
2 กรกฎาคม พ.ศ. 2504
เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ (Ernest Miller Hemingway) นักประพันธ์ชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่ กระทำอัตวิบาทกรรม เฮมิงเวย์เกิดเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2442 ที่เมืองโอคพาร์ค มลรัฐอิลินอลส์ สหรัฐอเมริกา ชื่อเล่นคือ “ปาป้า” (Papa) เกิดในครอบครัวชนชั้นกลาง บิดาเป็นหมอ ตอนอายุ 10 ขวบเขาได้รับของขวัญจากปู่เป็นปืนลูกซอง ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นสมบัติที่เขารักมากที่สุด ตอนเด็ก ๆ เขาชอบตกปลาและล่าสัตว์ แม้แม่จะพยายามเคี่ยวเข็ญให้เขาเล่นเชลโล แต่ทุกครั้งที่แม่เผลอ เขาก็มักจะเปลี่ยนห้องซ้อมดนตรีให้เป็นเวทีมวย ตอนอายุ 19 ปี
เขาขบถต่อครอบครัวด้วยการ ไม่ยอมเรียนมหาวิทยาลัย แต่กลับสมัครเป็นคนขับรถพยาบาลให้หน่วยกาชาดอิตาลี ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งตอนแรกเขาขอสมัครเป็นทหารแต่ถูกปฏิเสธเพราะมีปัญหาทางสายตา จากนั้นก็ย้ายไปอยู่หน่วยแนวหน้า แม้จะไม่ได้ร่วมรบโดยตรง แต่ก็อยู่ใกล้ความเป็นความตายมากที่สุด ในช่วงสงครามกลางเมืองสเปน เขาติดสอยห้อยตามหน่วยจรยุทธ์ของฝ่ายสเปนไปทำข่าว ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาเดินทางไปยุโรปติดตามการรบอย่างใกล้ชิด ในฐานะผู้สื่อข่าวสงคราม เฮมิงเวย์เป็นนักเขียนไม่กี่คนของโลกที่ผ่านการผจญภัยมาทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นอาสาสมัครพยาบาล นักข่าวสงคราม ซึ่งได้รับบาทเจ็บเจียนตายอยู่หลายครั้ง นอกจากนั้นยังเคยเป็นนักมวย นักสู้วัวกระทิง พราน นักตกปลา ฯลฯ
จากประสบการณ์ชีวิตอันเข้มข้น โชกโชน ล้วนแต่ค่อย ๆ ตกผลิกกลายเป็นวัตถุดิบชั้นดีให้งานเขียนของเขา เช่น “แล้วดวงตะวันยังฉายแสง” (The sun also rises), “รักระหว่างรบ” (A farewell to arms) และ “ศึกสเปน” (For whom the bell tolls)
เรื่องโดดเด่นที่สุดคือนวนิยายเล่มเล็ก ๆ แต่ยิ่งใหญ่ชื่อ “เฒ่าผจญทะเล” (The Old Man and the Sea)

ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2495 ปีต่อมาได้รับรางวัลพูลิเซอร์ ก่อนจะได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมในปี 2497 เฮมิงเวย์ได้ชื่อว่าเป็นนักเขียนที่ประหยัดถ้อยคำมาก เขามักใช้ภาษาสั้น กระชับ ขรึม ไม่มีการพรรณาอย่างเยิ่นเย้อ หรือการคร่ำครวญทางอารมณ์ ตัวละครก็มักจะใช้ภาษาพูดธรรมดา ๆ นับว่ามีลักษณะแตกต่างอย่างยิ่งจากนักเขียนในยุคเดียวกัน
แต่แม้จะใช้ภาษาง่าย ๆ แต่เฮมิงเวย์ได้ขัดเกลาต้นฉบับนับสิบ ๆ ครั้งจนกว่าจะได้ผลงานที่ดีที่สุด งานเขียนของเขามักจะมีองค์ประกอบที่สำคัญ 2 ประการคือ “ความซื่อสัตย์ต่อข้อเท็จจริง” เขาจะนำเสนอโลกอย่างที่มันเป็น ไม่ว่าจะดีหรือชั่ว ไม่ว่าจะเป็นฉากความรุนแรง ความโหดเหี้ยม เลวทรามของผู้คน องค์ประกอบอีกประการหนึ่งคือ “มีลักษณะมนุษย์นิยมสูง”
ในทรรศนะของเขา มนุษย์คือมนุษย์ ซึ่งจะต้องต้อสู้และเผชิญหน้ากับความทุกข์อย่างโดดเดี่ยว มีแต่ตัวมนุษย์เองเท่านั้นที่จะต้องสู้และเอาชนะความทุกข์ยากต่าง ๆ ให้จงได้ ดังประโยคหนึ่งของตาเฒ่าซานติเอโก ใน “เฒ่าผจญทะเล” ที่ว่า
“…มนุษย์อาจถูกทำลายให้ตายได้ แต่มนุษย์ไม่อาจถูกทำให้พ่ายแพ้ได้”
ในบั้นปลายชีวิตเขาป่วยเรื้อรัง หลังจากประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกสองครั้ง เมื่อเห็นว่าร่างกายไม่อาจฟื้นคืนดังเดิมได้ เขาจึงเลือกปิดฉากชีวิตของตนเองแบบโศกนาฏกรรมอรรถนิยม (Tragic Realism) เช่นเดียวกับงานเขียนของเขา โดยการยิงตัวตาย ด้วยปืนลูกซองกระบอกนั้น
…
ขอบคุณบทความจากเว็ปสารคดี http://www.sarakadee.com




