วันนี้เป็นวันเสาร์ที่อากาศดีอยู่เช่นเคย..ช่วงนี้ไม่ค่อยจะมีเวลาว่างที่เป็นเวลานานๆให้พอจะเจียดเวลาให้กับการเล่นหมากล้อมสักเท่าใหร..เคยเล่นแบบออนไลแต่ว่าแต่ละเกมต้องใช้เวลานานเหลือเกิน…เลยเลิกไปสักพักตอนนี้ก็เลยมาเล่นกับคอมแทน..ทำให้รู้ว่าคอมกันคนนั้นมีรูปแบบการคิดที่แตกต่างกันมาก…การเล่นหมากกับคนให้ความรู้สึกที่ลึกซึ่งกว่าคอมจริงๆ…..น่าเสียดายที่เพื่อนที่อยู่ในสายงานเดียวกันแทบไม่มีเลยที่จะสนใจการเล่นหมากล้อม
ในความคิดผมแล้วการเล่นหมากล้อมนั้นเป็นการฝึกตนแบบหนึ่ง..บริหารสมองแบบหนึ่ง..เป็นเกมที่สอนให้เรารู้จักพลิกสถานการณ..และมองภาพรวม..รวมถึงการแยกแยะความสำคัญของปัญหา….รู้แพ้รู้ชนะ…อ่อนน้อม…และอีกมากมาย..แหมเหมือนยาครอบจักวาลเลยแหะ….555…วันสบายๆของไครบางคนผมก็เลยเอาหลักการคิดและข้อดีที่ได้จากการเล่นหมากล้อมมาฝากชาวยุทธทุกท่านเผื่อจะสนใจ….(จริงๆจะหาเพื่อนเล่นด้วย..555)
ในการเล่นหมากล้อมแต่ละกระดานนั้น ผู้เล่นจะได้รับประโยชน์และคุณค่า 3 ประการคือ
1 หลี่
ขงจื๊อ เคยกล่าวเป็นปรัชญาไว้ว่า “คนจะมีหลี่ หรือ มีมารยาทที่ดีได้นั้น ต้องมีความอบอุ่น(warmth) ความเมตตากรุณา( kindness) และความเป็นคนที่รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา (consideration) ยิ่งไปกว่านั้น ต้องรู้จัก อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่โอ้อวด” ผู้ที่เล่นหมากล้อมอย่างถูกหลักและตามเป้าหมายที่แท้จริง จะทราบว่าในการเล่นแต่ละครั้งไม่มีใครที่จะชนะทุกกระดาน และไม่มีใครเก่งเกินใคร หรือตรงกับสำนวนที่ว่า “ เหนือฟ้ายังมีฟ้า “ซึ่งจะทำให้ผู้เล่นเข้าใจและสำนึกถึงความเป็น “มนุษย์ที่ดี” ไม่แก่งแย่งชิงดีกัน
2 จื้อ
หมายถึง ความฉลาดปราดเปรื่อง ความรอบรู้ มีไหวพริบ และความเป็นอัจฉริยะ ขงจื้อกล่าวไว้ว่า”การมีความรู้ที่แท้จริงคือการไม่หลงเชื่อ งมงายกับสิ่งต่างๆอย่างง่ายดายโดยไม่ใช้วิจารณญานเสียก่อน” อาจารย์สอนหมากล้อมมืออาชีพวัย 70ปีเคยให้คำนิยามของ”จื้อ” ในแง่ของหมากล้อมไว้ว่า “การเล่นหมากล้อมเป็นการฝึกฝนให้มีการพัฒนาทางจิตใจที่สูงขึ้น เวลาที่ผู้เล่นพินิจพิเคราะห์ความเคลื่อนไหวของหมากล้อมแต่ละเม็ดบนกระดาน นั้น เปรียบเสมือนเป็นการแสดงออกถึงความอ่อนน้อมถ่อมตน มองเทคนิคและกลยุทธ์ของคู่เล่นอย่างลึกซึ้งและพยายามทำความเข้าใจ โดยส่วนมาก เรามักจะไม่ยอมรับและชื่นชมในความสามารถของคู่เล่น แต่หมากล้อมสอนให้เรายอมรับ ผลที่จะตามมาก็คือ “ปัญญา” ที่ได้เพิ่มพูนขึ้นจากการเรียนรู้กลยุทธ์ของคู่เล่นนั่นเอง”
3 เหยิน
ตามหลักภาษาศาสตร์ จะแปลได้2ความหมายคือ “ตัวคน” และอีกความหมายคือ “สอง” ซึ่งถ้ารวมกัน แล้วจะแปลได้ความหมายว่า คนแต่ละคนจะต้องมีความสัมพันธ์กับผู้อื่นในด้าน ศีลธรรม ความหมายของ “เหยิน” ในแง่ของหมากล้อมคือผู้เล่นจะต้องไม่หวังที่จะเอาชนะแต่อย่างเดียว แต่ต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคู่เล่น เพราะเราสามารถเรียนรู้เทคนิคและกลยุทธ์จากคู่เล่นได้ ในขณะเดียวกันคู่เล่นก็สามารถเรียนรู้จากเราได้เช่นกัน
ปราชญ์เมธี “เม้งจื้อ” ได้กล่าวไว้ว่า
“ความรู้สึกอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นหลักของ หลี่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเป็นหลักของ จื้อความรู้สึกเห็นใจผู้อื่นเป็นหลักของ เหยิน”
คุณค่าเหล่านี้ “หมากล้อม”ได้สอนผู้เล่นแล้วอย่างไม่รู้ตัว
ปราชญ์ชิวชิว..ก็กล่าวไว้ว่า
“การเป็นสถาปนิกเรียน4ปีก็เป็นได้……แต่การจะเป็นสถาปนิกให้เก่งต้องใช้เวลาทั้งชีวิต”
_______________________________________________________________
ปล. ข้อมูลจากเวปสมาคมหมากล้อม
“เคยสงสัยใหมครับว่าทำไม่ต้อง