
Title: Abandoned, 1903
Artist: Luigi Nono
..
การทำความดีไม่ใช่เป็นสิ่งที่ทำแล้วต้องเห็นผลประโยชน์โภชน์ผลทันทีเสมอไป ดุจดังลูกแตงโมในพุ่มไม้ใบหญ้า เติบโตเองอย่างไม่รู้สึกตัว
การทำความชั่วก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำแล้วต้องเห็นพิษภัยต่อตัวเองได้ทันทีเสมอไปเช่นกัน แต่ก็ดุจดังกองหิมะหน้าหอยามวสัตฤดู ที่ต้องละลายเหือดหายไปในไม่ช้า
-คัมภีร์รากผัก-
..
เมื่อวานนี้นั่งกินข้าวกับเพื่อนๆน้องๆ มีผัดฟักทองใส่ไข่ ผมตักฟักทองใส่จานยีให้เละไปกับข้าว ฟักทองนั้นรสหวานอ่อนๆ หยอดน้ำพริกน้ำปลาให้พอเค็ม
“พี่ทำอะไร กินเหมือนเด็กเลย??” เสียงน้องคนหนึ่งทัก
“อืมม์.. เมื่อก่อนพี่กินแบบนี้แม่ให้กินแทนไข่ต้ม” ผมตอบ
“บ้านพี่นี่ท่าจะจนเนอะ” เธอคนเดิมถามกลับพร้อมเสียงหัวร่อกันทั้งวง
“จริงๆ ” ผมตอบพร้อมรอยยิ้ม
เมื่อก่อนตอนอยู่บ้านนอก ตอนนั้นอาศัยอยู่ในบ้านพักครูเรือนไม่เล็กๆครึ่งปูนครึ่งไม้
วันไหนมีฟักทองต้มบดละเอียดกินกับข้าว แสดงว่าวันนั้นไม่มีไข่ต้ม เดี้ยวนี้เราได้กินทั้งฟักทองและไข่ในเวลาเดียวกัน ความจนถูกวัดด้วยอาหารการกินงั้นหรือ? ไม่ทราบเหมือนกันผมไม่ถนัดเรื่องคำนวณ
น้องคนนั้นคงดูหนังละครมากไป ภาพความจนของชาวบ้านมักถูกถ่ายทอดออกมาสู่สายต่อผู้คนโดยผ่านฉากหลังเดิมๆ คนจนกินอาหารแบบพื้นๆ เรื่องนี้ทำให้ผมมานั่งนึกถึงสมัยเด็กๆ
อาหารของคนพื้นบ้านแถวนั้นมีไม่กี่อย่าง ผักต้ม ปลาเล็กปลาน้อยที่พอหาได้ บางครั้งก็ได้ปลาตัวเขื่องมาต้ม หรือปิ้งย่างรับทานกับน้ำพริกขี้กา ตาแดงหรือแมงดา ผักผลบางอย่างมีขึ้นตามบ้าน แทบจะขอกันกินได้ก็คงเป็นพวกฟักแตงพริกและเครื่องปรุงกลิ่นฉุนประเภทใบต่างๆ
ไม่ว่าจะบ้านไหนๆก็จะมีรายการอาหารไม่ต่างกันมากนัก ในตอนนั้นไม่มีใครคิดถึงอาหารดีๆด้วยเพราะแค่ที่มีกินก็ดีมากแล้ว ทำไมจึงรู้ได้ว่าทุกคนกินเหมือนกัน ก็เพราะเรื่องขอกันกินในสังคมเช่นนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก จำได้ว่าเคยเดินเท้าไปหาญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง เราเดินจนเย็นถึงบ้านหลังหนึ่ง ขอนั่งพักหน้าบ้านเดี้ยวจะเดินต่อ
แรกๆเจ้าของเรือนก็ตักน้ำฝนเย็นในตุ่มดินมาให้ เราคุยกันสักพักใหญ่ แม่เรือนที่ดูกับข้าวกับปลาอยู่ด้านหลังก็ร้องเรียกชวนให้กินข้าวเย็นกันก่อน
เมื่อนึกถึงตอนยังเล็ก วัยเด็กเป็นวัยที่น่าประทับใจ ทั้งเรื่องน้ำใจของสังคมรายรอบ และสภาพแวดล้อมที่สดใส
กลิ่นไอดินหลังฝนตก เสียงเครื่องใสไม้ยามเช้า ไก่บ้านแข่งกันโก่งคอขัน เสียงกระดึงผูกคอควายลั่นโกร่งๆยามเช้ามืด ฝายทดน้ำนิ่งสงบภายใต้เงาไม้ สายน้ำทิ้งตัวจ๊อกๆ จากที่สูง ปลากัดตัวเล็กสีน้ำเงินเข้มปลายหางสบัดสีแดงสด ว่ายสลับไปมากับลูกอ๊อดสีดำสนิท
การได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมเช่นนี้ทำให้จิตใจเราสดใสตลอดเวลา อบอุ่นปลอดภัยเสมอ
มันจะน่าเสียใจขนาดไหนที่มีคนบางคนมาขีดเส้นว่าที่ๆคุณอยู่สิ่งที่คุณรับทานเป็นมาตรฐานของความจนรวย อาจเพราะเราอยู่ในพื้นที่ๆความแตกต่างอาศัยเคียงกันในที่เดียวกันก็เป็นได้
ลองมองในมุมหนึ่ง หากเราอยู่ในพื้นที่ๆทุกคนอยู่เหมือนกัน กินเหมือนกัน เราจะไม่นึกถึงเรื่องคำว่ารวยกับจนเลย จะมีแต่เรื่องที่เราต้องคิดในแต่ละวันว่าทำอย่างไรจะมีความสุข
..
ภาพของปู่แก่ๆที่นั่งเหลาไม้ตอกเอาไว้ใช้งานต่างๆ ย่าเดินหลังโค้งลงไปในสวนมะม่วง เก็บมะม่วงลูกเหลืองที่หล่นใต้ต้นกลับมาที่เพิงสังกะสีสลับกับแฝกคาแห้งดำ ด้านบนหลังคามีกระจาดตากปลาแห้ง ขนาดคละกันไป
ป้ากำลังหุงข้าวสวยทอดปลาและต้มผัก เสียงลุงนั่งโขกน้ำพริกอยู่หลังเรือน หลานๆจับกลุ่มได้สามสี่คนก็ออกวิ่งเล่นในท้องทุ่งไล่ตะครุบปลาตัวน้อยที่ร่องนา เปื่อนโคลนได้ที่ก็วิ่งไปที่ฝายทดน้ำ กระโดดทิ้งตัวลงล้างตัว แม่มองเห็นเด็กๆเล่นกันตัวเลอะแต่ไกล ก็ยื่นมือไปเด็ดก้านมะยมรูดใบออกหมดยืนท้าวเอว พ่อเพียงมองและอมยิ้มเหมือนกับนึกถึงเรื่องราวตอนต่อไปได้อย่างดี
ฝักทองโดนฝานเป็นแผ่น ต้มแล้วสีเหลืองเข้มชุ่มน้ำ จัดวางในถาดสังกะสีเคลือบสีแสบสัน ขันน้ำใบใหญ่ใส่น้ำฝนโรยหน้าด้วยดอกมะลิหรือบางทีเป็นดอกเล็บมือนาง เป็นกลิ่นของจางๆที่ชื่นใจ
..
ฟักทองเละๆที่ยีในจานพาผมย้อนกลับไปที่บ้านเกิดอีกหน ภาพเมืองที่เร่งรีบคล้ายเป็นฝุ่นผงที่เคลือบจับกระจกในจิตใจเรา ความจำในอดีต แต่หากได้หยุดคิดถึงเรื่องราวในอดีตบ้าง ก็เหมือนเราได้ทำความสะอาดจิตใจ ได้เช็ดกระจกที่เลอะฝุ่นเมืองเสียบ้าง
..
กาแฟร้อนหมดถ้วย
ภาพฟักทองในอดีตกลับมาชัดเจนอีกหน
..
ปรัชญาข้าวขาหมูกล่าวไว้ว่า
“คากิหมดก่อนเสมอ”
..