
เพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัดครับ เดินทางไปกลับหนึ่งวันเล่นเอาเพลียแทบสลบ กลับมาหลับเป็นตาย (อ่อ..แต่ยังไม่ตาย) เมื่อวันจันทร์คล้ายๆมีประโยคหนึ่งแว่วเข้าหู
“มนุษย์นั้นถูกทำลายได้ แต่แพ้ไม่ได้”
ประโยคคลาสสิกที่หลายๆคนชอบยกขึ้นมาพูด ประโยคนี้อยู่ในนิยายเรื่อง “เฒ่าผจญทะเล” งานเขียนรางวัลโนเบลปี๑๙๕๔ ของปาป้าเออเนส เฮมิงเวย์ ช่างบังเอิญที่ผมเองก็เพิ่งอ่านจบไปเมื่อไม่นานเช่นกัน อารมณ์ที่ได้จากการอ่านยังคงอุ่นๆกรุ่นๆอยู่เลย อากาศตอนนี้เย็นๆชื้นอยู่ด้วย เอาเป็นว่ารับเรื่องราวอุ่นๆไปอ่านเสียสักเรื่องเป็นไร
the old man and the sea เป็นเรื่องสั้นขนาดยาว เป็นเรื่องของชายชราที่บอกตัวเองว่าโชคของเขาหมดไปเสียแล้ว เพราะเขาเองจับปลาไม่ได้เป็นเวลานาน เพื่อนต่างวัยของเขาเอง มาโนลินถูกพ่อแม่ของเธอสั่งให้ไปทำงานกับเรือลำอื่นด้วยเพราะว่าจะได้ค่าตอบแทน
มาโนลินทำงานกับเรือลำอื่น แต่ก็ช่วยเหลือตาเฒ่าซานอยู่ตลอดเวลา เด็กหนุ่มร้องที่จะออกเรือกับตาเฒ่าอยู่เสมอ แต่ตาเฒ่าปฏิเสธ ผมชอบอยู่ตอนหนึ่ง อ่านแล้วอบอุ่นดี
…
“ลุงเป็นนาฬิกาปลุกของฉันทุกที” เด็กหนุ่มพูด
“อายุมากทำให้เป็นนาฬิกาปลุก” ชายเฒ่าพูด
“ทำไมคนแก่จึงตื่นแต่เช้ามืด?.. เพื่อจะให้วันหนึ่งๆยาวออกไปอีกกระมัง”
“ฉันไม่รู้” เด็กหนุ่มพูด “เท่าที่ฉันรู้หนุ่มวันรุ่นนอนหลับเป็นตายและตื่นสาย”
“ลุงจะไม่ลืม” ชายเฒ่าพูด “ลุงจะปลุกแกทันเวลา”
…
เช้ารุ่งชายชราออกเรือสู่ท้องทะเลเพียงลำพัง เรือลำเล็กลอยออกสู่ทะเลใหญ่อย่างเดียวดายอ้างว้าง ตาเฒ่าซานพูดคุยกับหลายสิ่ง นก ปลา เต่า หรือแม้แต่มือตัวเอง มันเป็นเรื่องที่จินตนาการยากมากหากเรายังเคยอยู่คนเดียวในพื้นที่เช่นนั้นเป็นเวลานาน
วาบหนึ่งผมเข้าใจความรู้สึกของพี่จา พนม ยีรัมย์ ที่หลงขึ้นเครื่องบินไปตามหาช้างน้อยถึงซิดนีย์ ภาษาอังกฤษก็ไม่กระดิกแม้คนมากมายแต่เหมือนอยู่เพียงลำพัง เข้าใจเลยว่าทำไมตะแกถึงเอาแต่พูดว่า “ช้างกูอยู่ไหน” โดยไม่สนใจว่าคนฟังจะรับทราบหรือไม่ว่าเขากำลังคิดอะไร มีแต่ความเงียบ
เช่นเดียวกับตาเฒ่าซาน เมื่อปลามาร์ลินตัวเขื่องงับสายเบ็ด การต่อสู้ที่แท้จริงก็เริ่มขึ้น ต่างกันเพียงพี่จาหาช้าง เฒ่าซานหาปลา
…
“พระเจ้าช่วยให้มือของฉันหายตะคริวด้วย” เขาพูด
“เพราะฉันไม่รู้ว่าปลามันจะทำอะไรต่อไป”
แต่ปลาบอกอาการว่าสงบเยือกเย็น เขาคิด และมันทำตามแผนของมัน แล้วแผนฉันละมีอย่างไร? แผนของฉันจะต้องคิดโดยปัจจุบันทันด่วนให้คล้องจองกับแผนของมัน เพราะตัวมันใหญ่โตเหลือเกิน
ถ้ามันกระโดดขึ้นมาข้างบนฉันหาทางฆ่ามันได้ แต่มันอยู่ข้างล่างไม่รู้จักจบสิ้นเสียที ส่วนฉันก็ถือสายเบ็ดไว้อย่างนี้ไม่รู้จักจบจักสิ้นเสียทีเหมือนกัน
…
เป็นการต่อสู้ที่เนิ่นนาน และอดทน ทั้งสองฝ่ายใช้ความสงบอดทนเข้าต่อสู้กัน หากเปรียบเหมือนการเล่นพนันแล้วละก็ตาเฒ่าซานของหลานมาโนลินตะแกเททุนทั้งหน้าตักเลย เจ๊งเป็นเจ๊ง ตายเป็นตาย “มนุษย์นั้นถูกทำลายได้ แต่แพ้ไม่ได้”
