เรื่องของเรา : 9 Short Stories
โดย : คณะพลเมืองเรื่องสั้น
ว่ากันว่าเป็นหนังสือที่มีคนกล่าวถึงมากขณะนี้ – จำเพาะในหมู่สหายที่เป็นหนอนหนังสือ ด้วยที่มาที่ไปที่น่าสนใจไม่น้อยในการผลิตผลงาน รวบรวมเรื่องสั้นชุดนี้ออกมา (อ่านเอาได้จากคำนำของหนังสือ)
เรื่องของเรา ประกอบไปด้วย เรื่องสั้นบ้างยาวบ้างจำนวนนับเป็นตัวเลขมงคลพอดี ๙ เรื่อง แต่ละเรื่องราวนั้นบ่งบอกถึงความต่างของการมองโลก ความคิด และ ชั้นเชิงของการถ่ายทอดออกมา ลำดับไล่เรียงกันเป็นเรื่องราวหากหลายท่วงทำนอง (ผมมักใช้คำนี้บ่อย)
เรื่องของเราทั้ง ๙ เรื่องมีท่วงทำนองอย่างพอสังเขปดังที่ข้าพเจ้าอยากจะเอ่ยถึงต่อไปนี้
บทสัมภาษณ์ ‘บานาน่า’ แม่มด! : กันต์ธร อักษรนำ
เรื่องราวการฟาดฝีปากระหว่างนักสัมภาษณ์ฝีปากกล้าและน้องบานาน่า (น้องกล้วย) สาวสาวที่ไม่ได้กล้วยเหมือนอย่างที่ผู้สัมภาษณ์คาดไว้ เสียดสีวงการบันเทิงและสื่อมวลชนอย่างเผ็ดร้อน
(ผู้อ่าน : เฉยๆ เหมือนฟังคนบ่น)
การเคลื่อนย้ายของบางสิ่ง : วัชระ สัจจะสารสิน
เดินเรื่องราวเนิบช้า ใช้ฉากบรรยากาศของการย้ายบ้านเป็นการเชื่อมโยงเรื่องราวของคนหลากหลายคน ที่ต้องมาอยู่ในสถานที่แห่งเดียวกัน กระทำภาระกิจเดียวกัน และบอกเล่าเรื่องราวของกันและกัน คนที่เป็นทหารที่ต้องเดินทางไปภาคใต้ เกร็ดชีวิตเล็กๆน้อยของทหาร ครอบครัวทหาร เรื่องของผู้รับเหมาที่ต้องเจอกับเรื่องราวเสี่ยงชีวิตกับผู้เสียผลประโยชน์ เรื่องราวของนักเขียนที่พยายามผลิตงานเขียนออกมา
บทสรุปช่วงท้ายขมวดเรื่องราวทั้งหมดได้เยี่ยมทีเดียว เพราะได้โยงเข้ากับเรื่องราวการโยกย้ายของคนทั้งหมด การเคลื่อนที่ของคนหนึ่งคน โดยที่มีใครอีกคนเป็นปัจจัย ทำให้เกิดเรื่องราวที่อาจทำให้คิดได้ว่า เพราะ ‘การเคลื่อนย้ายของบางสิ่ง’
(ผู้อ่าน : ชอบการทิ้งเรื่องราวข้างต้น และ การเชื่อมโยงขมวดเรื่องตอนท้าย)
ฝนแมว ดอกเตอร์ขี้ และผู้หญิงสี่รู : สันติสุข กาญจนประกร
เรื่องนี้นำเสนอความแปลกประหลาดของ ฝนที่ตกเป็นแมว เหตุของลางร้าย ที่ใครๆต่างไม่ยอมเชื่อตาเฒ่าชราว่ามันกำลังมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น – ผู้ชายตกงาน ฝนตกเป็นแมว ผีที่เรียกตัวเองว่า ดอกเตอร์ และจดหมายจากผู้หญิงสี่รู
(ผู้อ่าน : เฉยๆ ไม่ประหลาดใจเท่าไร หาอ่านได้จากงานของ มูราคามิ)
แม่ : อุเทน วงศ์จันดา
เรื่องราวดำเนินโดยเปิดหัวเรื่องจาก ดิน,น้ำ,ลม,ไฟ เป็นหัวเรื่องในแต่ละตอน เป็นการเล่าเรื่องของแม่ผู้ต่อสู้ นักสู้ สู้เพื่อลูก เพื่อชีวิต และ ใช้คุณสมบัติของ ดิน น้ำ ลม ไฟ เข้ากำกับการเล่าเรื่องราว
(ผู้อ่าน : ชอบการดำเนินเรื่อง – สะเทือนใจ และ อบอุ่น )
ความเข้าใจเบื้อต้นเรื่องวัวในประเทศพม่า : ศิริวร แก้วกาญจน์
เรื่องนี้ต่างจากเรื่องอื่นๆโดยพูดถึงที่มาที่ไปของประเทศพม่า ย้อนไปนับแต่เรื่องราวของเจ้าผู้เป็นบรรพบุรุษของชนชาวพม่า ดำเนินเรื่องราวผ่านวัวประหลาดตัวหนึ่ง ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากวัวต่างของขุนสามลอ
บรรจบพบเจอกับเด็กหญิงจ๋ามกาคำ ผู้ที่ต้องการเดินทางไปร่วมรบกับเจ้ายอดศึกที่ดอยไตแลง เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของชาวไทใหญ่ หลังจากรัฐบาลทหารพม่า มิได้ให้อิสระแก่การปกครองตนเองของชนกลุ่มน้อยภายหลังที่ได้ร่วมกอบกู้เอกราชจากประเทศอังกฤษร่วมกัน และ เชื่อมโยงเข้ากับชีวิตของเด็กชายที่ชื่อ พอทู (แปลเป็นภาษาไทยว่าดอกไม้สีทอง) เขากำลังเดินทางไปยังดินแดนของประเทศไทย เขาเป็นเด็กชายชาวกระเหรี่ยง จึงไม่สามารถเดินทางขึ้นดอยไตแลงเหมือนเช่น จ๋ามกาคำได้
เรื่องราวบรรยายความจากอดีตผ่านสู่ปัจจุบันอย่างแยบยล อ่านแล้วไม่รู้สึกเลยว่าโดนยัดเยียดข้อมูลทางประวัติศาสตร์และการเมืองภายในประเทศ
(ผู้อ่าน : ชอบ ตรงที่เป็นเรื่องราวของประเทศอื่น ทำให้เราเห็นมุมมองอีกมุมหนึ่งของพม่า ที่บางครั้งเราแทบไม่เคยนึกถึงเลย นอกจากภาพของ อองซานซูจี)
ระหว่างทางที่ฝนตก : วีรพงษ์ สุทรฉัตราวัฒน์
เรื่องราวระหว่างพ่อและลูก การบอกเล่าเรื่องราว การอธิบายสิ่งต่างๆรอบตัวของเด็กและผู้ใหญ่ เด็กถามและผู้ใหญ่ชอบที่จะคิดค้นหาคำตอบต่างๆมาให้ลูกของตัวเอง เป็นฉากชีวิตเล็กๆที่มีจุดเปลี่ยนแปรในภายหลัง
(ผู้อ่าน : … )
คืนนั้น : เวียง-วชิระ บัวสนธิ์
เป็นเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ภรรยาเพิ่งจะบินลัดฟ้าไปคลอดลูกที่อเมริกา เมื่องที่เขาเกลียดเข้าไส้ ไม่เอาอะไรสักอย่างกับประเทศนี้แม้แต่การกินอาหารที่มีตราประทับว่า USA เรื่องของเรื่องมีภาพของข่าวการเมืองภายในประเทศ ในช่วงระยะที่เกิดความรุนแรงเกิดขึ้นเป็นองค์ประกอบ
การแบ่งแยกทางความคิดในที่ทำงาน อันเนื่องมาจากการเสพรับข่าวสารที่มักมีแหล่งข่าวเป็นของตนเอง และสุดท้าย เขาต้องแยกทางกับภรรยาเพราะ ภรรยาไม่ต้องการให้เด็กต้องเกิดมาในสภาพของบ้านเมืองแบบนี้
(ผู้อ่าน : … )
กรุณาเรียกผมว่าอาร์ตไดเร็กเตอร์ : ณขวัญ ศรีอรุโณทัย
เรื่องเล่าของคนทำงานโฆษณา ที่ไม่ค่อยจะชอบงานที่ตัวเองทำนัก…
(ผู้อ่าน : … ไม่มีความเห็น )
นักฟิสิกส์ : ทินกร หุตางกูร
เรื่องราวสลับผลัดเปลี่ยนกันระหว่างเหตุการณ์ต่างเวลา ต่างสถานที่และต่างบรรยากาศ บรรยากาศหนึ่งคือบรรยากาศของการถกเถียงเรื่องความไม่แน่นอนของนักฟิสิกส์ในต่างแดน อีกบรรยากาศหนึ่งคือเรื่องของหญิงชายวัยมัธยมปลายที่ต่างมีทัศนะต่อความไม่แน่นอนที่ไม่คล้ายจะเหมือนกันนัก
เรื่องของเรื่องมักเกิดมาโดยมิปัจจัย ‘ความไม่แน่นอนของมนุษย์ อาจเป็นความแน่นอนของพระเจ้าก็เป็นได้’ เรื่องราวสลับไปมาระหว่างหนุ่มสาวและชาวต่างชาติ
จากนั้นขมวดลงท้ายได้อย่างน่าประทับใจ (หรือหดหู่ดีหว่า)
(ผู้อ่าน : ติดตามงานขอทินกรมามาก และชอบรูปแบบของการนำเสนอของเขามาตลอด งานชิ้นนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเช่นเคย )
สรุปเป็นภาพรวมแล้ว รวมเรื่องสั้นงานเขียนชุดนี้มีความต่างของวัย ชั้นเชิงการเล่าเรื่อง ความอ่อนแข็งของประเด็น และ ความลึก ตื้น ของการมองสิ่งต่างๆรอบตัว ดึงสิ่งเหล่านั้นมาเขียนออกมา
แต่จะว่าไป ความต่างมักทำให้เกิดช่องว่าง ช่องว่างนั้น คือพื้นที่ชนิดกนึ่งที่สามารถเพิ่มเติมสิ่งต่างเข้าไปได้อีก หากงานเขียนไม่มีช่องว่าง ก็ไม่สามารถพัฒนาเติบโตขึ้นไปได้อีก นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่า เรามองเห็นช่องว่างจุดนั้น (หรือจุดไหน) หรือไม่
และไม่ว่าใครจะค้นพบหรือไม่พบก็ตามที่ สำหรับผู้อ่าน รู้สึกชื่นชมในแนวคิดที่จะสร้างบรรยากาศการสร้างผลงานให้กับนักเขียนรุ่นใหม่ๆได้ใช้เป็นหลักยึดเพื่อดึงตัวเองขึ้นมาจากระดับชั้นปกติ
ไม่มีใครเริ่ม ก็คง ไม่มีใครก้าวตาม – จริงมั้ยละ : )
ปล. ในวงเล็บของ ‘ผู้อ่าน’ เป็นความเห็นส่วนตัว ตามความชอบส่วนตัว จริงๆ แล้ว ผู้อ่านอาจพลาดหรือมองไม่เห็นในสิ่งที่ ‘ผู้อ่าน’ ท่านอื่นอาจมองเห็นก็เป็นได้ (ด้วยความเคารพ)
ธันวาคม 3, 2009 ที่ 9:10 pm
เข้ามาขอลิ้งก์รูปขะรับ