โลกของโซฟี : โยสไตน์ กอร์เดอร์

sofee.jpg

โลกของโซฟี : โยสไตน์ กอร์เดอร์
นวนิยายนอร์เวย์ : เส้นทางจินตนาการสู่ประวัติศาสตร์ปรัชญา
สายพิณ ศุพุทธมงคล : แปล
สำนักพิมพ์ : คบไฟ

โซฟี อามุนด์เซ่น เด็กหญิงวัย ๑๔ ปีเดิมทีเธอเป็นเด็กหญิงธรรมดา ที่ตื่นเช้ามาแต่งตัวทานอาหารออกนอกบ้านไปร่ำเรียนสิ่งต่างๆที่ผู้ใหญ่ที่อยู่ในโรงเรียนสอนสั่ง เย็นวันหนึ่งหลังเลิกเรียน โซฟีเดินทางกลับบ้านเช่นเดิมและเช่นเคย หากแต่วันนี้ บางสิ่งบางอย่างรอคอยเธออยู่ที่ตู้จดหมาย

ซองจดหมายสีขาวหน้าซองจ่าชื่อผู้รับเป็น “โซฟี อามุนด์เซ่น” ภายในมีคำถามสั้นๆเป็นการเปิดเรื่องราวการเดินทางเพื่อเรียนรู้ความเป็นมาของ”ปรัชญา” ของเด็กหญิงที่ชื่อโซฟี

“เธอคือใคร?”

คำถามเช่นนี้ข้าพเจ้าลองถามตัวเองดูบ้าง ลองถามว่าถ้าเปลี่ยนจากโซฟีเป็นข้าพเจ้าในวันนั้น ในวันที่อายุ ๑๔ ปีข้าพเจ้าจะทำอย่างไรกับซองคำถามสีขาวนี้ อาจจะโยนทิ้งไปแล้วบ่นว่า “ใครแม่งกวนเล่นอะไรวะ” ในวัย ๑๔ ปีในบ้านเราย่อมถือว่าเริ่มเป็นผู้ใหญ่แล้วนั้นเพราะว่าเริ่มที่จะมีรหัสประชาชนเป็นของตัวเอง ในทางหนึ่งอาจหมายถึงว่าเป็นวัยที่กำลังเหมาะสมที่จะเรียนรู้อะไรที่ต้องใช้เหตุผล ตั้งคำถาม ขบคิดที่มาและสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้วยตัวเอง

ซองจดหมายสีขาวที่มาพร้อมคำถามและซองเอกสารสีน้ำตาล เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการเรียนรู้ของโซฟี และผู้อ่าน โยสไตน์ กอร์เดอร์ ใช่ความสงสัยเดินเรื่องราวของ ประวัติศาสตร์ของปรัชญา(ตะวันตก) ได้อย่างน่าสนใจ

บรรดานักปราญ์ทั้งหลายค่อยๆต่อแถวกันออกมานำเสนอคำถามความคิดที่เขามีต่อชีวิต และโลก ข้าพเจ้าเองเพิ่งล่วงเดินทางพร้อมกับโซฟีมาแค่ตอนยุคของเพลโตใหม่ แต่ก็พอไล่เรียงแนวคิดของ โสกราติส เพลโต อริสโตเติล ออกบ้าง ทั้งเมื่อก่อนไม่เคยคิดจะสนใจเลย ด้วยความหนาขนาด ๕๐๐ กว่าหน้า หนังสือเรื่องนี้อาจทำให้ท่านดูเหนื่อยตาไปเลยทีเดียว (จริงๆแบ่งเป็นภาคๆเป็นช่วงๆ สัก ๓ เล่มกำลังดีขอรับ) ด้วยว่านี่เป็นประวัติศาสตร์ตั้งแต่นักปรัชญาสมัยก่อน คศ. เสียอีกลากยาวมาจนถึง ฟรอยด์ เรื่องราวสลับกันไประหว่างโลกของโซฟี และความคิดของคนในอดีต

เอาละ เหลือแค่คำถามเดียว “การให้คุณค่ากับสิ่งหนึ่งมากกว่าสิ่งอื่นหมายความว่าอย่างไร?” นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่อภิปรายมากในห้องเรียน เช่นการขับรถให้ไปถึงที่หมายปลายทางได้เร็วขึ้นอาจเป็นเรื่องดี แต่ถ้าเราขับรถนำไปสู่การทำลายป่าและสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เราก็กำลังเผชิญกับปัญหาเชิงคุณค่า หลังจากไตร่ตรองอย่างรอบคอบ โซฟีคิดว่าเธอได้ข้อสรุปว่า ป่าที่สมบูรณ์และสภาพแวดล้อมที่บริสุทธิ์มีคุณค่ามากกว่าการไปถึงที่ทำงานเร็วๆ เธอยกตัวอย่างอีกหลายตัวอย่าง ตอนท้ายเธอเขียนว่า

“ในความเห็นของหนู หนูคิดว่าปรัชญาเป็นวิชาที่สำคัญกว่าไวยกรณ์อังกฤษ ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลในเชิงคุณค่ามากกว่าที่จะใส่วิชาปรัชญาลงในตารางสอน และลดชั่วโมงเรียนภาษาอังกฤษลงสักหน่อย”

ตอนช่วงพักสุดท้ายครูดึงโซฟีไปคุยด้วย

“ครูอ่านคำตอบวิชาศาสนาของเธอแล้ว” ครูบอก “มันอยู่ตอนบนๆของกระดาษคำตอบ”

“หนูหวังว่ามันจะให้อาหารสมองแก่ครูบ้าง” (หนูโซฟีถ้ามาอยู่บ้านเราสงสัยโดนตีก้นลายแหงๆ)

“นั่นละคือสิ่งที่ครูอยากจะคุยกับเธอ คำตอบของเธอค่อนข้างจะเป็นผู้ใหญ่ น่าแปลกมาก และเชื่อมั่นในตัวเอง ว่าแต่เธอทำการบ้านรึเปล่า โซฟี?”

โซฟีอิดออดเล็กน้อยก่อนตอบ

“ก็ไหนครูบอกเองว่าการมีจุดยืนของตัวเองเป็นเรื่องสำคัญไงคะ”
“ใช่ ครูพูดอย่างนั้น.. แต่มันก็ต้องมีขอบเขต”

โซฟีมองสบตาครูตรงๆ เธอคิดว่าเธอมีสิทธิ์ทำได้เมื่อคิดถึงสิ่งที่เธอเพิ่งประสบมาเมื่อเร็วๆนี้

“หนูเริ่มเรียนวิชาปรัชญาค่ะ” โซฟีบอก ” เป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับการสร้างจุดยืนให้กับตัวเอง”

“แต่มันไม่ได้ทำให้ครูให้คะแนนเธอง่ายขึ้นเลย เธออาจจะได้ D หรือไม่อย่างนั้นก็ A

“ครูหมายความว่าเพราะหนูตอบถูกต้อง หรือไม่ก็ผิดสนิทเลยใช่ไหมคะ?”

“เอาเป็นว่าเธอได้ A ก็แล้วกัน” คุณครูว่า

“แต่คราวหน้า เธอต้องทำการบ้านมานะ”

ความน่าสนใจในเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้อาจจะเป็นการ นำเอาแนวคิดของนักปรัชญาในแต่ละยุคแต่ละสมัยมาหักล้างถกเถียงกระมังครับ นั่นจึงดูเหมือนว่าเรากำลังนั่งมองคนต่างความคิดนั่งคุยกัน (ข้าพเจ้าคิดเช่นนั้นนะ) ซึ่งพอจบยุคหนึ่งตอนหนึ่ง เรื่องราวก็จะดำเนินในแบบที่ว่า สรุปความรู้ที่โซฟีได้เรียนมาจากนักปรัชญาลึกลับที่เขียนจดหมายถึงโซฟี นัยว่าเป็นคุณครูสอนปรัชญาไปในตัว

คำว่าครูจึงมิได้หมายถึงบุคคลที่ยืนอยู่หน้ากระดานดำหน้าชั้นเรียนเท่านั้น การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกหนแห่ง หากแต่การที่จะสร้างบรรยากาศให้เกิดการเรียนรู้นั้นไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องง่าย สมัยก่อนนั้นเรารู้จักการศึกษาว่าเป็นเรื่องที่ว่าด้วย การเรียน-การสอน แต่ดูเหมือนสมัยนี้นั้นเราจะให้ความสำคัญกับการสอนมากกว่าการเรียน นักเรียนคือผู้รับฟังความรู้จาก ผู้สอน ข้าพเจ้าอยากใช้คำว่า “การถ่ายข้อมูล” มากกว่าการเรียนรู้ คำโบราณที่ว่า “ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด ” มีตัวอย่างให้เราท่านได้เห็นอยู่ถมไป แต่เดี้ยวนี้อาจมีเพิ่มมาใหม่เป็น “เงินทองท่วมหัว เอาตัวไม่รอด ” นั่นจึงน่าเป็นสิ่งที่สะกิดใจพวกเราได้ว่า

เมื่อก่อนนั้น เราได้ถูกสั่งสอนให้หาความรู้เพื่อใช้ความรู้ประกอบกรรมมาหาเงิน พอมีเงินจะได้อยู่สุขสบาย แต่เดี้ยวนี้เล่า ความคิดเหล่านนั้นเริ่มจะไม่ถูกต้องไปเสียทีเดียวแล้ว ความรู้ยังคงเป็นสิ่งสำคัญจริง แต่ที่สำคัญกว่าความรู้และเงินทองคืออะไร อะไรที่ทำให้เราอยู่รอดได้อย่างแท้จริง? มาลองนึกดูแล้วหากเช้าวันหนึ่งข้าพเจ้าตื่นขึ้นมาเปิดตู้จดหมายพบซองสีขาวภายในเขียนว่า

“อะไรคือความสุขที่แท้จริง?”

ข้าพเจ้าอาจจะโยนจดหมายนั้นทิ้งแล้วบ่นกับตัวเองว่า “เดี้ยวนี้ยังมีคนเขียนจดหมายใส่ซองกันอีกหรือ” อาจเป็นเช่นนั้นและอาจไม่เป็นเช่นนั้น ว่าแต่พวกเหล่าท่านที่นั่งจ้องจอใสเหล่านี้เล่า เป็นท่านเจอแบบนี้บ้าง

“ท่านจะทำอย่างไร ?”

“เราไม่ต้องกังวลเรื่องความตาย เพราะตราบที่เรายังมีชีวิตอยู่ ความตายก็ยังมาไม่ถึง
และเมื่อความตายมาถึง… เราก็ไม่อยู่แล้ว ”

อีพิคิวรุส

Advertisements

17 Responses to “โลกของโซฟี : โยสไตน์ กอร์เดอร์”

  1. bysoul Says:

    อ่านแว๊บแรก สะดุ้งเลยอ่ะ !!
    เดินเรื่องคล้ายกับที่คิดเรื่อง “มะแขว่น” ของเจี๊ยบเลย

    เห้อ เห้อ .. !!

    – – –

    เล่มนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย ถ้ามีวางขายแถวร้านหนังสือใกล้ ๆ บ้าน จะหยิบมือมาอ่านด้วยอย่างแน่นอนค่ะ

  2. สวรรค์เสก Says:

    อ่า แม่หนูโซฟี ดูเหมือนว่าแม่หนูจะฉลาดเกินวัยเลยนะเนี่ย
    คารมคมความก็ใช่ย่อย ต่อปากต่อคำกับคุณครูจนได้เกรดเอ

    เธอคือใคร?
    อะไรคือความสุขที่แท้จริง?
    ท่านจะทำอย่างไร? (ทำอะไร?)

    เออ แฮะ แล้ว…
    เราไม่จำเป็นต้องกังวลกับความตายจริงหรือ?
    เมื่อมันมาถึง เราก็ไม่อยู่แล้วจริงๆ ง่ะ?
    หากมีโลกหลังความตายล่ะ?

    หากคำถามทำให้ได้คำตอบ
    หากคำตอบทำให้เกิดคำถามต่อไป
    แล้วเมื่อไหร่ถึงจะหมดคำถาม?
    เมื่อไหร่ถึงจะใช่คำตอบสุดท้าย?

    วุ้ย ยิ่งคิดยิ่งงง
    หรือว่าการหยุดคิด คือสิ้นคำถามและไร้คำตอบ
    หยุดคิด? บ้าหรือเปล่า หยุดคิดแล้วจะได้คำตอบยังไง?

    แม่หนูโซฟี ช่วยวานปวงปราชญ์เหล่านั้นคิดดูสักทีประไร

  3. tuleedin Says:

    อา…พี่สามขอรับ
    โซฟี่ เป็นเล่มที่ข้าพเจ้าอ่านไม่จบ!
    ตอนนั้นจำได้ว่าบดย่อยไม่ออก
    ซื้อตามคำแนะนำในหน้านิตยสาร
    ป่านนี้เจ้าหนูโซฟี่ก็ยังอยู่บนชั้นหนังสือบ้านในเมือง

    ข้าพเจ้าช่างไม่ต่างอะไรกับตาแก่ฟันร่วงหมดปาก
    เคี้ยวอะไรไม่ค่อยออก
    คิดแล้วก็ยังงง งง

    ขนาดแฮรี่ พอตเตอร์ เล่มหลัง ๆ
    ข้าพเจ้ายังลากไปไม่จบเลยขอรับ

    เชื่อเลย!

  4. tuleedin Says:

    อ่า…ลืม!
    ขออนุญาตจิ๊กลิ้งค์เลยนะขอรับ

  5. tuleedin Says:

    อ้อ…มีอีกอย่าง!
    เวลาตั้งชื่อภาษาไทยยาว ๆ
    บางครั้งจะเกิดปํญหา tag ล้น ทำให้เปิดไม่ออกขอรับ

    ฉะนั้นหากเป็นชื่อไทยยาว ๆ
    ป้องกันไว้ก่อนโดยการตั้ง post slug เป็นภาษาปะกิด
    เป็นอันเรียบร้อย!

  6. tuleedin Says:

    อา…งานกำลังยุ่งกระมัง?

  7. สวรรค์เสก Says:

    พี่สามขอรับ

    ท่านเป็นเยี่ยงใดบ้างล่ะท่านพี่

    เงียบหายต๋อมแต๋ม แม้แต่บ้านของตัวเองก็ไม่ได้ตกแต่งมาหลายเพลาแล้ว

    รึว่ากำลังเขียนอยู่งั้นหรือขอรับ?

    เสร็จแล้วโพสต์ปั๊บเชียวพระคุณพี่

    ผู้น้องจะมาแอบอ่านพลันที่เดียวเชียวพระคุณเจ้าขา

  8. bysoul Says:

    เหอะ ๆๆ

    ไม่ต้องส่งข่าวหรอกค่ะ
    ไม่ได้เป็นห่วงอะไรเล้ย !!

    ไม่ต้องรีบโพสต์ก็ได้นะคะ
    ไม่ได้รออ่านเล้ยยย !!

    เดี๋ยวเราไปกินกาแฟกันที่คาเฟ่ ฯ ก็ได้เนาะ สหายมะโข่ง & สหายมะกอก
    เดี๋ยวลงบิลของลุง (…) เค้าโลด โทษฐานให้สหายอย่างเราชะเง้อคออยู่ได้ ..
    เช้อออออ !!

    ปล. จ่ายค่านม กะ เบอร์เกอร์ของกาฟิวส์ด้วยนะท่าน

  9. swordbelt Says:

    อ่า.. ขอบคุณเหล่าสหายที่แวะมาเยี่ยมขอรับ

    ตอนนี้งานยังไม่เรียบร้อยดี ที่ออฟฟิตยังตอกไม้กันโครมคราม บรรยากาศไม่น่าตอกนิ้วเขียนเรื่องราวเป็นอย่างยิ่ง

    ภาพของซามูเอล ข้าพเจ้านั่งเขียน ลบแล้วเขียนเขียนแล้วลบอยู่ที่ห้องพักหลังเลิกงาน ตัดทอนส่วนเกินที่คิดว่าฟุ่มเฟือยเกินไป(พี่สองนี่จมูกดีหรือมีญาณวิเศษกันแน่ เดาถูกอีกละ) กว่าจะออกมาได้ แต่ก็ยังไม่ค่อยพอใจ หากเหล่าสหายมีคำแนะนำว่าจะลดส่วนใดเพิ่มส่วนใดโปรดชี้แนะได้ขอรับ กระผมจะจัดการตัดแต่งกิ่งก้านเสียใหม่ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

    ส่วนร้านกาแฟคงต้องห่างไปสักพัก อาทิตย์หน้าน่าจะเริ่มลงตัวไม่วุ่นวายแล้ว รับรองว่าจะเก็บประเด็นที่พี่ท่านฝากทิ้งไว้ไปเป็นขนมหวานในร้านกาแฟเป็นแน่ ตอนนี้ขอหลบไปคลุกฝุ่นดมสีก่อน

    ด้วยมิตราภาพขอรับ

  10. แลกกันอ่าน : โลกของโซฟี : โยสไตน์ กอร์เดอร์ « bookblogstorage Says:

    […] [อ่านต่อ…] […]

  11. AdaiR Says:

    หนังสือท่าทางน่าอ่าน น่าสนใจนะคะ

  12. swordbelt Says:

    ขอบคุณที่แวะผ่านมาเยี่ยมเยียนขอรับ :]

  13. 2010 in review « [...] Says:

    […] โลกของโซฟี : โยสไตน์ กอร์เดอร์ February 200712 comments 3 […]

  14. ปิยนุช เพ็ชรพุทธ Says:

    หนูโซฟี แม้นจะ๑๔ ปี ก็สามารถสร้างความคิดให้คนอื่นได้ สุดๆอ่ะ

  15. Newsy Says:

    Wspaniale artykuly w siecie dla kazdego rodzaju czytelnika. Serdecznie zapraszamy od odwiedzin naszego portalu poswieconego roznorodnej tematyce.

  16. Articles Says:

    Extra top Deutsche geschichten im netz.

  17. Aida Horsfall Says:

    I precisely desired to appreciate you all over again. I am not sure what I could possibly have followed without the type of creative concepts discussed by you on my question. Previously it was a very alarming setting in my position, but looking at the specialised tactic you dealt with it took me to jump for joy. I’m happy for this advice and in addition hope that you know what an amazing job you happen to be providing educating the mediocre ones using your websites. I know that you have never got to know any of us.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: