ประวัติเอกสารสำหรับ มิถุนายน, 2007

the counter…#02 : ทำไมกลัวฝน?

มิถุนายน 23, 2007

/ / / / / / / / / / / / / /

/ / / / / / / / / / / / / /

/ / / / / / / / / / / / / /

/ / / / / / / / / / / / / /

/ / / / / / / / / / / / / /

/ / / / / / / / / / / / / /

/ / / / / / / / / / / / / /

/ / / / / / / / / / / / / /

/ / / / / / / / / / / / / /

- – - – - – - – - – - – - – - – - – -

“ฝนตกอีกแล้ว”

ก็บ่นไปยังงั้น ทำอะไรก็ไม่ได้ ฝนไม่เคยหยุดเพราะคนบ่น และไม่เคยตกเพราะคนบ่นเหมือนกัน แต่คนก็ยังชอบบ่น เพราะอย่างน้อยก็ดูเหมือนกับว่าได้ทำอะไรไปบ้าง

ตัวเองก็นั่งจมอยู่กับเก้าอี้ตัวเดิม เบื้องหน้าประกอบไปด้วยเด็กหนุ่มหน้ากวน หน้าที่มันมีไม่กี่อย่าง ชงเหล้า เปิดขวด เติมน้ำแข็ง ส่งบุหรี่แล้วเก็บตัง ให้ตายเหอะชีวิตมันน่าเบื่อชิบ

แต่มันยังยิ้มได้

(เพิ่มเติม…)

the counter…#01 : สูบรึเปล่า?

มิถุนายน 23, 2007

ในวันที่อากาศเปลี่ยน ฝนเทหนักบ้าง โปรยเบาบ้าง
ใครบางคนจมอารมณ์อยู่กับน้ำขมเย็น สีอำพัน
เขาหันมองไปรอบๆ ตั้งคำถามและสร้างคำตอบ

ผิวหน้าเคาน์เตอร์บาร์มันวาวสะท้อนอะไรบางอย่าง
บางอย่างที่เขาสังเกตเห็น… แต่บางอย่างก็ไม่เห็น

the counter…#01

ผมนั่งจมตัวเองอยู่บนเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์บาร์ แก้วใส ของเหลวสีอำพัน ผิวเรียบใสของแก้วเกาะไปด้วยเม็ดไอเย็น ภาพที่แขวนด้านหลังทำเอาผมต้องห่อตาเล็กน้อย เพราะการเล่นกลของจิตรกรกระมัง

ภาพที่เห็นจึงเหมือนสะท้อนแสงของแดดออกมาเข้าตาได้จริงๆ

Title:View of Arles
Artist: Vincent van Gogh

บาร์เทนเดอร์มักถามผมเสมอว่า รับอะไรเพิ่มมั้ย

“ถ้าผมอยากรับเพิ่มผมคงบอกเอง”

น้ำเสียงผมเย็นชาพอๆกับน้ำแข็งที่ลอยอยู่ในแก้วเบียร์ ผมไม่ได้มานั่งที่นี่บ่อยนัก อย่างน้อยก็ตอนที่รู้สึกแย่เวลาทำงานแล้วผิดพลาด ไม่ได้ดังใจ หรือแม้แต่ทะเลาะกับใครมา

(เพิ่มเติม…)

กาแฟร้อน : กินง่าย..กินได้

มิถุนายน 16, 2007

Title: Children in the Sea, 1909
Artist: Joaquin Sorolla y Bastida

..

เรื่องของกินนั้นยังไม่จบ :)

ทุกๆวันที่ต้องเดินเท้ามาที่ทำงานก็จะผ่านชุมชนสังกะสีเล็กๆภาษาผู้ดีเรียกว่าสลัม เป็นสลัมที่ทั้งเล็กทั้งน่ารัก จะไม่น่ารักก็ตอนกลางคืนที่มีสุนัขเดินคุมซอยเต็มไปหมดแถมไฟทางก็ไม่มี มีแต่แสงไฟที่เรืองออกมาจากช่องหน้าต่างของบ้านแต่ละหลัง หลังละหนึ่งดวง ดวงเล็กๆที่สว่างแค่พอเห็นหน้ากัน

บ้านหลายหลังส่วนใหญ่เป็นไม้เกล็ดที่ใช้ไม้เก่ามาตีปิด แผ่นป้ายหาเสียงเป็นผนังอย่างดีที่มีสีสันสดใส แต่สีก็จางไปตามกาลเวลา เลือกตั้งคราวหน้าชุมชนก็จะมีฝาบ้านที่สดใสเอามาตีปิดบังลม ฝน แดดกันอีกครั้ง แผงผ้าใบโฆษณาละครช่องสามเป็นกันสาดผ้าใบอย่างดีและแผ่นโฆษณาสิ้นค้าอีกมากมายที่จะหาได้ และมีให้ใช้มากมายเสมอตราบใดที่ระบบทุนยังเห็นว่าการทุ่มโฆษณายังใช้ได้อยู่

มีบ้านหลังหนึ่งน่ารักมาก วันไหนตื่นเช้าอากาศดีและรถยังไม่เยอะ บ้านหลังนี้จะมีบรรยากาศที่เหมือนชนบทมาก เป็นชนบทเล็กๆที่ซุกกายอยู่ในเมือง เป็นเรือนไม้หลังเล็กขนาดกำลังพอดีคนอยู่ ยกพื้นพอให้สามารถใส่ข้าวของที่ใช้ทำมาหากินได้ พื้นดินด้านหน้ากวาดสะอาดเรียบตลอดเวลาดูไปยังสะอาดน่าเดินกว่าพื้นคอนกรีตเสียอีก

ทั้งตัวเรือนเป็นเกล็ดไม้ตีปิดอย่างเรียบร้อย หากสังเกตดีๆจะพบว่าเนื้อไม้ไม่เท่ากัน แต่ฝีมือต่อไม้ใช้ได้เลยทีเดียว หน้าต่างประตูเป็นบานไม้เก่าสีฝาดด้านทั้งหมด หลังคาเป็นลอนลูกฟูกเก่าอายุของแต่ละแผ่นไม่เท่ากัน และเดาว่ามาจากหลายๆที่ คล้ายเป็นงานเลี้ยงรุ่นศิษย์เก่าของกระเบื้องลอนลูกฟูก ที่หน้าจั่วของหลังคามีกังหันลมเล็กๆ

หน้าบ้านมีต้นมะขามต้นใหญ่และเจ้าหมาตัวดำหนึ่งตัวในวงเล็บ “ดุมาก” ด้านหลังบ้านแต่ละหลังจะเป็นคลองน้ำเล็กๆ เทศบาลเคยมาช่วยเก็บขยะในคลองและทำให้ดีขึ้นอยู่สองหน เดี้ยวนี้ดีขึ้นมาก ไม่เหมือนเมื่อก่อน

..

บ้านหลังนี้น่ารักตรงไหน น่ารักตรงที่ว่าจะมีชายชราคนหนึ่งทุกๆเช้าจะนั่งอยู่หน้าชานบ้าน นั่งมองรถที่วิ่งไปมาในชั่วโมงเร่งด่วน หมาตัวสีดำนอนขดตัวอุ่นอยู่ใต้ฝ่าเท้าที่ยีนวดไปมาเป็นการสปาหมาไปในตัว อาหารเช้าของแกมีเพียงกล้วยสุกที่แกจะบิเป็นชิ้นเล็กส่งให้เจ้าหมาตัวดำเสมอ ข้าวต้มที่ตั้งบนถาดสังกะสีมีปลาสลิดทอดหนึ่งชิ้น วางลงตรงแผงไม้นั่งยาวหน้าเรือน

ทุกครั้งที่ผมเดินผ่านและเหลียวมองจะมีเสียงคำรามในคอของเจ้าหมาตัวดำ ตอนนี้มันหายไปพร้อมกับชายชรา ภาพที่เคยชินตาเปลี่ยนเป็นภาพเด็กน้อยตัวเล็แก้ผ้าวิ่งร้องให้ลั่นไม่ยอมแต่งตัวเพื่อไปโรงเรียน

อาหารของคนชราคงคล้ายๆกันหมด ตอนเด็กๆผมเห็นย่ากินข้าวต้มกับแตงโม หรือไม่ก็มะม่วงสุก ส่วนเม็ดที่มีเนื้อติดอยู่นั้น เราเด็กๆรับมาแทะเล่นเพลินปาก ส่วนย่าเก็บฟันไว้เคี้ยวหมากสบายอารมณ์ บางวันเคยเดินตามปู่เข้าไปในไร่ ผ่านบ้านคนบางทีก็หยิบเก็บยอดไม้ใบไม้บางอย่างคล้ายกับต้นหญ้า เหมือนวัชพืชมากว่าของกิน

เราเป็นเด็กเห็นยังเอียงคอสงสัย ใบอะไร? กินได้ด้วยหรือ? บ้างเอามาล้างน้ำกินสด บ้างเอามาผสมเป็นเครื่องคลุกกับอาหารจานหลัก บ้างก็กินเคี้ยวเอาเดี้ยวนั้นเลย เราลองเอามาเคี้ยวดูต้องเบ้ปาก ทั้งฝาดทั้งขมถุยทิ้ง กินได้ยังไง? คิดในใจมองหน้าคุณปู่ ปู่ยิ้มละไมใช้มือหยาบแต่อบอุ่นยีหัวเจ้าตัวน้อยๆพาเดินต่อ

..

ยังมีอีกคนที่ทำให้ต้องคิดถึงคือจ่าหมวกแดง เป็นครูฝึกนักศึกษาวิชาทหาร ในวันออกค่ายเจ็ดวันในหุบเขาหนึ่งในป่าพิษณุโลกผมจะชื่อค่ายไม่ได้ จ่าหมวกแดงเป็นทหารพราน เมื่อจ่านำเดิน จ่าจะชอบหยิบโน่นนี่มาเข้าปาก เคี้ยวเล่นตลอดเวลา บางทีก็ถุยทิ้งสบถด่า

“ไอ้ห่ากินไม่ได้”

พวกเราหัวร่อเลยโดนจับให้แทงปลาไหลกันยกกอง แต่ก็ต้องคอยจำว่าอันนั้นกินได้อันนี้กินไม่ได้ ในภาวะสงครามคนที่ไม่เลือกกินและกินง่ายแถมยังรู้ด้วยว่าอะไรกินได้หรือกินไม่ได้ คงเป็นคนที่มีประโยชน์ที่สุดและน่าติดตามมากที่สุด

..

ความสุขก็เหมือนผักหญ้าที่ขึ้นทั่วไปตามท้องถนน ตามทางเดินที่เดินผ่านไปมาทุกวัน เพียงแต่ความสุขไม่ต้องอาศัยดินในการเจริญเติบโต ความสุขเติบโตได้ด้วยจิตใจของเราเอง

ความสุขมีพิษรึเปล่า?? มีที่กินไม่ได้รึปล่า?? อาจมีและคิดว่ามี

วันนี้ว่างๆเราลองมานั่งนึกอะไรเล่นๆดูสิ ว่ามีอะไรบ้างที่เรากินได้และอะไรบ้างที่คนอื่นกินได้แล้วเรากินไม่ได้ หากกินง่ายและกินได้มากว่าที่กินไม่ได้ ชีวิตนี้ที่เกิดมาก็ไม่ขาดทุนแล้วละครับ

..

โบราณว่าไว้

“จริงๆแล้วรากผักมีรสหอม ลองปล่อยใจดื่มด่ำย่อมได้รสชาติที่แท้”

..

มีความสุขในวันเสาร์ วันที่หาวไปเขียนไป :)

กาแฟร้อน : คิดถึงฟักทอง

มิถุนายน 14, 2007

Title: Abandoned, 1903
Artist: Luigi Nono

..

การทำความดีไม่ใช่เป็นสิ่งที่ทำแล้วต้องเห็นผลประโยชน์โภชน์ผลทันทีเสมอไป ดุจดังลูกแตงโมในพุ่มไม้ใบหญ้า เติบโตเองอย่างไม่รู้สึกตัว

การทำความชั่วก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำแล้วต้องเห็นพิษภัยต่อตัวเองได้ทันทีเสมอไปเช่นกัน แต่ก็ดุจดังกองหิมะหน้าหอยามวสัตฤดู ที่ต้องละลายเหือดหายไปในไม่ช้า

-คัมภีร์รากผัก-

..

เมื่อวานนี้นั่งกินข้าวกับเพื่อนๆน้องๆ มีผัดฟักทองใส่ไข่ ผมตักฟักทองใส่จานยีให้เละไปกับข้าว ฟักทองนั้นรสหวานอ่อนๆ หยอดน้ำพริกน้ำปลาให้พอเค็ม

“พี่ทำอะไร กินเหมือนเด็กเลย??” เสียงน้องคนหนึ่งทัก

“อืมม์.. เมื่อก่อนพี่กินแบบนี้แม่ให้กินแทนไข่ต้ม” ผมตอบ

“บ้านพี่นี่ท่าจะจนเนอะ” เธอคนเดิมถามกลับพร้อมเสียงหัวร่อกันทั้งวง

“จริงๆ ” ผมตอบพร้อมรอยยิ้ม

เมื่อก่อนตอนอยู่บ้านนอก ตอนนั้นอาศัยอยู่ในบ้านพักครูเรือนไม่เล็กๆครึ่งปูนครึ่งไม้
วันไหนมีฟักทองต้มบดละเอียดกินกับข้าว แสดงว่าวันนั้นไม่มีไข่ต้ม เดี้ยวนี้เราได้กินทั้งฟักทองและไข่ในเวลาเดียวกัน ความจนถูกวัดด้วยอาหารการกินงั้นหรือ? ไม่ทราบเหมือนกันผมไม่ถนัดเรื่องคำนวณ

น้องคนนั้นคงดูหนังละครมากไป ภาพความจนของชาวบ้านมักถูกถ่ายทอดออกมาสู่สายต่อผู้คนโดยผ่านฉากหลังเดิมๆ คนจนกินอาหารแบบพื้นๆ เรื่องนี้ทำให้ผมมานั่งนึกถึงสมัยเด็กๆ

อาหารของคนพื้นบ้านแถวนั้นมีไม่กี่อย่าง ผักต้ม ปลาเล็กปลาน้อยที่พอหาได้ บางครั้งก็ได้ปลาตัวเขื่องมาต้ม หรือปิ้งย่างรับทานกับน้ำพริกขี้กา ตาแดงหรือแมงดา ผักผลบางอย่างมีขึ้นตามบ้าน แทบจะขอกันกินได้ก็คงเป็นพวกฟักแตงพริกและเครื่องปรุงกลิ่นฉุนประเภทใบต่างๆ

ไม่ว่าจะบ้านไหนๆก็จะมีรายการอาหารไม่ต่างกันมากนัก ในตอนนั้นไม่มีใครคิดถึงอาหารดีๆด้วยเพราะแค่ที่มีกินก็ดีมากแล้ว ทำไมจึงรู้ได้ว่าทุกคนกินเหมือนกัน ก็เพราะเรื่องขอกันกินในสังคมเช่นนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก จำได้ว่าเคยเดินเท้าไปหาญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง เราเดินจนเย็นถึงบ้านหลังหนึ่ง ขอนั่งพักหน้าบ้านเดี้ยวจะเดินต่อ

แรกๆเจ้าของเรือนก็ตักน้ำฝนเย็นในตุ่มดินมาให้ เราคุยกันสักพักใหญ่ แม่เรือนที่ดูกับข้าวกับปลาอยู่ด้านหลังก็ร้องเรียกชวนให้กินข้าวเย็นกันก่อน

เมื่อนึกถึงตอนยังเล็ก วัยเด็กเป็นวัยที่น่าประทับใจ ทั้งเรื่องน้ำใจของสังคมรายรอบ และสภาพแวดล้อมที่สดใส

กลิ่นไอดินหลังฝนตก เสียงเครื่องใสไม้ยามเช้า ไก่บ้านแข่งกันโก่งคอขัน เสียงกระดึงผูกคอควายลั่นโกร่งๆยามเช้ามืด ฝายทดน้ำนิ่งสงบภายใต้เงาไม้ สายน้ำทิ้งตัวจ๊อกๆ จากที่สูง ปลากัดตัวเล็กสีน้ำเงินเข้มปลายหางสบัดสีแดงสด ว่ายสลับไปมากับลูกอ๊อดสีดำสนิท

การได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมเช่นนี้ทำให้จิตใจเราสดใสตลอดเวลา อบอุ่นปลอดภัยเสมอ

มันจะน่าเสียใจขนาดไหนที่มีคนบางคนมาขีดเส้นว่าที่ๆคุณอยู่สิ่งที่คุณรับทานเป็นมาตรฐานของความจนรวย อาจเพราะเราอยู่ในพื้นที่ๆความแตกต่างอาศัยเคียงกันในที่เดียวกันก็เป็นได้

ลองมองในมุมหนึ่ง หากเราอยู่ในพื้นที่ๆทุกคนอยู่เหมือนกัน กินเหมือนกัน เราจะไม่นึกถึงเรื่องคำว่ารวยกับจนเลย จะมีแต่เรื่องที่เราต้องคิดในแต่ละวันว่าทำอย่างไรจะมีความสุข

..

ภาพของปู่แก่ๆที่นั่งเหลาไม้ตอกเอาไว้ใช้งานต่างๆ ย่าเดินหลังโค้งลงไปในสวนมะม่วง เก็บมะม่วงลูกเหลืองที่หล่นใต้ต้นกลับมาที่เพิงสังกะสีสลับกับแฝกคาแห้งดำ ด้านบนหลังคามีกระจาดตากปลาแห้ง ขนาดคละกันไป

ป้ากำลังหุงข้าวสวยทอดปลาและต้มผัก เสียงลุงนั่งโขกน้ำพริกอยู่หลังเรือน หลานๆจับกลุ่มได้สามสี่คนก็ออกวิ่งเล่นในท้องทุ่งไล่ตะครุบปลาตัวน้อยที่ร่องนา เปื่อนโคลนได้ที่ก็วิ่งไปที่ฝายทดน้ำ กระโดดทิ้งตัวลงล้างตัว แม่มองเห็นเด็กๆเล่นกันตัวเลอะแต่ไกล ก็ยื่นมือไปเด็ดก้านมะยมรูดใบออกหมดยืนท้าวเอว พ่อเพียงมองและอมยิ้มเหมือนกับนึกถึงเรื่องราวตอนต่อไปได้อย่างดี

ฝักทองโดนฝานเป็นแผ่น ต้มแล้วสีเหลืองเข้มชุ่มน้ำ จัดวางในถาดสังกะสีเคลือบสีแสบสัน ขันน้ำใบใหญ่ใส่น้ำฝนโรยหน้าด้วยดอกมะลิหรือบางทีเป็นดอกเล็บมือนาง เป็นกลิ่นของจางๆที่ชื่นใจ

..

ฟักทองเละๆที่ยีในจานพาผมย้อนกลับไปที่บ้านเกิดอีกหน ภาพเมืองที่เร่งรีบคล้ายเป็นฝุ่นผงที่เคลือบจับกระจกในจิตใจเรา ความจำในอดีต แต่หากได้หยุดคิดถึงเรื่องราวในอดีตบ้าง ก็เหมือนเราได้ทำความสะอาดจิตใจ ได้เช็ดกระจกที่เลอะฝุ่นเมืองเสียบ้าง

..

กาแฟร้อนหมดถ้วย
ภาพฟักทองในอดีตกลับมาชัดเจนอีกหน

..

ปรัชญาข้าวขาหมูกล่าวไว้ว่า

“คากิหมดก่อนเสมอ”
..

มุมมืด : ยาขอบ

มิถุนายน 13, 2007

เมื่อข้าพเจ้านั่งสงบอยู่กับโต๊ะเขียนหนังสือ ตรองหาโครงเรื่องสั้นสำหรับสนองคุณท่านผู้อ่านของข้าพเจ้านั้น เป็นเวลาดึกแล้ว ถนนหน้าบ้านไม่มีไฟฟ้า มองออกไปทางหน้าต่างจึงมืดครึ้มน่ากลัวนัก ยิ่งที่ตรงมุมถนนโน้นมืดราวกับเป็นใจให้ความชั่วร้ายเกิดขึ้นได้ทุกชนิด

ทั้งนี้เป็นเหตุให้เกิดความคิดขึ้นว่า ถ้ทุกอย่างในโลกย่อมมีทั้งความดีและความชั่ว อยู่ในตัวของมันเองจริงแล้ว มุมมืดที่ใครๆพากันมองโดยคาดว่า จะพบแต่เรื่องร้ายฝ่ายเดียวนั้น ก็ควรมีแง่ดีที่น่าเชื่อใจปะปนอยู่ด้วย

นักประพันธ์คือผู้ชนะโลกด้วยความเพ้อฝัน ข้าพเจ้าจึงอนุญาตให้ตัวเองฝันถึงมุมมืดมุมหนึ่งที่เกิดแต่เรื่องของคุณความดี

ดังนั้น ก็จะลงมือเขียนเรื่องใช้ชื่อว่า”มุมมืด”ด้วยความคิดนี้ ตามแต่ที่จะสามารถเขียนได้

จากบทนำของเรื่องสั้น”มุมมืด”:ยาขอบ

คมกระบี่ : โกวเล้ง

มิถุนายน 9, 2007

ศาสนาศิลปะวรรณกรรม ในบางด้านมีความหมายปลายทางเดียวกัน ระหว่างขั้นตอนของการแสวงหาความแปลกใหม่ แสวงหาการเปลี่ยนแปลงอดไม่ได้ที่จะเผชิญการเคี่ยวกรำที่ปวดร้าวบางประการ

..

สำหรับนักเขียนผู้หนึ่งมักมีความรู้สึกว่าตัวเองคล้ายเป็นดักแด้ ในรังไหมตัวหนึ่ง คิดหวังการหลุดพ้นชนิดหนึ่ง

แต่การหลุดพ้นชนิดนี้ ต้องถูกเคี่ยวกรำ

บางครั้งหลังการเคี่ยวกรำที่ยาวนานอย่างยิ่ง ยังไม่สามารถเป็นผีเสื้อ กลายเป็นตัวไหม
ยิ่งไม่อาจถักทอเป็นแพรไหม

..

ผีเสื้อมีหลายประเภท
บางตัวสวยงาม บางตัวขี้เหร่
บางตัวธรรมดา บางตัวล้ำค่า

..

ข้าพเจ้าหัวร่อ เนื่องด้วยข้าพเจ้าเบิกบานใจ

เนื่องด้วยสหายของข้าพเจ้าล้วนทราบว่า สิ่งที่เขียนถึงในนวนิยายกำลังภายในมิใช่คาวเลือดและความรุนแรง

หากแต่เป็นความอดกลั้น ดวงใจแห่งรัก และ การเสียสละ

..

หากบอกว่าชีวิตคนเช่นความฝันสรรพวัตถุ สรรพเรื่องราวล้วนเกิดจากความฝัน และแตกดับพร้อมความฝัน

อย่างนั้นความฝันเป็นฉันใด?

..

-กระดึง,สายลม,คมดาบ/โกวเล้ง-

..