นิทานสามจุด : เจ้าหนูนิทรา

06-02

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว…


ในขณะที่คุณอากำลังจะเริ่มอ่านนิทานให้หลานรักฟัง

“คุณอาคะ?”

“ทำไมหรือครับ”

“หนูง่วงนอนแล้ว”

แต่อาเพิ่งเริ่มเรื่องเองนะ”

ก็หนูง่วงนี่คะ”

“แต่อายังไม่ง่วงนี่” คุณอาเริ่มงอแง หลานสาวถอนหายใจทำท่าเหนื่อยหน่าย

“งั้นหนูเล่านิทานให้อาฟังดีมั้ย”

“แล้วแต่ท่านหญิงจะกรุณาผู้ต้อยต่ำขอรับ”

หลานสาวหัวเราะคิกคัก จากนั้นกางหนังสือนิทานออก เธอค่อยๆอ่านตัวหนังสือเหล่านั้นอย่างช้าๆ ทีละบรรทัด


กาลครั้งหนึ่ง…

ยังมีเมืองๆหนึ่ง

ในเมืองๆนั้น ยังมีหมู่บ้านอยู่หมู่บ้านหนึ่ง เป็นหมู่บ้านที่มีแต่คนขยันขันแข็งทำมาหากิน

และในหมู่บ้านนั้น ก็ยังมีเด็กผู้ชายคนหนึ่ง

เป็นเด็กผู้ชายที่ในวันหนึ่งวันใดสักวันนี่ละ เขาได้ปรากฏตัวขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง  เด็กผู้ชายหนึ่งคนนี้เดินทางซัดเซพเนจรไปตามร้านค้าบ้านเรือน เขาเดินไปเรื่อยๆและไปหยุดอยู่ตรงสวนกลางหมู่บ้าน และเขาก็ล้มตัวลงนอน ใบหน้าเขายิ้มเล็กน้อย หลับตา และวันนั้นเอง ผู้คนทั่วหมู่บ้านต่างขนานนามเด็กชายผู้นั้นว่า

‘เจ้าหนูนิทรา’ 

ด้วยเพราะนอกจากนอนแล้ว วันๆเด็กคนนั้นไม่ยอมทำเรื่องราวอันใด เขาไม่พูดคุยกับใคร เขาไม่แม้แต่จะลืมตามาสบตาผู้ใด เขาเอาแต่นอน นอน และนอนเท่านั้น ชาวหมู่บ้านร้านค้าผ่านไปมาต่างชี้ไปที่เจ้าหนูนิทรา

พวกเขาสอนเด็กๆว่าอย่าเอาอย่างเจ้าหนูนี่นะ เป็นเด็กเป็นเล็กกลับขี้เกียจสิ้นดี วันๆไม่เห็นทำอะไร เอาแต่นอนสบาย ไม่รู้จักทำมาหากิน เที่ยวเดินไปตามบ้านนั้นทีบ้านนี้ที ขอข้าวเขากินไปวันๆ

จากนั้นชี้สอนให้เด็กๆดูตัวอย่างพ่อค้าแม่ค้าในตลาด เห็นมั้ย พวกเขาทำงานหามรุ่งหามค่ำ ทำงานจนแทบไม่เคยได้มีเวลาพัก พวกเขาประหยัดและรู้จักค้าขาย เมื่อได้ผลกำไรมาก็นำไปต่อยอดค้าขายต่อ ยิ่งเพิ่มผลกำไรเข้าไปอีก

หลายต่อหลายวันผ่านไป เจ้าหนูนิทรายังไม่ยอมลุกไปไหน ชาวบ้านต่างเห็นว่าปล่อยไปอย่างนี้แล้ว เห็นจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่เด็กๆในหมู่บ้าน พวกพ่อค้าแม่ค้าต่างนัดหมายมาที่สวนกลางหมู่บ้านเพื่อหาวิธีให้เจ้าหนูนิทราตื่นขึ้นมาทำงานทำการเหมือนคนอื่นเขาบ้าง

“ดูสิ เจ้าเด็กคนนี้ มันยังนอนอยู่ได้ คนเขาเดือดร้อนกันไปหมด” แม่ค้าคนหนึ่งพูดขึ้น ด้วยเพราะนางต้องผละออกมาจากแผงขายของเพื่อร่วมประชุมหมู่บ้าน พ่อค้าคนหนึ่งจึงกล่าวบ้าง

“หลายวันก่อน วันที่ฉันเห็นมันมาวันแรก มันเดินมาขอข้าวบ้านฉัน ฉันก็ไล่มันไปที่อื่น คนกำลังค้าขายแท้ๆ รบกวนเวลาของฉัน ลูกค้าฉันยังว่า กลิ่นมันเหม็นสุดๆ”

พ่อค้าแม่ค้าหลายคนเห็นด้วยต่างพยักหน้า “ใช่ๆ วันนั้นมันก็มาขอข้าวที่ร้านฉันเหมือนกัน มันทำเอาลูกๆของฉันตกใจแนะ ฉันก็ไล่มันออกมา เห็นมันทำท่าว่าจะมานอนหน้าบ้านฉันเท่านั้นละ ฉันเอาไม้ตีมันไปสองที”

พ่อค้าอีกคนพูดขึ้นบ้าง “สมควรแล้ว ขี้เกียจแบบนี้ ตีให้ตาย นี่ถ้าเป็นลูกเป็นเต้านะ ฉันจะฟาดไม่เลี้ยง ตอนเย็นวันนั้น มันก็มามองๆที่หลังบ้านฉัน ไอ้เจ้าเด็กรับใช้ฉันนะ มันดันไปสงสาร จะเอาข้าวไปให้ ดีนะที่ฉันมาเจอเสียก่อน ก็เลยห้ามไว้ทัน”

พ่อค้าแม่ค้าส่งเสียงชื่นชมพ่อค้าคนนั้น “ใช่ๆ คนในหมู่บ้านนี้ทำการค้าขยันขันแข็ง ไม่มีใครเกียจคร้านเหมือนมัน ดูสิมันไม่ทำงาน ยังมีหน้าไปเดินขอข้าวเขากินไปทั่ว ท่านทำถูกแล้วที่ไม่ให้ข้าวมันกิน”

เมื่อมีคนยกย่องพ่อค้าที่ไม่ยอมให้ข้าวเจ้าหนูนิทรากิน พ่อค้าแม่ค้าอีกหลายคนก็ต่างยกไม้ยกมือขึ้นว่า พวกเขาก็ไม่เคยให้ข้าวปลาเจ้าหนูนิทรากินเหมือนกัน พวกเขาต่างสรรเสริญวีรกรรมของแต่ละคน มีบ้างที่เอาน้ำสาด ใช้ไม้ไล่ตี ปล่อยสุนัขออกมากัดเจ้าหนูนิทราบ้างละ ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่ให้ข้าวเจ้าหนูนิทรากิน

“แล้วเราจะทำยังไงกับเจ้าหนูนี่ดีละ ปล่อยไว้แบบนี้ เด็กๆในหมู่บ้านเห็นเข้าทุกวันจะกลายว่าเอาอย่างเจ้าหนูนี่นะ”

ใครคนหนึ่งถามขึ้นมาเพราะกลัวว่าพ่อค้าแม่ค้าจะพากันสรรเสริญตัวเองจนลืมว่ามาประชุมกันเรื่องอะไร

พ่อค้าคนหนึ่งก้าวออกมายืนมองเจ้าหนูนิทรา จากนั้นหันกลับไปบอกคนในหมู่บ้านที่มาชุมนุมว่า ขอให้ทุกคนอย่าได้ให้ข้าวปลาอาหารแก่เจ้าหนูนี่ ปล่อยให้มันหิว เมื่อมันหิวมากๆ มันตื่นขึ้นมา พวกเราค่อยให้อาหารมันโดยมีเงื่อนไขว่า เจ้าหนูนิทราต้องทำงานทำการเหมือนคนในหมู่บ้าน จึงจะมีข้าวกิน

ทุกคนในหมู่บ้านฟังข้อเสนอต่างเลื่อมใสในความคิดของพ่อค้าผู้นี้ ต่างเข้ามาจับไม้จับมือเพื่อแสดงความเลื่อมใสในการแก้ปัญหาของเขา และทุกคนก็แยกย้ายกลับร้านค้าบ้านเรือนตน เฝ้ารอเวลาที่เจ้าหนูนิทราจะรู้สึกหิวและตื่นขึ้นมาขอข้าวพวกเขา

หนึ่งวันผ่านไป…

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป…

หนึ่งเดือนผ่านไป…

หนึ่งปีผ่านไป…

เจ้าหนูนิทรายังคงนอนอยู่ที่เดิม ไม่แม้สักครั้งที่จะตื่นขึ้นมาขอข้าวปลาอาหารชาวบ้าน พวกพ่อค้าแม่ค้ายังคงทำมาหากินกันวุ่นวาย จนดูเหมือนว่าพวกเขาลืมไปแล้ว

ว่ายังมีเจ้าหนูนิทรา ที่นอนหลับอยู่ที่สวนกลางเมือง หญ้ารกปกคลุมร่างจนไม่มีใครพบเห็นว่าเขายังนอนอยู่ตรงนั้น ใครบางคนพูดว่า “เจ้าหนูนิทราคงไปที่หมู่บ้านอื่นแล้ว” และ ใครอีกบางคน คล้ายกับพูดว่า “ไปเสียได้ก็ดี เด็กขี้เกียจแบบนี้ อยู่หมู่บ้านไหนเขาก็ไม่เอา”


หลานสาวตัวน้อย อ่านมาถึงตรงนี้ คุณอาก็หลับไปเสียแล้ว บรรทัดต่อลงมาในหนังสือว่างเปล่า เด็กน้อยอ่านต่อแม้จะไม่มีเรื่องราวเขียนต่อจากนั้น แผ่วเบาเพราะกลัวว่าคุณอาจะตื่น


เจ้าหนูนิทรา ยังคงนอนหลับไป ไม่มีวันตื่น คล้ายกับเฝ้ารอเจ้าหญิงจากแดนไกล

และแล้ววันหนึ่ง ก็มีเจ้าหญิงขี้ม้าขาวผ่านมา เจ้าหญิงนั่งพักผ่อนที่สวนกลางเมือง ม้าของเจ้าหญิงและเล็มหญ้าที่ขึ้นปกคลุมเจ้าหนูนิทรา

เจ้าหญิงจุมพิตเจ้าหนู คำสาปคลี่คลาย เจ้าหญิงพาเจ้าหนูนิทรา กลับไปยังปราสาท ให้อาหารเขากิน เลี้ยงดูให้ความรู้ โอบกอดให้ความรักต่อเขา เจ้าหญิงไม่เคยมีเงื่อนไขกับเจ้าหนู

จนเจ้าหนูนิทรา เติบใหญ่กลายเป็นเจ้าชายรูปงามผู้เปี่ยมความสามารถ และเป็นพระราชาปกครองบ้านเมืองกับเจ้าหญิงผู้งดงาม ตราบนานเท่านาน

 


หลานสาวตัวน้อย ปิดหนังสือนิทาน จากนั้นนอนกอดคุณอาหลับไปอย่างมีความสุข…

06-01


อ่านนิทานเรื่องเก่าๆ

นิทานสามจุด : แมวดำบนโลกใบขาว
นิทานสามจุด : คนเก็บดาว
นิทานสามจุด : แก้วก็คือแก้ว
นิทานสามจุด : ขอดาว
นิทานสามจุด : เจ้าชายกับรากไม้


Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: