นิทานสามจุด : เทวดาขี้เกียจ (๑)

 

07-03


เรื่องมันมีอยู่ว่า ในค่ำคืนอากาศดีพอประมาณ ไม่มากมายแต่ก็เพียงพอให้คุณอาและคุณหลานออกมานั่งนับดาวเล่น

“คุณอาคะ? ทำไมเราต้องมานั่งนับดาวด้วยละคะ”

“มันประหยัดพลังงานดีครับคุณหลาน”

“เหรอคะ – แล้ว… ถ้าเรานับกันจนหมดแล้วเราจะทำยังไงต่อดีละคะ?”

“อืมม์… นั่นสินะ เอาไว้ถึงตอนนั้นค่อยคิดกันอีกที”

ในขณะที่คุณหลานนั่งนับดาว และ คุณอานั่งฮำเพลงสบายอารมณ์ ดาวดวงเล็ก ๆ หนึ่งดวงก็ดันเกิดขี้เกียจจะลอยอยู่บนฟ้า หลานสาวเห็นเช่นนั้นจึงร้องบอกคุณอาว่า

“อา ๆ ดาวตก ๆ อธิษฐานเร็ว” เธอรีบหลับตาอธิษฐานบางอย่างจากดวงดาว คุณอาก็ต้องทำตามเธอเช่นกัน

หลังเสร็จสิ้นการอธิษฐาน เธอหันมามองคุณอา “คุณอาขออะไรเหรอ?” เป็นคำถามที่ตอบยากสำหรับคุณอา บางครั้งเขาก็ทำ ๆ ตาม ๆ หลานไปอย่างนั้น

“อยากรู้?” อาถามกลับ

“ก็พอสมควร” เธอตอบ และ สายตาบ่งบอกว่า – อยากรู้พอสมควรจริง ๆ

“ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน” อาว่าอย่างนั้น พร้อมหยิบหนังสือนิทานเล่มโปรดออกมาวางตรงหน้า

“วันนี้หนูอ่านนิทานให้อาฟังหนึ่งเรื่อง”

คุณหลานพยักหน้าแทนคำตอบ รับหนังสือนิทานไป ใช้มือน้อย ๆ อวบ ๆ ของเธอกรีดหน้าหนังสือผ่านไปทีละหน้า สองหน้า จนพบเรื่องที่คุณอาคั้นเอาไว้ อมยิ้มและก้มหน้าค่อย ๆ สะกดคำต่าง ๆ มากมายในนั้น

เป็นเสียงที่ไพเราะที่สุดเท่าที่คุณอาเคยได้ยิน


– I –

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

โลกที่คนและเทวดาอาศัยร่วมกัน ไม่ว่าที่แห่งใดก็ตาม เราสามารถพบเห็นมนุษย์และเทวดายืนคุยกันได้  เทวดามากมายให้พรแก่มนุษย์ เพื่อให้สมหวังและตัวเทวดาเองก็ได้พลังจากความสมหวังของมนุษย์เหล่านั้นเป็นพลังชีวิต

เป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า เทวดาต้องการพลังมากๆ พวกเขาก็จะลอยสูงขึ้นสูงขึ้น คนที่มอขอพรก็จะมีเครื่องบรรณาการตามแต่ที่เทวดาแต่ละตนจะเรียกหา พรที่ใหญ่โตหรือยากมาก เครื่องบรรณาการก็จะมากขึ้นตามลำดับ

คนที่ไม่มีกินก็หมดหวังที่จะได้พรยิ่งใหญ่และยากเย็น ซึ่งมันก็เป็นความสมเหตุสมผลแล้วสำหรับโลกที่ ผลประโยชน์คือการแลกเปลี่ยน มีคนให้ มีคนสนองตอบ ด้วยความพึงใจทั้งสองฝ่าย อะไรๆก็ง่ายดายเพราะมีสิ่งของแลกเปลี่ยน

 

07-02 

– II –

กาลต่อมาอีกนานเหมือนกัน

เทวดาตนหนึ่ง – บังเอิญว่าเป็นเทวดาแสนขี้เกียจ เทวดาตนอื่นๆก็มักว่าอย่างนั้น เทวดาขี้เกียจตนนั้น ค่อยตกต่ำลงเรื่อง เขาไม่ค่อยจะให้พรที่มีคนขอสมหวังเท่าไรนัก บางครั้งเขากลับแกล้งในคนที่มาขอพรประสพกับเรื่องราวไม่คาดฝัน

“ก็พวกมันขี้เกียจ-เรื่องแค่นี้ก็ทำกันเองไม่ได้” เทวดาจอมขี้เกียจชอบพูดอย่างนั้น และนั้นเป็นเหตุให้เขาตกต่ำลงไปเรื่อย ไม่มีใครมาขอพรกับเขา และไม่มีใครเลยที่สนใจเขา

จากที่เป็นเทวดาในเมืองใหญ่ เขาถูกลดชั้นไปเรื่อยๆ เมฆน้อยๆ พออยู่พออาศัยของเขาก็ค่อย ๆ พาเขาลอยไปที่ดินแดนอันห่างไกลความเจริญ

ที่แห่งนั้นมีแต่ความยากไร้ ผู้คนแทบไม่มีกิน ไม่รู้หนังสือ และทำมาหากินไปวันๆ วันที่เทวดาจอมขี้เกียจลอยเรื่อย ๆ มาถึงเมืองแห่งนี้ ชาวบ้านต่างรู้สึกไม่ค่อยดีกับเขา เพราะคิดว่าเทวดาตนนี้ คงจะมาทำความเดือดร้อนพวกเขาแน่ๆ

ก็จะมิให้ชาวบ้านคิดแบบนั้นได้ยังไงเล่า เพราะคนส่วนใหญ่ที่ในเมืองมักขอพรให้ตัวเองมั่งมี ร่ำรวย และเทวดาก็ดลบันดาลสิ่งต่างๆมากมายให้พวกเขา และกลับกลายเป็นว่าสิ่งต่างๆที่เหล่าเทวดาได้เสกให้พวกเขานั้น คือการดึงเอาส่วนของชาวบ้านมันให้ชาวเมือง

เทวดาขี้เกียจรู้สึกสบายใจเหมือนกันที่ไม่มีใครมากวนใจ ในแต่ละวันเขาจะลอยไปลอยมา เฝ้ามองชาวบ้านทำโน่นทำนี่ และก็ลอยไปเรื่อยในหลายเมือง เห็นสิ่งต่างๆมากมาย ดูไปแล้ว เขาไม่รู้สึกเบื่อเลยที่ตัวเขาเองไม่รู้ว่าหน้าที่ของการเป็นเทวดา

แต่ก็เป็นอยู่อย่างนั้นไม่นาน  เจ้าเทวดาเริ่มรู้ตัวเองว่า หากไม่มีใครมาขอพรต่อเขา พลังของเขาก็จะเสื่อมถอยไปเรื่อยๆ  จนมีวันหนึ่งเจ้าเทวดาจอมขี้เกียจจึงป่าวประกาศว่าเขาจะให้พรโดยใช้สิ่งของแลกเปลี่ยนเล็กน้อยเท่านั้น

จากนั้นไม่นานนัก ปรากฏว่ามีคนสามคนที่อยากจะขอพรต่อเขา

ชายคนที่หนึ่ง เอ่ยขอพรที่ว่า เขาเป็นคนขี้เกียจอ่านหนังสือแต่เด็ก โตมาโดยไม่รู้หนังสือ เขาจึงอยากที่จะอ่านหนังสืออกและเขียนหนังสือได้ด้วย

เทวดาจอมขี้เกียจฟังแล้วก็เบ้ปากบอกกับชายคนนั้นว่า “งั้นเจ้าเดินทางไปยังเมืองตะวันออก มีเมืองอยู่เมืองหนึ่ง ที่กลางเมืองมีดอกไม้สีแดงปลูกไว้เยอะแยะ เจ้าไปเด็ดมาให้ข้าหนึ่งดอก”

ชายคนนั้นรับฟังแล้วก็เดินจากไปยังทิศตะวันตก แค่ดอกไม้ดอกเดียวทำให้เขาอ่านหนังสืออก คุ้มเสียไม่มี – เขาคิด

ส่วนชายคนที่สอง เป็นคนดูผอมบาง อ่อนแอ และเขาอยากมีร่างกายที่แข็งแรง และแข็งแรงที่สุดในเมืองด้วย

คราวนี้เจ้าเทวดามองชายคนนั้นอย่างพิจารณา ก่อนจะบอกว่า “งั้นเจ้าเดินไปทางทิศตะวันตก มีเมืองอยู่เมืองหนึ่ง ในเมืองนั้นมีปลาประหลาดตัวหนึ่ง เนื้อมันอร่อยข้าชอบ เจ้าไปเอามาให้ข้าสักตัวสิ”

ชายคนนั้นรีบวิ่งไปทางทิศตะวันออก เขาอยากได้ปลาตัวนั้นมาไวๆ เพื่อที่เขาจะได้มีร่างกายที่แข็งแรงที่สุดในแผ่นดิน แค่ปลาตัวเดียว คุ้มซะไม่มี

และชายคนที่สาม เขาอยากเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในแผ่นดินทรัพย์สินทุกอย่างต้องเป็นของเขา

คราวนี้เจ้าเทวดาถึงกับหัวร่อออกมา “ง่ายนิดเดียว เจ้าไม่ต้องเอาอะไรให้ข้าเลย – เจ้าแค่หลับตาแล้วเดินไปทางทิศใต้ เมื่อลืมตาขึ้นมา เจ้าจะได้ครอบครองทุกสิ่งที่เจ้าต้องการ”

ชายคนนั้นดีใจจนแทบร้องไห้ เขาหลับตาแล้วเดินไปทางทิศใต้ จากนั้นภาพของคนทั้งสามค่อยๆลับหายไปจากสายตาเจ้าเทวดาขี้เกียจ

เขายังคงนอนสบายใจลอยไปลอยมาเหมือนเดิม…

07-04

– III –

เวลาล่วงผ่านไปแล้วสามวัน

คนทั้งสามยังไม่มีใครกลับมาสักคนเดียว และ จากนั้นไม่นาน เทวดาจอมขี้เกียจก็ได้พลังมากมาย เมฆของเขาใหญ่ขึ้น และลอยสูงขึ้น สูงขึ้น

เหล่าเทวดาที่รู้จักเขาต่างประหลาดใจ

ทำไม? เจ้าเทวดาจอมขี้เกียจถึงได้พลังงานมากมายถึงเพียงนั้น

….


“อ้าว – ทำไมถึงเป็นอย่านั้นละครับ” คุณอาถามคุณหลานด้วยความสงสัย

“คุณอาอยากรู้เหรอ?”

“ก็อยากรู้” คุณอาตอบคุณหลาน

“มากมั้ย?” คุณหลานถามคุณอา

คุณอายิ้ม ตอบว่า “ก็พอสมควร”

“ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน”  คุณหลานว่าอย่างนั้น พร้อมกับส่งหนังสือให้คุณอา


07-01

 – to be continue –

 


อ่านนิทานเรื่องก่อน ๆ

(๗)- นิทานสามจุด : แผ่นไม้และตะปู
(๖)- นิทานสามจุด : เจ้าหนูนิทรา
(๕)- นิทานสามจุด : แมวดำบนโลกใบขาว
(๔)- นิทานสามจุด : คนเก็บดาว
(๓)- นิทานสามจุด : แก้วก็คือแก้ว
(๒)- นิทานสามจุด : ขอดาว
(๑)- นิทานสามจุด : เจ้าชายกับรากไม้


Advertisements

3 Responses to “นิทานสามจุด : เทวดาขี้เกียจ (๑)”

  1. z2you Says:

    โปรดติดตามตอนต่อไป ^__^

  2. swordbelt Says:

    อาทิตย์นี้ขอแปะไว้ก่อนขอรับ งานยุ่งมากกกก 🙂

  3. kicapu Says:

    แง้วววว…อยากอ่านต่อมากค่ะ อยากรู้มากเลยล่ะ ไม่ใช่แค่พอสมควร!!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s


%d bloggers like this: