-๑-
แสงแดดดูเหมือนจะเผาได้แม้กระทั่งเงาของคนเดินถนน
ขบวนเดินเท้าของผู้คนมากมายเดินสวนทางกัน
โดยถูกกั้นขวางระหว่างทางเดินด้วย
ร่องน้ำที่ไม่มีแม้แต่หญ้าสีเขียว
เด็กทารกทนความร้อนไม่ไหวเธอจากไป ในขณะที่น้ำตาผู้เป็นแม่กลายเป็นสีเลือด
น้ำตาของผู้เป็นพ่อไหลรวมเป็นเนื้อเดียวกับหยาดเหงื่อ
…
“พวกแก!!!”
ก้อนหินที่บรรจุเต็มไปด้วยความโกรธความเกลียดพุ่งเข้าใส่ขบวนฝูงชน
ที่เดินทางอีกฟากหนึ่งของร่องน้ำ
ก้อนที่สอง ก้อนที่สาม ก้อนที่สี่ ตามมา
ร่องน้ำที่ว่างเปล่าตอนนี้ เต็มไปด้วยฝูงชน
อาวุธที่พอจะหาได้ถูกใช้ระบายความเกลียดออกมา
แต่ความเกลียดไม่เคยหมดไป ตราบเท่าที่เรายังมีชีวิต
เสียงกรีดร้อง ผงฝุ่นตีตลบจนมองไม่เห็นอะไร
ไม่เห็นอะไร…
ไม่เห็น…
-๒-
หลังจากที่อังกฤษประกาศอิสรภาพให้แก่อินเดียในพ.ศ. 2492
ประเทศอินเดียได้แบ่งตัวเองออกเป็นสองประเทศตามหลักการนับถือศาสนา
ธงชาติอังกฤษถูกลดลงจากเสาสองครั้ง แทนที่ด้วยประเทศอินเดียและปากีสถาน
ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศเกิดหลังจากหินก้อนแรกได้ถูกขว้างออกไป
ภาพที่ชาวฮินดู.ซิก.อิสลาม เดินขบวนอย่างสงบ
เพื่อเรียกร้องอิสรภาพจาก สหราชอาณาจักรยังไม่ทันเลือนหาย
ภาพการต่อสู้ระหว่างสองศาสนาก็เข้ามาทาบทับเสียแล้ว…
เล่ากันว่า ในครั้งนั้นชาวฮินดู ที่เดินทางโดยรถไฟ
มาจากปากีสถาน มาที่ลัคเนาว์
จะถูกฆ่าตายหมดทั้งขบวน ส่วนชาวฮินดูก็ได้แก้แค้น โดยฆ่ามุสลิมทุกคน
ที่โดยสารรถไฟ จากลัคเนาว์ไปยังปากีสถาน
จนในที่สุด
มหาตมะคานธี ได้ประท้วงให้ระงับศึก ภายในประเทศ ด้วยการอดอาหาร.
ความกดดันอันนี้ ได้เกิดแก่ชาวฮินดู ที่ไม่สามารถแก้แค้น
มุสลิมได้สมใจ เพราะต้องคำนึงถึง มหาตมะคานธี ซึ่งเป็นชาวฮินดู
…
-๓-
ดาบของชาวฮินดูถูกทิ้งลงพื้นพร้อมคำสั่งถอนกำลังของปากีสถาน
ชายผู้หนึ่งผ่าฝูงชนเพื่อเข้าพบท่านคานธี
“กิน..กินเข้าไป”
ชายคนนั้นโยนอาหารให้ท่านคานธี ใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้า
ลึกลงไปข้างใน โดนแผดเผาด้วยความเกลียด
“มัน…มัน..มันฆ่าลูกสาวข้า ” …..
เขาทำมือเพื่อบอกความสูงของลูกสาวเขา
น้ำตาไหลลงพื้น
ความรุนแรงจบลงแล้วหรือ
-๔-
30 มกราคม ปี ค.ศ.1984
โมหันทาส กรรมจันทร์ คานธีในวัย 79 ปีเดินฝ่าฝูงชน
ภายใต้แสงอาทิตย์ยามเย็น
ในสวนแห่งหนึ่งในกรุงนิวเดลี เพื่อไปสวดมนต์
“ปัง!!!”
หลังเสียงปืนจากฮินดูหัวรุนแรงสงบลงพร้อมด้วยชีวิตของมหาบุรุษ
ผู้เปลี่ยนแปลงอินเดีย
ชายผู้เคยอดอาหารแทบตายเพื่อไม่ให้คนใช้ความรุนแรง
ชายผู้เคยเดินเท้า 200 ไมล์เพื่อพาชาวอินเดียไปทำนาเกลือ
ชายที่ใช้ชีวิตอย่างสันโดษเพื่อทำลายความต่างของชนชั้น
-๕-
“ข้าพเจ้าไม่ปรารถนาที่จะเกิดใหม่ แต่ถ้าหากจะต้องเกิดใหม่ข้าพเจ้าก็ขอเกิดเป็นคนใน วรรณะศูทร (วรรณะที่ต่ำต้อยของอินเดีย) ทั้งนี้เพื่อจะได้มีส่วนแบ่งในความทุกข์ยาก โศกเศร้า และเหยียดหยาม ที่พวกเขาเหล่านั้น ได้รับในชีวิต
และเพื่อข้าพเจ้าจะได้ มีความพากเพียรเพื่อปลดปล่อยตนเอง และเขาเหล่านั้น ให้พ้นออกจากสภาพ อันน่าเวทนา ดังกล่าว”
คานธีพูดเช่นนี้ในคืนวันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๑
ซึ่งเป็นเวลาไม่ถึง ๒๔ ชั่วโมง
ก่อนที่ท่านจะถูกยิง ถึงแก่กรรม
…
![]()




