ประวัติเอกสารสำหรับ ธันวาคม, 2007

กาแฟร้อน : สามปีที่อักษรมีชีวิต

ธันวาคม 9, 2007

pen.jpg

เสียงดนตรีบรรเลงคลอเบาๆในที่ทำงานยามเช้า
ดนตรีจีนบรรเลงด้วยตัวโน๊ตร่วมสมัย
สลับบางช่วงจังหวะด้วยการคลอร้องจากเสียงดรุณีน้อย

บ้าง เป็นเสียงสาวแรกรุ่น
บ้าง เป็นเสียงเด็กน้อยเริงรื่นไปกับจังหวะเต้นรำ
บ้าง เป็นเสียงแผ่วบางของพิญสายเสนาะ
บรรเลงเพียงเดียวดายท่ามกลางห้วงเวลา

แห่งความว่างเปล่า สะอาด สงบ

สามปีที่ผ่านมา

เป็นเวลาแห่งการพบเจอและจากลา
การได้เวียนมาพบเจอเป็นเรื่องน่ายินดี
การจากลาเป็นเรื่องธรรมดาที่ล้วนแล้วหลีกหนีไม่พ้น

การจากลาหรือพลัดพรากจากคนผู้หนึ่ง
ย่อมนำมาซึ่งการพบเจอผู้คนอีกแห่งหนึ่ง
ข้าพเจ้าเองก็เป็นส่วนหนึ่ง ในกระบวนการพบเจอจากลาเหล่านี้

อย่างแยกไม่ออก

มองเวลาแล้วใจหาย ล่วงผ่านมาแล้วสามปี
เหลียวมองสภาพแวดล้อมตัวเอง ให้นึกถึงว่า เวลานี้ตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับวันเดียวกันนั้น
วันที่นั่งตอกนิ้วลงคีย์บอร์ดครั้งแรก เพื่อ”เขียน”

บางคนเรียกว่า”อัพ”บ้างเรียกว่า”โพส”

จะเรียกว่าอะไรก็ตามแต่ มันก็คือการทำให้ตัวอักษรที่เป็นอยู่กระจัดกระจาย ตัวสระ,พยัญชนะและเหล่าวรรณยุกต์ เกิดการรวมตัวกัน เพื่อก่อเกิดความหมาย และสำแดงพลังประหลาดชนิดหนึ่ง

พลังประหลาด ที่ว่า แสดงผลออกมาหลายอย่าง

” 555+ “

บางครั้งตัวเลขเพียงสามตัวและเครื่องหมายบวกอีกหนึ่ง ก็ทำให้เราอมยิ้มและมีความสุขตรงหน้าจอใสเรืองแสง มีหลายครั้งที่นั่งหัวเราะบ้าอยู่หน้าจอคนเดียว จนคนที่เดินผ่านไม่มาต้องเหลียวมามอง สงสัยเหลือเกินว่า ไอ้ตัวหนังสือที่วูบวาบอยู่บนจอนั้น มันทำให้เกิดอารมณ์ขันได้ยังไง อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นบ่อยในกล่องที่เรียกว่า ” comments “

” คิดถึง… “

บางครั้งตัวอักษรก็ทำหน้าที่เหมือนยานข้ามเวลา ให้เราได้กลับไปหาเรื่องราวที่ประทับใจในอดีต เรื่องราวของความรัก ความระลึกถึง ความเจ็บปวด ความสนุกสนาน

ในเวลาที่ผ่านมาสามปี ข้าพเจ้าได้เดินทางไปยังความประทับใจ ความรัก ความระลึกถึงของผู้คนมากมาย แม้แต่ตัวข้าพเจ้าเอง ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยละ ที่ตัวหนังสือเล็กๆ ที่ตัวบางบ้างหนาบ้าง จะสามารถทำหน้าที่เหมือนยานข้ามเวลา ยานที่แม้แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้

“เห็นภาพ…”

ตัวหนังสือไม่ใช่โทรทัศน์ ยังไง? ทำไม? จึงสามารถปรุงจินตนาการให้ผู้คนได้มองเห็นภาพเสมือนลอยคว้างในห้วงสมองได้ การทำงานของสมองว่าซับซ้อนแล้ว การทำงานของตัวหนังสือกลับซับซ้อนไม่แพ้กัน

บางครั้ง..บางหนกลับสามารถบรรยายได้ลึกซึ้ง ถึงกรุ่นกลิ่นและมวลไอเย็นที่รายรอบ ราวกับนำเราเข้าไปยังสถานที่จริง สำแดงรายละเอียดลึกซึ้งแม้แต่อุณหภูมิของหัวใจ

“อบอุ่น” “เหน็บหนาว” “เหงา” “เร่าร้อน” “อ่อนแอ”

หลายครั้งที่ตัวหนังสือมักแสดง สภาพความเป็นมาและเป็นไปของผู้ที่สร้างมันขึ้น เราแสดงออกทางตัวอักษรเหล่านี้เพราะประสงค์ใดเล่า

“เป็นกำลังใจให้…” “สู้เขา…” “ใจเย็นๆ”

และในเวลาที่เศร้าสร้อย อ่อนแรงในชีวิต หมดหนทางที่จะมองหาทางออก ตัวหนังสือก็ช่วยเยียวยารักษา และเสริมส่งพลังให้กันและกัน แม้จะต่างวาระ ภาษาและถิ่นที่ตั้งของการอาศัย แต่สายใยที่ก่อเกิดจากตัวอักษรกลับสมานกลมกลืนได้อย่างประหลาด

แม้บางครั้งจะมีความก้าวร้าวแวะเวียนผ่านเข้ามาอวดโฉม แต่อักษรเหล่านี้ก็ยังคงยืนหยัดที่จะแสดงพลังเงียบ สงบ และอบอุ่นเพื่อมลายความหยาบและแหลมคมอันเกรียวกราดทางอักษร

มีคนเคยเขียนในที่นี้กล่าวว่า “อักษรมีชีวิต” มันมีลมหายใจ มันสัมผัสได้ มันรับรู้ได้ สดับยินได้ถึงเสียงเต้นของหัวใจภายใน มันเริงรื่นได้ มันแข็งแรงได้ อ่อนแอได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราได้ดูแลมันอย่างไร เมื่อมันมาอยู่รวมกัน ในวรรคเดียวกันหน้าเดียวกัน มันคือชีวิตที่หลากหลาย และต้องคอยดูแลเห็นอกเห็นใจ

ให้ช่องว่างกับมันอย่างพอเหมาะพอควร ไม่ชิดมากไปจนรู้สึกถึงความอึดอัด ไม่เคาะเว้นช่องว่างมันจนห่างเกินไปจนรู้สึกถึงการขาดหายตายจาก

สามปีก่อน อักษรข้าพเจ้าคล้ายเด็กน้อยซุกซน ร่าเริงบ้าง กราดเกรียวหยาบคายบ้าง เหน็ดเหนื่อยและ พร่ำพลอดเสียเกินพอดี คะนองลองผิดลองถูกกับการผสมอักษร การทดลองเป็นที่น่าพอใจ และสยดสยองบ้างเป็นบางครั้ง หัวเราะเสียงดังจนชาวบ้านชาวช่องรำคาญ

ปีต่อมาหลงใหลให้กับการอ่าน อ่าน และอ่าน อักษรที่เคาะผ่านนิ้วมาจึงเป็นเสมือนภาพถ่ายอย่างย่อจากสิ่งที่ได้อ่าน เกิดอาการ “หนังสือหนังหา” ขึ้นสมองจนเบียด “เรื่องในวงเล็บ” ตกขอบ

ปีนี้นับตั้งแต่ต้นปี เป็นปีแห่งการสูญเสีย เพื่อนที่รัก พี่ชายจากไปอย่างไม่หวนกลับ ได้เวลาหยุดขบคิดถึงคุณค่าของชีวิตถึงสองครา “เพื่ออะไร”

การทำงานที่กระหายผลตอบแทน การแข่งขันเพื่อเหยียบคนอื่นให้จมเพื่อให้ตัวเองได้ยืนบนพื้นที่ที่สูงกว่า มีประโยชน์อย่างไรในเมื่อ สุดท้ายแล้วคนเราเหลือเพียงธุลีเถ้าที่แยกไม่ออกเลยว่ากองเถ้านี้เคยเป็นของใครมาก่อน ความสวยงาม ความอร่อยรสที่ทุ่มเทค้นหาแสวงมามีประโยชน์อะไร “กาแฟร้อน” คือพื้นที่ว่างที่ทำให้เราได้หยุด

หยุด เพื่อครุ่นคิดสิ่งที่เพิ่งผ่านไปเมื่อวินาทีที่แล้ว เมื่อนาทีที่แล้ว เมื่อชั่วโมงที่แล้ว วันที่แล้ว เดือนที่แล้ว ปีที่แล้ว ตลบทับพับเป็นชั้นๆของความนึกคิด ว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นเราได้เผาผลาญคุณค่าของการมีชีวิตไปอย่างบ้าคลั่ง

คุณค่าของชีวิตไม่ได้อยู่ที่การทำให้ตัวเรามีคุณค่า การมองเห็นคุณค่าของสิ่งรอบข้าง คนรอบข้างต่างหาก ที่สร้างคุณค่าให้กับตัวเราเอง ดั่งคำโบราญว่าไว้ “ยิ่งให้ยิ่งได้รับ” คนโง่ฟังแล้วหัวร่อคิดว่าเป็นไปได้อย่างไร

ชีวิตของข้าพเจ้า
ชีวิตของตัวอักษรข้าพเจ้า

กำลังย่างเท้าก้าวเข้าปีที่สี่

ชีวิตข้าพเจ้าคงสั้นลงไปทุกวินาที ทุกนาทีชั่วโมง
คงมีแต่เพียงอักษรที่ทิ้งเอาไว้เท่านั้นที่ยังคงมีอายุมากขึ้น

มากขึ้น

ขอบคุณสำหรับทุกตัวอักษร ที่หมุนเวียนเข้ามาพบเจอและจากลา

ชีวิตมีคุณค่า
ตัวอักษรก็เช่นเดียวกัน

ใช้มันอย่างมีประโยชน์และสร้างสรรค์
เพราะเมื่อเราล้มหายตายจาก

สิ่งที่คงเหลือไว้คือ ตัวหนังสือดีๆจำนวนหนึ่ง

ด้วยมิตรภาพเช่นเคย