แม้จะมีปลาเล็กปลาน้อยที่หลุดหลงเข้ามาติดเบ็ดแกก็ไม่สนไม่ยอมละทิ้งเจ้าปลาตัวใหญ่ที่ลากเรือแกอยู่ แกปล่อยให้มันลากไปเรื่อยๆอย่างใจเย็น ให้มันหมดแรง เมื่อเวลาต่อสู้กันตัวต่อตัวเกิดขึ้น มันฉับไวรวดเร็วรวดเดียวจบเหมือนซามูไรออกดาบฟาดฟัดกันเลยทีเดียว ทุกอย่างกลับคืนสู่ความสงบ
เฒ่าซานผูกปลาตัวใหญ่ไว้กับข้างเรือ และเตรียมเดินทางกลับฝั่ง ซึ่งแกก็ทราบดีว่าแกถูกเจ้าปลายักษ์ลากออกห่างจากฝั่งมาไกลเหลือเกิน แล้วตัวโกงตัวจริงก็โผ่ลมา เป็นฉลามตัวแล้วตัวเล่าที่มุ่งมาหาเนื้อปลายักษ์ ทุกตัวที่เข้ามาต่างได้ทั้งความตายและบาดแผลกลับไปเป็นที่ระลึก
อย่างที่ผมว่านั้นละ ตะแกทุ่มหมดตัวก็งานนี้ละ อะไรที่ทำเป็นอาวุธได้แกก็เอามาหมด ถึงขนาดคิดได้ว่าถ้าไม่เหลืออะไรแล้วแกจะขอตัดเอาจะงอยปากอันแหลมของปลาเอามาทำเป็นอาวุธ แต่เนื้อปลาชิ้นดีก็ค่อยหายไป หายไป…
…
ชายเฒ่าเหนื่อยจนแทบหายใจไม่ออก และเขารู้สึกว่าในปากมีรสแปลกๆ มันเฝือนเหมือนอมเหรียญทองแดงและหวานพิกลพิกล เขาเกิดกลัวอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วก็มิได้เกิดอาการร้ายแรงอะไรนัก เขาถมน้ำลายลงมหาสมุทรและพูด
“กินมันเข้าไปซี อ้ายฉลามกาลาโน แล้วฝันว่ามึงฆ่ามนุษย์ได้คนหนึ่ง”
…
ให้ห่ากิน ด่ามันเลยลุงให้มันรู้ว่าใครเป็นใคร ไม่ว่าจะอ่านวนในฉากนี้กี่หนกี่ครั้งผมก็ยังรู้สึกสะใจชิบ…(หาไม่เจอ) ประมาณว่าตามสบายเถอะพ่อจะเอาอะไรเชิญ ยังไงยังงั้น ราวกับนั่งเชียร์มวยทั้งๆที่ในมือถือหนังสืออยู่แท้ๆ
ชายชรากลับถึงฝั่งพร้อมๆกับก้างปลาขนาดยักษ์ เขาเข้านอนและหลับไหล เป็นความสงบรายเรียบ เมื่อตื่นขึ้นมาเขาไม่ได้เอ่ยถึงความเสียใจและเสียดายเลย อ้ายหนุ่มมาโนลินซื้ออาหารเช้ามื้อพิเศษมาฝากชายชรา เป็นฉากจบอันอบอุ่น
…
ถึงตอนนี้ผมคิดถึงเรื่องราวเรื่องหนึ่ง เรื่องของปู่เย็นที่ออกอากาศเมื่อคืน ทำให้ผมนึกเปลี่ยบเทียบเฒ่าทรนงแห่งลำน้ำเพชรกับเฒ่าซานติเอโกแห่งคิวบา แม้จะแตกต่างทางกายภาพแต่มีหลายอย่างคล้ายกันในด้านนามธรรม การออกเรืออาจเป็นเรื่องปกติใครก็ทำกันได้ แต่การออกเรือคนเดียวนั้นไม่ใช่ว่าใครๆก็จะทำได้ ความโดดเดี่ยว ความเดียวดาย มนุษย์เราเอาอาวุธอะไรกันนะต่อสู้กับความรู้สึกเหล่านี้
ซากปลาที่ผูกติดกับเรือของเฒ่าซานติเอโก เป็นยาพิษชั้นดีสำหรับคนที่ท้อแท้ แต่เฒ่าซานยังหลับไหลได้และไม่เอ่ยถึงมัน ในขณะที่คนรอบข้างกลับคิดอีกอย่าง ชายชราใช้อะไรเยียวยาพิษร้ายนั้น
…
มนุษย์ ตราบใดที่ยังมีชีวิตก็ต้องมีปณิธาร มีจุดมุ่งหมาย มีความมานะพยายาม โดยไม่คำนึงถึงความใดๆ สำหรับผลของความมานะพยายามนั้น ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จหรือความล้มเหลว จะเป็นความสุขสันต์หรรษา หรือความเศร้ารันทด พวกเขาต่างมิได้แยกแยะสนใจ
มีบ้างที่บางคนอาจเห็นว่าบุคคลเหล่านี้ล้วนโง่เขลาอย่างยิ่ง
หากโลกนี้ไม่มีคนประเภทนี้ โลกจะมิทราบเป็นสภาพใดไปเสียนานแล้ว
-ฤทธิ์มีดสั้น / โกวเล้ง-
…
สุดท้ายนี้ขอพลังจงอยู่กับท่านขอรับ
สู้เขาไอ้เสือ
…
พฤษภาคม 23, 2007 ที่ 4:25 pm
[...] [อ่านต่อ…] [...]