. แบ่งครึ่งๆ

ค. แบ่งให้นิดหน่อย ที่เหลือเอาเอง

ง. ไม่แบ่งเลย

คำตอบที่ว่ามามีทั้งคำตอบของผม และคำตอบของอาคนนั้น

ลองทายดูสิ

Memo : ความผิด

19-09-2551 – 10:27 น.

เพลง : Utada hikaru – Flavor of Life (Ballad Version)

อยู่ๆก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา

เป็นคำถามที่มักถามเพื่อนเวลาไปเดินดูงานศิลปะ

ชิ้นงานนั้นใหญ่ สูงท่วมหัว แผ่ไกลสามคนโอบ กระหวัดลายเส้นอย่างบรรจง วิจิตรตระการใจ ให้เป็นที่น่าทึ่งต่อผู้พบเห็น แม้เราไม่เห็นตอนศิลปินทำงาน ยังสัมผัสได้ถึงความมานะบรรจงของมนุษย์คนหนึ่ง ฮ่า

เข้าคำถาม ?

เราเคยนึกเล่นๆว่า ถ้าศิลปินท่านนี้มีลูกน้อยที่กำลังล่วงวัยเข้าดินแดนจินตนาการเพริดพราว ว้าว.. มันเป็นเรื่องน่ายินดีของมนุษย์และคนเป็นบิดามารดา ในภาพที่กำลังบรรจงสร้างสรรค์ความยิ่งใหญ่ให้ประดับประดาฟ้าดิน

วันหนึ่ง – วันดี คืนงาม

บังเกิดเส้นสายลายยุ่ง ของเจ้าลูกน้อย สาดโถมเข้าสู่ผืนผ้าใบ

"พ่อแม่มันคงโกรธชิ๊ปหาย" เพื่อนบางคนตอบ

"แล้วถ้าเด็กมันเขียนว่า – หนูรักพ่อ รักแม่– ล่ะ"

อืมม์… จะโกรธมันดีมั้ยเนี้ย อีกใจก็ดีใจที่ตัวหนังสือตัวแรกที่ลูกมันเขียนออกมาหายใจชมโลก นี่กระมังที่คำโบราณเขาใช้เรียกเด็กเล็กตัวน้อยว่า "น่ารักน่าชัง"

ศิลปะที่ยิ่งใหญ่ บางทีก็ใช้ไม้วัดต่างกัน นั่นบางครั้งขึ้นอยู่กับกาลเวลา และ ตัวผู้สร้างสรรค์

อืมม์… พ่อแม่ก็รักลูกน่ะ 🙂

Memo : เบาพอ

20-09-2551 – 10:10 น.

เพลง : ฝน / P.O.P

 

วันทีฝนพรมทั่วราตรีกาล

เสียงแปะๆ แปะๆ จากเม็ดฝนกระทบเนื้อสังกะสีเกรอะขี้สนิมเมือง นั่น เป็นสำเนียงเรียงง่ายไม่ต้องตีความ ยิ่งเน่นถี่ยิ่งเป็นดนตรีโนต๊เดียว บรรเลงกลบเสียงอื่นๆ ไม่เว้นแม้แต่เสียงเคียงคลอของทีวี-วิทยุ

นั่นเป็นการกล่าวเกริ่น

>>> เร่งขีดเส้นของเสียงทีวีให้โดดดังขึ้นไปอีก ด้วยว่าต้องการเข้าใจในเนื้อความ จนหยุดไว้ในระดับหนึ่ง ระดับที่เพียงพอรู้ความ

ฝนซาซาง จางลงจนแทบไม่เหลือทิ้งร่องรอยของการผ่านมา

ขีดเสียงยังคงระดับในที่เดิม เพราะคุ้นชิน – ดังเกินไปรึเปล่า – หากสำเหนียกคิดย่อมมีคำตอบ

<<<<<< กดเบาเสียง ลดขีดลง ลงจนเพียงพอว่ายังสามารถสดับรับฟังเนื้อความ

<< ยังคงได้ยินอยู่ รู้ได้ถึงเนื้อหา

<<< ยังได้ยินอยู่ – นั่นหมายถึงว่า เมื่อครู่นั้นเสียงดังเกินความต้องการ

<< เงียบ …

> เร่งขึ้นหนึ่งขีด – รับฟังได้อยู่

ในเวลาหนึ่ง ความเงียบนั้นงดงาม ในเวลาหนึ่ง เสียงดัง ก็มากมายเกินความจำเป็น

เพียงสดับรับได้ และแปลความหมายในความถ้อย แม้จะเบาบาง

แต่ก็ เบาพอ

ราตรี – บันทึกหลังฝน

 

 

Memo : หวอ

21-09-2551 – 11:15 น.

เพลง : ไอ้มดแดง

แสงแดดอ่อนๆ วันอาทิตย์ – ฟะวิ้ว. เปาปาก ฟะวิ้วๆ นึกถึงคำถามครึ้มใจ

..

ในชั่วโมงเรียนวิชา สุนทรียศาสตร์ – นานมาแล้วที่เมืองเหนือ จำได้แบบขาดๆหายๆในบางรายละเอียด

ทว่าจำได้แบบแม่นมั่นอยู่เรื่องเดียว "คำถาม"

ด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม อย่างที่เกริ่นไว้บรรทัด 3 (แบบขาดๆหายๆ) อาจารย์ประจำวิชามี-บัญชาให้จับกลุ่มทำกิจกรรม มีการตั้งคำถาม ตอบคำถาม คำถามพื้นๆ ตอบได้ฉับไว คำถามง่ายๆ ตอบได้โดยตรองคิดนิดหน่อย ไม่เหนื่อยหน่าย

แต่.. คำถามว่า

เมื่อคุณขึ้นรถสองแถว (รถเมล์แดงที่เชียงใหม่ใช้สัญจร) สตรีนางหนึ่งขึ้นมาบนรถ นั่งตรงข้ามกับคุณ และอีกหลายๆคุณถัดมา  สาวใส จิตใจเพลินเพลิดไปกับความงามของเมืองเหนือ (เจ้า-ว) เป้ากางเกงยีนต์เนื้อหนา เปิดอ้าซ้า ภาษาช่างเรียก"หวอ" ศัพท์ทางวิชาการยังมิได้จาระไน

คุณจะทำยังไง? (คุณจะทำยังไง ๆ ประโยคนั้นลอยฟ่องในหัว)

ก. นั่งชมจนเธอรู้ตัว

ข. แนะนำให้เพศเดียวกันชี้แนะ

ค. ถ้าบนรถมีแต่ผู้ชายล่ะ

ง. บอกเธอด้วยตัวเอง

แล้วถ้าบอกเธอไปแล้ว.. อะไรจะเกิดขึ้น สถานการณ์เช่นนี้เหมือนซื้อหวย ยากกว่าเลขท้ายสองตัว ว้า..

ก. เธอยิ้มให้กล่าวขอบคุณ (มึงเห็นของกรูแล้วใช่มั้ย)

ข. เธอลุกหนี ชี้หน้าว่า "ไอ้ลามก" ( ทำดีอัปปรีย์กินหัว )

ค. เธอเงียบ ไม่พูดอะไร ใช้สายตาต่อว่า ( มึงจะบอกให้กูอายทำไม )

ง. เธอปรบมือแสดงความดีใจ บอกว่า "คุณคือผู้โชคดีคนแรก.. นี่เป็นรายการหยอกให้ยิ้ม" (ขณะนั้นชี้นิ้วมาที่กล้อง)

แม้เป็นเหตุการณ์ชั่วแวบหนึ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน แต่มันก็บอกอะไรเราได้หลายอย่าง

อะไรคือการทำดี อะไรคือผลตอบแทน มีหลายครั้งหลายหนที่เจอเหตุการณ์แบบนี้แล้วคนส่วนใหญ่ได้แต่มอง ขบขัน ปล่อยผ่าน เห็นความผิดพลาดของคนอื่นเป็นเรื่องบันเทิงเริงใจ อะไรถูก อะไรผิด ไม่มีคำตอบแน่ชัด หากวัดจากตัวเอง อาจเกรงกลัวผลที่ตามมา เพราะคิดจากตัวเองเป็นที่ตั้งเหมือนกัน

คำถามง่ายๆ ถ้าคิดมาก ตอบยาก-ไม่อยากตอบ

คำถามยาก ตอบง่ายๆ ก็โดนว่า – หาว่าไม่คิด

คำถามผิด ตอบยังไง ก็ไม่ถูก ถึงถูก ก็ตอบผิดข้อ

อะไรถูก อะไรผิด ช่วยตอบหน่อย

หวออออออออออออออออ……….

 

 

Memo : ข่วง

23 : 09 : 2550 – 20:12 น.

เพลง : Don’t Worry Be Happy – Bob Marley 

เมื่อครั้งตอนลงมาเรียนที่กรุงเทพ

อาจารย์ท่านหนึ่ง ใจดีเหลือเกิน เกรงว่าเด็กกรุงเทพ จะไม่ได้สัมผัสบรรยากาศ และความนึกคิดของคนเหนือ เลยทำให้เกิดโครงการศึกษางานสถาปัตยกรรมร่วม โดยเดินทางไปที่เชียงใหม่ หัวข้อการศึกษาร่วมว่าด้วยเรื่อง "เมือง"

โจทย์ให้ปรับปรุงเมือง ก็นะ

ในตอนนั้นมีความรู้สึกไม่เหมือนกับตอนนี้ ตอนนั่นน่ะ อยากจะทำอะไรเสียมากมาย เพิ่มนั่นเติมนี่ อะไรไม่รู้ ไม่รู้ว่าไปพัฒนาหรือไปทำลายกันแน่ แต่ก็ดีอย่างหนึ่ง ที่เป็นแค่งานศึกษาทดลอง ไม่ได้นำไปทำกันจริง

เมื่อทำงานเสร็จแล้วก็ต้องนำเสนอ มีอยู่กลุ่มหนึ่ง นำเสนองานได้แปลกมาก และเพราะความแปลกนี้ล่ะ ที่ทำให้จดจำมาถึงปัจจุบัน

พวกเขา (กลุ่มพวกเขา) ทำการเอาผ้าดิบ กระดาษชำระ มาพันรอบๆเวที วนไปเกือบทั่วห้อง เขาเรียกงานนี้ว่า " ข่วง " พวกเราหลายคน รวมทั้งอาจารย์ผู้ให้โปรแกรมถึงกับงุนงง สอบถามถึงแนวคิด เพราะไม่มีอะไรสามารถจับต้องเป็นรูปธรรมได้เลย ไม่มีโมเดล ไม่มีแม้แต่การนำเสนอผลงานผ่านบอร์ด กระดาษ เขียนรูประบายสีให้เห็นผังปรับปรุง

ยิ่งยิงคำถามเท่าไร ยิ่งสร้างความไม่พอใจสำหรับอาจารย์หลายคน เพราะดูเหมือนงานไม่มีอะไร ไม่มีความคิดที่จะแสดงออกมา หรือว่าทำงานไม่เสร็จกันแน่ ถึงแกล้งทำเป็นแอ็คอาร์ท -ว่ะ ก็มันดูเล่นง่ายจริงๆ (ในความคิดขณะนั้น)

จนทุกคนในห้องประชุมได้เสนอแนะว่า น่าจะทำงานแบบนั้น น่าจเป็นแบบนี้ แม้แต่สุดท้ายอาจารย์ผู้ให้โปรแกรมเองยังบอกกล่าวแนะนำ ถึงความน่าจะเป็นในส่วนของโปรแกรมงานที่ให้

และหัวหน้าโปรเจคกลุ่มนั้น ก็ลุกขึ้นกล่าวสรุปผลงานของเขา ว่า

ไม่ว่าทุกคนในห้องประชุมจะมีความคิดเห็นอย่างไรก็ตามแต่ เกี่ยวกับผ้าดิบและกระดาษชำระ แต่สำหรับกลุ่มเขาแล้ว ตอนนี้ เดี้ยวนี้ เขาได้สร้างสถาปัตยกรรมที่เรียกว่า"ข่วง" เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว

"ข่วง" เป็นชื่อเรียกลานกิจกรรมที่คนในหมู่บ้านใช้สำหรับทำกิจกรรม รวมความคิดความเห็น แสดงออกโต้แย้ง และชุมนุมหาทางออกร่วมกัน ไม่ว่าบรรยากาศนั้นจะเป็นอย่างไรก็ตามที่ แต่เมื่อมีพื้นที่เช่นนี้เกิดขึ้นมา ย่อมเป็นเรื่องน่ายินดี

ทุกคนในห้องประชุมอึ่ง เงียบอยู่พักหนึ่ง แล้วพวกเราทุกคนก็ต้องปรบมือให้กับผลงานชิ้นนี้

ด้วยเพราะ พวกเขา ได้สร้างมันขึ้นมาจริงๆ

และทุกคนในห้องนั้น ได้ใช้พื้นที่แห่งนั้นจริงๆ

กลับมา ณ. ปัจจุบันขณะ

อากาศเริ่มเย็นแล้ว ความอบอุ่นเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คนเราไม่รู้สึกเดียวดาย

"ข่วง" ความคิดของสังคมบ้านเราเริ่มแสดงออกให้เห็นลางๆ หลังจากที่ตัวใครตัวมันมานาน

เอาเถอะ ใช้พื้นที่แห่งนี้ให้คุ้มค่ากับที่ลืมเลือน

และแน่นอน

ข่วง ไม่ใช่ลานกิจกรรมสำหรับความคิดเดียว

เทียนไขไม่ได้สูญเสียอะไรเลย เมื่อมันต่อแสงสว่างให้เทียนเล่มอื่น

-บาทหลวงเจมส์ เคลเลอร์-

 

memo : ห้าม(คลิก)อ่าน

24:09:2551 – 15:26 น.

เพลง : สองคำ /friday

กะแล้ว..

คลิกจนได้..

อะ.. ไหนๆก็คลิกมาละ ทนอ่านสักหน่อยแล้วกัน ห้ามไม่เชื่อนิ

 

"ความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตก็คือ การทำในสิ่งที่คนอื่นห้ามคุณทำ"

-วอลเตอร์ เบกฮอต-

ฝรั่งนี่ก็คิดคำคมแปลกๆเน๊าะ /แต่ก็นั่นล่ะ อะไรๆที่มันเปลี่ยนแปลงโลก-สังคม ก็เพราะมีคนที่ทำในสิ่งที่คนอื่นห้าม/  ชอบกันจริงนะ  อะไรที่เขาห้ามเนี้ย เห็นเป็นไม่ได้ เวลาไปเที่ยว เห็นป้ายว่าห้ามจับนั่นนี่ ก็จับกันเสียจนสีลอกเห็นเนื้อใน ไอ้ผนังที่ห้ามเขียน ก็เขียนกันลายพรืบ เป็นจารึกประจำวัย ในวาระโอกาสที่ได้เดินทางผ่านไปที่นั่น > ที่นี่ เป็นการทิ้งร่องรอยเพื่อแสดงการมีตัวตน

อืม.. มันต้องแสดงตนกันหน่อย

เคยเห็นป้ายว่า "ห้ามทิ้งขยะตรงนี้" กันมั้ย – เออนั่นล่ะ – เคยเห็นที่ว่า ตรงป้ายนั้นไม่มีขยะมั้ย เจอป้ายแบบนี้สิบป้าย มีขยะกองตรงหน้าป้ายเกือบทุกป้าย ตรงไหนเขียนว่า"ห้ามจอดรถขวางประตู" มีรถจอดขวางประตู ตรงไหนมีป้าย"ห้ามหมาขี้" มีขี้หมา ตรงไหน "ห้ามหมาเยี้ยว" มีคราบเยี้ยว – คราบคนหรือคราบหมาก็ไม่ทราบได้ ต้องให้ใครไปพิสูจน์

อาจารย์ท่านหนึ่งพึ่งจะมาบ่นกับผมเรื่องที่แกทะเลาะกับเพื่อนบ้าน – ก็ไอ้เรื่องขี้หมานั่นละ เป็นเรื่องขี้หมาจริงๆ ไม่รู้เป็นไง ต่อหน้าก็คุยกันดี แต่พอหันหลังเมื่อไร เป็นต้องปล่อยหมาออกมาขี้ที่บ้านแก ทั้งๆที่อยู่อีกฝั่งเชียวนะ ผมไม่รู้จะหาทางออกให้แกยังไง แค่แนะนำให้แกลองทำกะบะทราย ให้มันขี้เป็นที่เป็นทางไปเลยดีมั้ย น่าจะเป็นการสงบศึกได้ดีกว่า

แกว่า "น่าสน – ประชดมัน แม่-ง เลย" (เป็นงั้นไป)

พอนึกถึงเรื่อง"ห้าม"เนี้ย เลยทำให้นึกถึงป้ายห้ามอันหนึ่ง – เมื่อครั้งนั้นไปเยี่ยมรุ่นน้องคนหนึ่งในคุก อ่อ. เรือนจำแถวนนทบุรีน่ะ ไปวันนั้นเรือนจำเขามีจัดนิทรรศการเกี่ยวกับ เรือนจำ – การทรมานนักโทษ – การสำเร็จโทษ – การประหารชีวิต

ในงานมีการนำเอาของที่เคยใช้กับนักโทษในอดีตมาแสดง ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผ่านมาแล้วกี่ราย หรือว่า ทำขึ้นมาใหม่เพื่อเอามาจัดแสดง ก็นะเวลาที่เราเห็นมีดที่เคยกูดหัวคนแล้วมันพาลให้จินตนาการต่อ หยืย..

เดินผ่านๆ ดูภาพสยึมกึ๋มมากมาย เห็นป้ายห้ามจับมาก็เยอะ แต่มีรอยมือจับทุกชิ้น เอากับเขา -มีอยู่ชิ้น รู้สึกจะเป็นเครื่องทรมานนะ จำไม่ได้ จำได้แต่ป้าย(แหะๆ) เป็นชิ้นที่ไม่มีคนจับเลย ฝุ่นติดนิดหน่อย แต่ไร้รอยนิ้ว ป้ายเขียนว่า

"ห้ามจับ มีอาถรรพ์"

อืม… คิดนะ ตอนอ่าน . จินตนาการมากมาย "มีอาถรรพ์"

หรือว่ามีคนเคยจับแล้วเป็นอะไร? เป็นอะไรวะ? ไม่เสี่ยงดีกว่า ประการฉะนี้แล้ว อุปมาอุปมัยได้ว่า ไอ้ป้ายที่เคยเขียนกันอยู่ในบ้านเมืองเราจำต้องปรับปรุงแก้ไข

ห้ามเขียน มีอาถรรพ์ ระวังนิ้วหงิก หำงอ ฝ่อถาวร

ห้ามจอด มีอาถรรพ์ระวังรถหาย

ห้ามเยี้ยว ระวังหด ตดเปียก

ห้ามทิ้งขยะ(ตรงนี้) ระวังจะถูกทิ้งเหมือนขยะ

สุดท้าย

ห้ามอ่าน เพราะอ่านแล้ว จะหน้าตาดี หล่อสวย รวยสุข ไร้ทุกข์ กุ๊กกิ๊ก ติ๊ดตี่ติ๊ด วิ๊ดวิ้ว

(น่ากลัวตรงไหนเนี้ย)

Advertisements

2 Responses to “Memo : บันทึกเก่า 51-09”

  1. สายลม Says:

    คำว่า ‘อาถรรพ์’ กับคำว่า ‘สาปแช่ง’ เนี่ยอันเดียวกันมั้ยพี่ท่าน

    หรือ…? เป็นคำเกี่ยวเนื่องที่ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันจึงจะได้ผลลัพธ์สูงสุด

    เช่น ต้องมีคำ ‘สาปแช่ง’ จึงเกิด ‘อาถรรพ์’ หรือ อาถรรพ์เกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องการคำสาปแช่ง?

    รู้มั้ย อาถรรพ์มีที่มาที่ไปยังไง? ข้าพเจ้าน่ะ ไม่รู้! แต่ถ้าท่านรู้ รบกวนสักนี้ดด

    โปรดตอบ เพราะถ้าตอบ จะหน้าตาดี หล่อสวย รวยสุข ไร้ทุกข์ กุ๊กกิ๊ก ติ๊ดตี่ติ๊ด วิ๊ดวิ้ว แอนด์ กิ๋วกิ้ว

  2. swordbelt Says:

    ไม่น่าจะอันเดียวกันนะคุณน้อง

    เพราะเขียนไม่เห็นเหมือนกันเลย ออกจะคนละพ่อคนละแม่เสียด้วยซ้ำ (ฮ่า)

    อันไหนมาก่อน สาปแช่ง น่าจะมาก่อน อาภรรพ์ ไม่เชื่อลองเปิดพจนานุกรมดูสิ สอ-เสือ มันมาก่อน ออ-อ่าง (ชัวร์) – (ฮา เข้าไปอีก)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s


%d bloggers like this: