…
ก่อนฟ้าแดงครึ้ม สีฟ้ายามเย็นนั้นเข้มคราม
ศีรษะข้าพเจ้าหนักอึ่ง ไม่ทราบว่าภายในบรรจุสิ่งใดหนักหนา
ริมระเบียง
เพียงกองใจไว้ตรงหน้า ความคิดปลดปลงลงห้วงขณะ
ให้สิ่งต่างๆสะท้อนอย่างควรจะเป็น
ลมครวญระใบหู เย็นรื่น ณ แห่งนั้น
หัวใจหม่นหมองเบื้องหน้า คล้ายถูกชำระ
ความคิดขุ่นระคาย ประหนึ่งกองตะกอนนอนสงบ
รับรู้การเคลื่อนผ่านของลมหายใจ
…
จากแห่งใด ไปยังแห่งใด
เดินทางผ่านพ้นห้วงหนึ่งใช้เวลาเนิ่นนาน
อุ่นเล็กน้อย ณ แห่งกำเนิดเริ่มต้นและบรรจบสิ้น
…
ตระเตรียมเคลื่อนไหวระลอกใหม่
ยังคงดำเนินต่อไปอย่างนั้น
เชื่องช้า เย็นและอุ่น
…
บางครั้งหลงลืมไปว่าได้ถอดใจวางไว้เบื้องหน้า
เมื่อมีลมสายหนึ่งโบยพัดมา
ใจก็ปลิวลอย
ล่องเล่นโผนพริ้วระเริงจนหวาดเสียว
…
เมฆาขุ่นครามแปรเปลี่ยนเป็นลอนคลื่น
คลี่คลายม้วนคลุมวรุณแซมแดงทอร้อยให้ชอกช้ำ
อัญมณีฟ้าพร่างพรมลง
หัวใจนั้นยังลิ้วลอยล้อกระแสไม่หยุดหย่อน
โบกมือเรียกคืนกลับ
หากแต่น้ำเสียงขาดหาย
ฟ้าคำรามร้อง เสียงและแสงแปลบปลาบ
ดวงใจสะท้านหนึ่งคราด้วยอาการตระหนก
โผลอยกลับมายังแห่งหนที่จากมา
…
“เจ้าเกรงกลัวอันใดเล่า”
เขาถามเจ้าดวงใจ
“ข้าพเจ้าเกรงกลัวแสงวาบ เสียงคำรามเกรี้ยวกราดนั้น”
เจ้าดวงใจเพ้อรำพึง
“หากแต่วรุณชุ่มเย็นมลายความหมองมัว”
ดวงใจกล่าวต่อขณะนั้นตั้งท่าลอยท่องย้อนคืนนภาฟ้า
เจ้าของดวงใจยื่นมือออกคล้ายต้องการหยุดยั้ง
…
เปล่าเลย
เขาหยิบความคิดส่งให้ดวงใจ
จากนั้นกลับมา ณ จุดบังเกิดและบรรจบของ
…
ห้วงลมหายใจ
…
พฤษภาคม 10, 2009 ที่ 7:26 pm
ตกลงเสื้อแดงหรือเสื้อฟ้า?
พฤษภาคม 11, 2009 ที่ 3:48 pm
ข้าพเจ้าแก้ผ้าอยู่ขอรับท่านพี่ อิอิ
พฤษภาคม 12, 2009 ที่ 12:26 pm
นี่ขนาดสงบจิตนะเนี่ย
ยังทำเอาหัวข้าพเจ้าหนักอึ้งจนต้องเอามือช่วยพยุง ^^”
พฤษภาคม 15, 2009 ที่ 5:48 pm
: ) วางบ้างก็ได้ขอรับท่านแซด