นิทานสามจุด : คนเก็บดาว

DSC01174

กาล- ครั้งหนึ่ง นานมากแล้ว

เชื่อเถอะว่านานมากพอสมควรให้คนหลงลืม ที่เหลือจดจำได้ก็มีน้อยจนไม่ได้ถือเอาเป็นประเด็นสลักสำคัญ

เด็กผู้ชายคนหนึ่งถือกำเนิดเกิดมาในวันเดียวกันกับที่ดาวดวงหนึ่งดับแสง เป็นความเชื่อของคนเก่าแก่ ว่าเมื่อคนหนึ่งเกิดย่อมมีดาวดวงหนึ่งดับ เมื่อคนหนึ่งดับย่อมมีดาวดวงหนึ่งถือกำเนิดบนฟากฟ้า

(คำว่า ‘จุตติ’ ในภาษาพระหาได้หมายถึงความว่า ‘กำเนิด’ หากแต่มีความหมายว่า ‘ดับสิ้น’)

และในยามราตรี ทั้งคนที่อยู่ด้านล่าง ก็ได้เฝ้ามองดูคนที่เป็นดาวอยู่เบื้องบน เฝ้าถามคำถามมากมายว่าตัวเองนั้นมาจากไหน ในกอไผ่หรือในความรื่นรมย์บางช่วงเวลาในวันที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

เด็กชายคนนั้นก็เช่นกัน เขาเคยสงสัยและตั้งคำถาม

แต่ความสงสัยไม่เคยได้รับคำตอบ เด็กชายแทบจดจำอะไรไม่ได้หรือเขาอาจตั้งใจลืมมันว่า เขามาจากไหน ใครให้กำเนิดเขามา ในยามวิกาล เขาได้แต่นั่งแกว่งเท้าไปมา ณ ปลายกิ่งของเมฆขาว เฝ้ามองดูแสงวาบวาวด้านล่าง

นับวันดวงดาวข้างล่างนั่นยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกที และดาวเบื้องบนก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ มีบ้างที่อยู่ดีๆ ก็มีกลุ่มดาวมากมายแห่กันขึ้นมาเป็นแสนเป็นล้านดวง ช่วงวันนั้นเป็นวันที่เด็กชายจะวุ่นวายเป็นพิเศษ

ในช่วงเดือนกันยายน ปีของคริสต์ที่๑๙๔๕ เด็กชายแทบไม่อยากเคลื่อนไหวอะไรเลย ดวงดาวนับได้หกสิบล้านดวงลอยเต็มท้องฟ้า ในขณะที่เบื้องล่างมีเสียงคำรามร้องน่ากลัวกว่าเสียงร้องของเทพอัสนี

ปีนั้นดวงดาวมากมายเสียยิ่งกว่าช่วงปีคริสต์ที่ ๑๙๑๔ ถึง ๑๙๑๘ ที่ฟากฟ้าปรากฏดาวมากมายเกือบสี่สิบล้านดวง ครั้งนั้นเด็กชายจำได้แม่นยำ

ดวงดาวทุกดวงมีบาดแผล มันกระพริบถี่เพราะมันยังคงสั่นกลัวอะไรบางอย่าง เด็กชายได้แต่เฝ้ามองดูพวกดวงดาวที่หวาดกลัวเหล่านั้นด้วยอารมณ์หม่นเศร้า เวลาห่างกันไม่มากพอให้เด็กชายลืมความเศร้านั้น

เขาทำอะไรกับดาวงั้นหรือ?

ในขณะที่เครื่องหมายคำถามทำหน้าที่ คุณดวงอาทิตย์เริ่มส่งลำแสงเล็กๆเป็นเส้นเป็นสายมาแต่ไกล เด็กชายค่อยๆขยับร่างกายอันผอมบางของเขา มือข้างหนึ่งถือไม้ยาวมีตาข่ายใสเบาบาง

เขายันร่างขึ้นยื่น ค่อยๆมองไปรอบๆ จากนั้นเขาจึงเริ่มเก็บดวงดาวทีละดวง

๐๐

เด็กชายเก็บดวงดาวไปเรื่อยๆ เขาถามดวงดาวว่าเป็นอย่างไรบ้าง ดาวบางดวงก็พูดคุยกับเขา บางดวงก็ยังคงเงียบงัน และบางดวงหายไปจากฟากฟ้า บางครั้งเด็กชายแทบไม่ได้เอ่ยคำลากับดาวดวงนั้นเลย

แม้คำลาจะไม่มีผลอะไร เพราะอีกไม่นานดวงดาวที่ลับหายไปจากฟ้า ก็ต้องกลับขึ้นมาอยู่ดี เด็กชายไม่เคยกล่าวคำว่า “โชคดี-ลาก่อน” เพราะเขาไม่อาจรับประกันได้ว่า ดวงดาวที่กลับลงไปจะโชคดีหรือไม่ และคำว่าลาก่อน ทำให้เศร้ากันทั้งสองฝ่าย

เขาเก็บดวงดาวมากมายบนฟ้าจนหลงเหลือไม่กี่ดวง ดวงสุดท้ายที่เขาเก็บยิ้มให้กับเขา เธอบอกเขาว่า

พรุ่งนี้เราจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว”

เด็กชายพูดกับดวงดาวว่า

เธอเคยสงสัยมั้ย?ว่าเธอลงไปทำอะไรกันข้างล่าง”

ดวงดาวตอบว่า

ไม่เลย-ทำไมละ? จำเป็นงั้นหรือ?”

เด็กชายตอบว่า

อย่างน้อยมันทำให้เธอรู้ว่าเธอจะไปไหน? ทำอะไร? เพื่ออะไร?”

ดวงดาวสงสัยในคำตอบของเด็กชาย แต่เธอก็ยิ้มและตอบเด็กชายว่า

ฉันจะลองคิดดู”

เด็กชายยิ้ม จากนั้นหยิบดวงดาวเข้าไปเก็บไว้ในถุงใบใหญ่

หวังว่าเธอจะจำในสิ่งที่ฉันพูดได้”

เด็กชายปิดปากถุงเมื่อเก็บดาวดวงสุดท้ายเรียบร้อย เขานั่งหย่อนขาไกวมันไปมาอย่างไม่รู้ว่าเหตุใดจึงชอบทำอย่างนั้น เขาเองก็ตอบไม่ได้ และมันอาจไม่ต้องมีเหตุผลมารองรับกระมัง

๐๐๐

เมื่อคุณดวงอาทิตย์เริ่มลดระดับของเขาลง ความสว่างค่อยๆจางหาย คล้ายมีใครบางคนค่อยๆเอาม่านสีดำเข้าห่มคลุมท้องฟ้า เด็กชายมองไปยังด้านทิศเหนือ เขาเห็นเด็กหญิงคนหนึ่ง ค่อยๆก้าวเท้าแผ่วเบา ผ่านก้อนเมฆขาว ก้อนแล้ว ก้อนเล่า

เขายิ้มให้เธอ

เมื่อเธอเดินเข้ามาถึงตรงหน้าเขา เขายื่นถุงที่บรรจุดวงดาวไว้เต็มปรี่ เธอรับมันไปแล้วส่งยิ้มให้เขา เขาก็ยิ้มรับตอบ เธอหันหลังกลับไป และเหมือนกับนึกอะไรได้ เธอหันกลับมามองเขาอีกครั้ง และยกถุงอีกถุงหนึ่งซึ่งมีขนาดใหญ่พอๆกับที่เขาส่งให้เธอ

ดวงดาวมาใหม่อีกแล้วละ ดูสิ มากมายจริงๆ”

เธอพูดพร้อมกันนั้น รอยยิ้มเธอเริ่มจางหาย ดวงตามเริ่มหม่นหมอง

เด็กชายรับรู้ถึงความเศร้า ได้แต่ตอบกลับไปว่า

พรุ่งนี้ฉันจะเริ่มเก็บมันใหเร็วขึ้น คิดว่าคงทัน”

พลันนั้นเด็กหญิงปล่อยน้ำตาใสออกมา ร่างของเธอสั่นสะท้าน เธอพูดจาแทบไม่เป็นภาษา เธอทรุดร่างลงกับเมฆ  เด็กชายเข้าไปโอบกอดเธอ

ถามไถ่

ทำไม? เป็นอะไร?”

เด็กหญิงค่อยพูดอย่างช้าๆ

พรุ่งนี้เธอไม่ต้องเก็บดาวแล้ว พวกเขาจะอยู่กับเราตลอดไป”

สิ้นคำเด็กหญิงค่อยลุกขึ้น แล้วเดินจากไป เธอค่อยๆหยิบดวงดาวในถุงออกมาประดับฟากฟ้าทีละดวง ทีละดวง จนภาพเธอค่อยจางหายไปกับม่านเมฆ เด็กหนุ่มจมลึกในความคิด

เขานั่งปล่อยขาแกว่งไกวในท่าเดิม มองไปยังเบื้องล่าง เสียงครืนครามน่ากลัวกว่าครั้งใดๆ

เด็กชายร้องไห้ เขาคิดถึงดวงดาวดวงสุดท้ายที่เขาพูดคุย

“พรุ่งนี้สินะ ฉันจะได้พบเธออีก”

กาล- ครั้งหนึ่ง นานมากแล้ว

เชื่อเถอะว่านานมากพอสมควรให้คนหลงลืม ที่เหลือจดจำได้ก็มีน้อยจนไม่ได้ถือเอาเป็นประเด็นสลักสำคัญ

ดวงดาวมากมายบนท้องฟ้า ไม่เคยลับหายไปจากเด็กชายและเด็กหญิง

ตลอดกาล

Advertisements

2 Responses to “นิทานสามจุด : คนเก็บดาว”

  1. ดิลล์ Says:

    ท่านขอรับ

    งานละเมืยดตั้งอกตั้งใจเหลือเกิน

    จุดอ่อนของเหล่าสหายที่ข้าพเจ้าพบเห็นคืองานไม่ต่อเนื่อง ไม่สามารถคุมอารมณ์งานให้ได้เป็นชุดเป็นเล่ม ชิ้นงานจึงกระจัดกระจาย ทั้งลายอักขระล้วนเทียบชั้นตีพิมพ์

    ยินท่านมาดหมายนิทานสัปดาห์ละเรื่องก็ให้ยินดีนัก

    คารวะ

  2. swordbelt Says:

    เฮ้อ..ท่านพี่ นั่นละจุดอ่อนข้าพเจ้าเลยนะนั้น เอ๊าละ ข้าพเจ้าจะพยายามทลายมันเสียให้ได้ ฮึ่ม คอยดูเต๊อะ : )

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: