ขลานาคิม (๒)

เรื่องสั้น : ขลานาคิม (๒)

เรื่องสั้นเชิงทดลอง ร้อยเรียงจากทัศนะการอ่านหนังสือ
เนื้อหาจบในตอน (อ่านตอนที่แล้ว)

ตอนที่ ๒ พาขลาไปตากลม

เปลวแดด-สาดผ่านช่องเล็กของรอยปลิแยกของผนังไม้ซ้อนเกล็ด เห็นได้เป็นแนวลำแสง เรือนไม้เงียบสงบเสมอมา ไม่ว่าเวลาใด มีเพียงเสียงกระซิบเบาๆของลมเท่านั้นที่ไม่เคยเงียบเหงา

นาคิมอุ้มร่างน้องสาวออกมาจากเรือน

“นั่งตรงไหน” เด็กชายสอบถาม
“ตรงโน้น” เด็กหญิงขานไข

“ไกลนะนั่น..”
“แม่นแล้ว”

“ใจร้าย” เด็กชายโรยถ้อยความคล้ายรำพึง ใบหน้าซ่อนยิ้มไว้ภายใน

ขลาดีใจที่วันนี้ได้ออกมานั่งในที่โล่ง ลมโชยผ่านพุ่มดอกแก้ว กลิ่นหอมเจือความสะอาดเย็น เงาร่มของไทรย้อยริมน้ำระบายพื้นหญ้าหน้าเรือนจนครึ้ม ระหว่างคมแดดและขอบใบ เกิดภาพเงาที่เคลื่อนไหว นาคิมขึ้นเรือนไปจัดการกับชั้นหนังสือของพ่อเงียบๆ อากาศอวลไปด้วยไอชื้นกลิ้นอับของหนังสือไม่ดีเท่าไร หลายวันเหลือเกินที่ไม่มีแดดสดทอดกายให้ความอบอุ่นแก่เรือนหลังน้อย ฝนตกหนักบ้างเบาบ้างบางครั้งเพียงโปรยเบาบางได้ทั้งวัน

เวลาเช่นนั้น ขลาจะนั่งมองเม็ดฝนหยดลงผ่านร่องหลังคาทุกวัน ส่วนนาคิมมักนั่งมองสายน้ำและเรือลำเล็กที่แจวผ่านไปมา ซึ่งก็นานๆครั้งที่จะได้เห็น เพราะการสัญจรทางเรือนับวันยิ่งน้อย ขลาส่งยิ่มให้พวกเขาทุกครั้งที่เห็นพายเรือผ่านมา หากแต่ในใจเธอหม่นหมอง นาคิมเข้าใจว่าน้องอยากส่งยิ้มให้ใครบางคนที่จากไปนานแสนนาน

“นาคิม” เสียงขลาเอ่ยขึ้นลอยๆ คล้ายต้องการบางอย่าง

“หือ..” เด็กชายเพียงส่งเสียงรับ ขณะเดียวกันนั้น ยกหนังสือกองหนึ่งออกมาผึ่งแดดตรงชานเรือน ไม่ห่างนักจากที่ขลานั่งเล่น

“วันนี้ไม่ทำงานที่ร้านป้านวลเหรอ?” เป็นคำถาม

“ไม่ล่ะ วันนี้ป้าแกมีคนช่วยเยอะแล้ว แกเลยให้พี่กลับมาที่เรือนไม้”

“ใคร?”

“ลุงไท แกกลับมาจากกรุงเทพ เห็นว่ามาอยู่สองสามวัน”

นาคิมหันมาสนใจหนังสือในชั้นต่อ ปล่อยให้คำตอบของตนลอยหายไปในสายลม เขาไม่อยากพูดเรื่องราวอะไรเกี่ยวกับคนที่มาจากกรุงเทพ ขลาอยากถามต่อแต่เห็นท่าทางพี่ชายจึงได้แต่เงียบ หันมามองชายริ้วสายของไทรหวิวไหวไปมา ในดวงตานั้นสะท้อนเงาไหวของสายน้ำขรึมสงบสำรวม ขลานึกถึงการเดินทางของเจ้ากระต่ายหนุ่ม เอ็ดเวิร์ด ทูเลน หากเธอสามารถหรือมีโอกาสเป็นได้เช่นนั้นก็คงดีไม่น้อย

คงจะดีไม่น้อยหากเธอได้นั่งมองดาวและเรียนรู้ชื่อเรียกไปพร้อมกับลอว์เรนซ์และคุณนายเนลลลี ฟังเธอเล่านิทานก่อนนอน และยามเย็นนั่งมองคุณนายทำขนมปัง เจ้าหมาลูซีวิ่งวนไปมารอบบ้านส่งเสียงรื่นเริง บูลนั่งอยู่ตรงระเบียงด้านหน้าโดยไม่ต้องออกเดินทางพเนจรไปแห่งหนใด ไม่ต้องเจ็บปวดใจเมื่อต้องโดนไล่ออกจากโบกี่รถไฟ เสียงเพลงของบูลทำให้ไบรซ์คลายเหงาเมื่อเขากำลังคิดถึงน้องสาว ซาราห์รูธกอดเจ้าแจงเกิ้ลสแนบแน่นในทรวงอก คือภาพฝันในห้วงคำนึงของไบรซ์

ทำไมนะ? เธอคิด ทำไมคนเราถึงมีในสิ่งที่อีกคนขาด ทำไมแต่ละคนจึงได้ขาดแคลนในสิ่งที่คนอื่นมี หากพวกเขาได้มาเจอกัน ได้อยู่ร่วมกัน แบ่งปันในสิ่งที่เขาแต่ละคนต่างมี อาทรต่อกัน ความทุกข์บนโลกคงน้อยลง ลอว์เรนซ์และคุณนายเนลลีคงไม่เศร้าสร้อยที่ลูกของตนไม่อยู่บ้านเพราะมีไบรซ์ค่อยดูแลและคลายเหงา และทั้งหมดนั่งมองดูดาวยามราตรีโดยมีเสียงเพลงของบูลขับขาน ความสุขถูกนำมาเชื่อมต่อด้วยสายใยรัก

มันคงดี – ขลาคิดและยิ้มในใจ

ขลานึกถึงนิทานของเจ้าหญิงเลอโฉมผู้ไม่มีความรัก ผู้ถูกแม่มดในป่าสาปให้เธอกลายเป็นหมู นิทานเรื่องนี้จบโดยไม่มีความสุข เพราะเจ้าหญิงไม่มีความรัก โลกนี้จะเป็นยังไงนะถ้าไม่มีความรัก ไม่มีความห่วงใย มนุษย์ควรถูกลงโทษให้ต้องพลัดพรากจากสิ่งหนึ่งที่เขาไม่เคยเห็นค่าเสียบ้าง เพื่อที่เขาจะได้เรียนรู้ถึงความหมายและคุณค่าที่แท้จริงของความรัก ความห่วงหาอาทรต่อกันและกัน เหมือนตอนจบของเรื่องราวเจ้ากระต่ายน้อยเอ็ดเวิร์ด

เมื่อเอ็ดเวิร์ดเข้าใจและศรัทธาในความรักแล้ว สายใยของความรักจะนำพาสิ่งที่ได้พลัดพรากจากไปแสนนานกลับมาหามันอีกครั้ง เมื่อเอ็ดเวิร์ได้พบอะบีลีน เจ้าของคนแรกของมัน เป็นการจบเรื่องราวที่มีความสุข

“คิดอะไรอยู่?” เสียงของนาคิมปลุกขลาให้ตื่นจากห้วงคิด

“ขลารักพี่ค่ะ” เธอตอบและซ้อนยิ้มในแววตา

นาคิมประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มรับรักจากน้องสาว ขลาหยิบดอกไม้ที่หล่นอยู่บนพื้น ปัดดินที่เกาะอยู่ตามกลีบอย่างถนอมอ่อนโยน “อะ.. ให้” พร้อมยื่นออกไปให้พี่ชาย

เธอรักพี่ชาย เธอมีความรักให้กับทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ธรรมชาติที่โอบกอดรอบรายตัว – ความรักทำให้ตอนจบของเรื่องมีความสุข – เธอคิดเช่นนั้นขณะที่นาคิมเอื่อมมือมาหยิบดอกไม้จากมือของเธอ และส่งยิ้ม

ขลานั่งตากลม ตาก ลม โชยอ่อนจนถึงเวลาที่สุริยาอัสดงลงลับชายขอบของเส้นตัดท้องฟ้า

Advertisements

3 Responses to “ขลานาคิม (๒)”

  1. bysoul Says:

    อืม .. เป็นมุมของความรักที่ มึน ๆ ซึม ๆ ดีเนอะ

    อาจเป็นเพราะคำว่า “เด็กชาย” และ “เด็กหญิง” ที่ท่านเกริ่นไว้ตอนต้นนั่นก็ได้ ทำให้ข้าพเจ้าคาดหวังว่าจะได้อ่านเจอความสดใสตามวัยที่เค้าเป็น

    (ลืมไปว่าคนเขียนเค้าเลยวัย เอ้ย ผ่านเวลานั้นมาแสนนานแล้ว (( ฮา ))

    ที่ผิดคาดอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ชื่อของคนเดินเรื่อง “ขลา” และ “นาคิม” ทำให้คิดไปว่าเรื่องนี้คงเกิดขึ้นที่ไหนสักแห่ง แต่พอมาเจอบท “ป้านวล” “ลุงไท” และคำว่า “กรุงเทพ” เลยทำให้หัวคะมำไปเล็กน้อย สงสัยเป็นเพราะข้าพเจ้าอ่านมาน้อยไป และ จินตนาการไกลไปนิ๊ดนึง

  2. (...) Says:

    ขลา กับ นาคิม มีความหมายเกี่ยวกับความเข้มแข็งและความอ่อนโยน น่ะท่าน จำไม่ได้แล้วว่าไปจำเอาชื่อนี้มาจากไหน

    เป็นเรื่องของเด็กสองคนที่อาศัยอยู่ต่างจังหวัด อยู่เรือนริมน้ำ ที่มีห้องหนังสือของบิดา

    ความคิดของเด็กทั้งสองอาจจะแก่ไปหน่อย(555) – อาจเพราะอ่านหนังสือเยอะก็ได้ เธอทั้งสองเลยแก่เกินแกง

    เขียนถึงขลาแล้วคิดถึงเจ้าขวัญข้าวหลานสาวข้าพเจ้ายิ่งนัก Y_Y อยากกอดให้หายคิดถึงจิงๆ

    เป็นไปได้ข้าพเจ้าอยากเอาเรื่อง

    the counter + ขลานาคิม + ในความหมาย (ท่านเคยอ่านยัง)

    มาเป็นเรื่องเดียวกันจิงๆ

    โปรดติดตามตอนต่อไป เมื่อความว่างมาเยือน 555

  3. bysoul Says:

    “ในความหมาย” หรือคะ ?

    เอ .. ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะท่าน
    แต่ก็อย่างว่า ข้าพเจ้าน่ะความจำสั้นมาแต่ไหนแต่ไร (( ฮา ))

    ปล. ฝากกอดขวัญข้าวด้วยทีนึงค่ะ จะได้วัดขนาดตัวหลานสาวตัวน้อย (หรือเปล่า ?) มาบอกกัน .. 😀

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: