วันหยุด(๔) : วันเด็กแห่งบ้าน ๒ : ฝนชมพู มาแล้ว และ ไข่ดาวของนู๋ เจน
เมื่อรถของน้องชายจอดเทียบหน้าบ้าน คุณลุง(ผม)ก็วิ่งไปหาหลานสาวก่อนน้องชาย ฝนชมพูยิ้มหวานแต่ไกล เธอกำลังอยู่ในวัยที่เรียนรู้และกำลังรับเอาสิ่งต่างๆรอบข้างอย่างเต็มใจพร้อมรอยยิ้มกระจุ๋มกระจิ๋ม-น่ากอด : )
ฝนชมพู เด็กผู้หญิงตากลมติดไปทางจีนไม่น้อย ผิวขาว ร่างบางและตัวเริ่มยืดยาวคิ้วสวยเหมือนแม่ ฟันกำลังเริ่มขึ้นนิดๆ(นี่มองแบบเข้าข้าง) วันที่เธอเกิดมีฝนตกและพ่อเธอตั้งชื่อว่าฝนชมพูพอดี ตอนนี้เธอเกือบครบรอบหนึ่งขวบแล้วสำหรับเดือนหน้า (สิงหาคม) ครอบครัวเราหวังว่าเธอน่าจะเริ่มเดินได้แล้วในวันครบขวบ
พ่อและแม่ของเธอเรียกชื่อเธอเล่นๆว่า ชะมะพู บางครั้งผมเรียกว่า ฝน (สั้นๆ) บางครั้งเรียกว่า พูห์ (พูห์-ที่หมายถึงหมีพูห์ไง) แต่ไม่ว่าจะเรียกอะไรก็ตาม เธอก็หันมาให้ความสนใจกับเสียงนั้นเสมอ ราวกับสิ่งรอบตัวทุกอย่างเป็นสิ่งน่าเล่น ค้นหา – และทำลายเท่าที่ความสามารถและแรงงานจะอำนวย(ฮา)
เมื่อวานเธอเล่นหยิบของออกจากกล่องใส่เสบียงของเธอ คุณลุงก็หยิบใส่เอากลับไว้ที่เดิม เธอก็หยิบออกมา หยิบออกมาเรื่อยๆ จนลุงเหนื่อยจะหยิบแล้ว(ว่ะ) เธอมองหน้า แล้วเธอก็หยิบไอ้ที่กองข้างนอก ใส่เข้าไปที่เดิม
แล้วก็หันเรดาห์ไปทางอื่น – คลานต่อไปตราบเท่าที่พลังงานยังมี
ตอนนี้เริ่มคลานเก่ง คลานไปรอบบ้านเลย คลานมาถึงตรงไหนเห็นว่าเกาะได้ก็เริ่มเกาะ เกาะแล้วก็เริ่มดันตัวขึ้น เคยเขียนตอนเธอกำลังหัดคลาน น่าจะตอนต้นปี (หกเดือนก่อน) ตอนที่กลับบ้าน ตอนนั้นยังคลานไม่ได้ เอาแต่กลิ้งไปกลิ้งมา บทจะคลานทีก็แถกหัวจะแม้แต่ลุงเห็นแล้วยังเสียวหนังหัวแทน แต่เห็นความพยายามของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ฝนชมพู แล้วต้องยกนิ้วให้
“ทำไมลูกคนถึงต้องเลี้ยงดูกันนานกว่าจะดูแลตัวเองได้ ไม่เหมือนลูกนกลูกปลา ที่พอเริ่มบินได้ก็ไม่ต้องดูแล”
เสือเฒ่าเคยถามผมแบบนี้เมื่อสักต้นปี ตอนนั้นผม น้องชายและหลานสาวนั่งเล่นกันหน้าบ้าน ฝนชมพูยังคลานไม่ได้ด้วยซ้ำ พ่อถามขึ้นเหมือนไม่ต้องการคำตอบ ผมตอบไปสั้นๆว่า
“เพราะสังคมมนุษย์นั้นซับซ้อนกว่าวิถีของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นนะสิ”
จากวันนั้น ผมก็นั่งคิดเล่นๆยามที่ไม่มีเรื่องอื่นให้คิด ว่า เออนะ? แล้วทำไมสังคมมนุษย์ถึงได้ซับซ้อน-แล้วต้องซับซ้อน และยิ่งซับซ้อนขึ้นไปเรื่อย จนมีองค์ความรู้ต่างๆงอกพราวราวดอกเห็ด เพื่อที่จะให้ผู้คนได้เรียนรู้สิ่งเหล่านั้นแล้วใช้ตอบสนองสังคมอันซับซ้อน
สังคมหมู่บ้าน มีคนไม่กี่ร้อย บ้านเรือนไม่กี่หลัง ที่ทำกินไม่กี่ไร่ ธรรมชาติส่วนกลางที่อาศัยร่วมกันเพื่อผลิตและเก็บเกี่ยวสิ่งต่างๆอันมีไว้เพื่อพอดำรงชีพ-ชีวิต และบำรุงจิตวิญญาณด้วยศาสนา,หมากรุก,ปลากัด,นั่งนับวันรอหวยออก และงานวัดที่นานๆจัดที
คนเราทำมาหากินเพื่อไม่ให้ท้องมันบ่นว่าหิว และไม่ให้มันทำร้ายเราจนล้มหมอนนอนเสื่อโดยการทำร่างกายให้แข็งแรง ทำไมคนเมืองต้องมีหนังสือจำพวก วิธีพูด วิธีจีบหญิง วิธีบริหารจัดการทั้งความคิดตัวเองและความคิดคนอื่น ทำไมเราต้องเรียนรู้ว่าฯลฯ ทำไมสิวกลายเป็นโรคที่ต้องเดินทางไปหาหมอ นึกภาพไม่ออกเลยถ้าปู่ของผมยังมีชีวิตอยู่ เดินทางเข้าเมืองและเจอคนมากมายนั่งรอรักษาสิว ฝ้า กระ และเอาโคลนพอกตัวดูแลผิวลดไขมัน จ่ายตังค์แล้วรำพึงกับตัวเองว่า
“คุ้มจริงๆ”
มันซับซ้อนเสียจนเราไม่แน่ใจว่า อะไรเรียกกว่าดีหรือเลวหากความดังกล่าวไม่ปรากฏในหนังสือเรียน หรือกูเกิล นั่นจึงเป็นที่มาว่า ทำไมลูกของคนถึงต้องเลี้ยงดูฟูมฟักกันยาวนานกว่าจะสามารถปล่อยให้เดินออกจากบ้านแล้วนึกหวังลึกๆในใจว่า มันจะไปคาบอาหารมาเผื่อแผ่พ่อแม่ของมันยามแก่เฒ่า
พอเอ่ยถึงนก เสือเฒ่านึกขึ้นได้ ชวนหลานๆไปดูลูกนกที่มาทำลังในต้นเฟื่องฟ้าหน้าบ้าน มีลูกนกสองตัว ตัวกำลังแดงเลย โชคดีที่แถวบ้านไม่มีแมวพเนจร ไม่งั้นด้วยความสูงระดับออกของรังที่แม่นกทำไว้ คงไม่รอด
ก็ได้แต่คอยลุ้นให้ลูกนกหัดบินได้ไวๆ จะได้บินออกจากรังของตัว ไปสร้างครอบครัวและรังของตัวเอง ให้กำเนิดลูกน้อยเล็กๆ หาอาหารมาป้อนให้มีชีวิตรอด คอยให้ความอบอุ่นเมื่อหนาว ใช้ปีกกว้างยาวป้องแดดและฝนให้กับลูกน้อยที่ขนอ่อนเพิ่งขึ้นเพียงจึ๋งเดียว
ชีวิตของสัตว์ไม่ซับซ้อน เพราะสัญชาตญาณนำทางและพวกมันแทบไม่เคยตั้งคำถามกับสิ่งที่ชักนำให้มันทำตาม อะไร? ทำให้สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน หักเหวิถีมาได้ไกลถึงขนาดนี้นะ เพราะเราเริ่มยืนสองขาและคิดออกจากถ้ำมาหาสิ่งต่างๆงั้นหรือ
บางที ทำไม? เพราะอะไร? อาจไม่น่าสนใจและครุ่นคิดเท่ากับ เราจะทำอย่างไร?
นึกย้อนไปเมื่อสองพันหกร้อยปีก่อนมีคนเคยคิดว่าจะทำอย่างไร? เจ้าชายองค์หนึ่งถืออุบัติขึ้นในชมพูทวีปนามว่าสิทธัตถะ (ผู้ที่สำเร็จความมุ่งหมายแล้ว) นานนับ๒๙ปีที่เจ้าชายถูกปรนเปรอด้วยวัตถุและความอร่อยทางจิตใจ อาจเพราะพระองค์บริโภคความสุขมากเกินไปจึงเกิดทุกข์ในกระเพาะความสุข
ทรงละทิ้งทุกอย่างเพื่อค้นหาวิธีพ้นทุกข์ จนเมื่อพระองค์สามารถคลิกหาคำตอบสุดท้ายของความเกิดทุกข์และความดับทุกข์ได้ ยังคงครุ่นคิดต่ออีก ๗ สัปดาห์ ก่อนที่จะแสดงธรรมแก่ปัญจวัคคีย์ทั้งห้า ทรงประกาศสัจจธรรมเป็นพระปฐมเทศนา ยังให้ธรรมจักรเริ่มหมุน
ซึ่งวันนั้นเป็นวันเพ็ญ กลางเดือนอาสาฬหะ หรือเดือน ๘ เป็น วันที่พระรัตนตรัยครบบริบูรณ์ บังเกิดขึ้นในโลกเป็นครั้งแรก คือมี "พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์" ครบบริบูรณ์
ผ่านเวลานับสองพันหกร้อยปี วันนั้นในวันนี้ อาสาฬหะเป็นวันหยุดราชการ และประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสพบหน้าค่าตากันในครอบครัวด้วยเพราะมีวันเข้าพรรษาแถมท้าย
วันหยุดเป็นสิ่งดีนะ-สำหรับผมแล้ว บางครั้งการหยุดมอง ใคร่ครวญความคิดจากอดีตที่ผ่านมา มองต้นไม้ใบหญ้า มองเด็กน้อยที่ยังเดียงสา ที่ยังไม่ถูกสภาวะปรุงแต่งบั่นทอนความเป็นธรรมชาติ
ฝนตกเพื่อให้เราได้หยุด เฝ้ามองเก็บเกี่ยวความเย็น และมองเห็นหลายสิ่งเติบโตงอกงาม อุ้มหลานเดินรอบบ้านเมื่อฝนหยุด ให้เขาจับใบไม้ สัมผัสความชุ่มเย็น ใบหน้าน้อยๆอมชมพูระลมแผ่วผิว พริ้วผ่าน เธอหัวร่อ
ฝนชมพูคลานวนเวียนไปมา หยิบนั่นนี่มาดู เราได้แต่เฝ้ามอง ไม่รู้สึกรำคาญ เพราะเข้าใจว่านั่นเป็นธรรมชาติ ธรรมชาติของเด็ก
ธรรมชาติของฝนชมพู
เมื่อเราเข้าใจธรรมเราจึงพ้น-วางทุกข์ เมื่อเราผสานเป็นหนึ่งเดียวกับธรรม เมื่อนั้นเกิดความสงบ-สุข
ไข่ดาวของเจน : เจนอยากทำไข่ดาว (ตอนพิเศษ)
อา : เจนจะทำไข่เจียวหรือไข่ดาว
เจน : ไข่ดาว
อา : ไข่ดาวแน่นะ
เจน : ไข่ดาว
อา : ไข่ดาวแบบสุกหรือดิบ
เจน : ไข่ดาวไง
- อานิ่งคิดเรียบเรียงถ้อยคำใหม่
อา : ไอ้ตรงเหลืองๆนะเอาแบบเหลวหรือแบบแข็ง
เจน : แข็ง
- เออ.. แสดงว่าเข้าใจตรงกัน
ภาพซ้ายบน : ปู่ตอกไข่ให้นะ
ภาพขวาบน : ไข่เริ่มขึ้นดาวแล้ว
ภาพซ้ายล่าง : ย่าช่วยทำ เจนยิ้ม-ฮึๆ
ภาพขวาล่าง : เจนทำเองปู่ – ปู่หัวร่อ “โชว์หน่อยสิหลานปู่”
ภาพซ้ายบน : เจนเริ่มทำไข่ดาว-ฮึๆ (คำรามในลำคอ)
ภาพขวาบน : ไข่ดาวของเจน
ภาพซ้ายล่าง : ความตั้งใจของเจน
ภาพขวาล่าง : ไข่ดาวของเจน?? เฮ้ย.. ไข่ดาวของเจน (อาถ่ายรูป-และหัวร่อ)
-จบตอน-
ปล. ตอนหน้าตอนที่ ๕ จบวันหยุดแล้วครับ


กรกฎาคม 9, 2009 ที่ 4:58 pm
หัว + ใจ = หัวใจ .. ฉันใด
memo + home = mome .. ฉันนั้น
-มารดำ-
ป.ล. 1 อยากชิมไข่ดาวของเจนจัง
ป.ล. 2 น้องฝนชมพูดูอารมณ์ดีมัก ๆ
ป.ล. 3 เป็นทั้งอาเป็นทั้งลุง หลาน ๆ คงยุ่งหัวใจในการเรียกขานท่านน่าดูนะคะ 5555+
กรกฎาคม 15, 2009 ที่ 9:00 am
โอ..ตะละโพสท์ประจงใจ
งามเหมือนไข่ดาวประจงทอด
เหลืองกรอบ อย่าลืมขอสุก ๆ
กรกฎาคม 15, 2009 ที่ 9:01 am
หายป่วยยังขะรับ?
กรกฎาคม 21, 2009 ที่ 4:53 pm
ขอบคุณท่านโซลที่แวะมาห่วงใย
ท่านพี่ดินล์ คิดว่าน่าจะหายแล้ว ได้ออกกำลังกาย ค่อยได้กำลังหน่อย
: )