เรียนท่านมารดำที่เสมอต้นเสมอปลาย
ข้าพเจ้าอู้ส่งจดหมายท่านมาสองวันเต็มต้องขออภัยอย่างยิ่ง อาจเพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยข้าพเจ้าเลยพลอยฟ้าพลอยฝนแอบอู้งาน(ว่าไปนั่น)
อ่านเรื่องที่ท่านเล่าแล้วให้นึกถึงประโยคๆหนึ่งที่นักกอฟบ้านเราเคยพูดออกโฆษณาทีวี อะไรประมาณว่า “แม้จะไม่ถึงดวงจันทร์แต่ก็ได้อยู่ท่ามกลางดวงดาว” อ่า… นกที่บินเข้าหาดวงจันทร์แล้วเวลามันเหนื่อยมันจะเกาะอะไรละครับเนี้ย สงสัยต้องไปหามาอ่านซะแล้ว
หนังสือมากมายที่ตั้งประเด็นเรื่องการ”แสวงหา” เป็นการเล่าเรื่อง เรื่องที่ข้าพเจ้าจะเอ่ยถึงต่อไปนี้ก็เช่นเดียวกัน เป็นการแสวงหาคำตอบของชีวิตในอีกแบบหนึ่ง เป็นคำตอบที่เกิดจากคำถามที่ว่าสุดท้ายแล้วชีวิตคืออะไร สุดท้ายแล้วเป็นอย่างไรหนอชีวิต
ผู้ที่ออกแสวงหาผู้นี้ที่ข้าพเจ้าจะเอ่ยไม่ได้เป็นนก แต่เป็นคน เป็นคนที่ช่างสงสัยต่อโลกต่อชีวิตจนเหลือเกิน

สิทธารถะ : siddhartha : นิยายเชิงปรัชญาของนักเขียนรางวัลโนเบล
เฮอร์มานน์ เฮสเส : ผู้เขียน
สำนักพิมพ์ : สร้างสรรค์บุ๊คส์
๑๔๘ หน้า ในราคา ๑๐๐ บาท
สิทธารถะเป็นเรื่องของพราหมณ์หนุ่มรูปงามนามคล้ายกับองค์พระพุทธเจ้า เป็นนิยายอิงพุทธประวัติคลอเหตุการณ์กันไป การเดินเรื่องราวราบเรียบและตรงไปตรงมาไม่ซับซ้อน ไม่ต้องนอนตะแคงอ่าน ลำดับเรื่องราวเรียงจาก ๑ ไปหา ๑๐ เป็นลำดับไม่ซับซ้อนซ่อนปม มีคติให้ขบคิดตลอดรายทาง ไม่อาร์ทแน่นอนขอรับ
จากเด็กน้อยที่เติบโตในครอบครัวพราหมณ์ ออกจากบ้านเพื่อแสวงหาคำตอบสูงสุดของชีวิต โดยการเป็นสมณะ กับเพื่อรักที่มีนามว่า โควินทะ แล้วทั้งสองก็ต้องแยกจากกันด้วยเพราะโควินทะ เปลี่ยนทางเดินจากสมณะเข้าหาพุทธะธรรมของพระศากยมุณี ณ.ที่สวนเชตวัน ส่วนสิทธารถะเลือกที่จะเดินทางต่อไปเพื่อแสวงหาคำตอบในข้อคำถามที่ตนมีตลอดเวลา
เรื่องราวตรงจุดเปลี่ยนนี้มิได้หมายความว่าสิทธารถะมิได้เชื่อว่า พระธรรมอันที่พระสัพพัญญูพุทธเจ้าแสดงนั้นไม่ได้เป็นธรรมอันสุงสุดที่นำพาผู้ปฏิบัติเข้าสู่ความดับความสงบ หากจะตีความตรงส่วนข้อสนทนาที่พระสมณโคดมมีต่อสิทธารถะก่อนที่สิทธาถะจะออกเดินทางนั้น ข้าพเจ้าลองคิดแบบตื้นๆขอรับ ว่าตาพราหมณ์น้อยนี่ตะแกออกจะดื่อเสียหน่อย
แต่ก็นั่นละขอรับ ตาละพ่อเฮอร์มานน์(ผู้เขียน) แกคงอยากใช้ปากกาของพรมเทพขีดเส้นของการแสวงของสัจธรรมของสมณะพราหมณ์สิทธารถะให้แตกแถวผ้าเหลืองสักหน่อย
สมใจอยากแกละขอรับ สิทธารถะเดินหน้าเรียนรู้โลกกระโจนโต้คลื่นในโลกีย์ซะเมามันส์โดยอาศัยอาวุธที่เธอพกติดตัวแลภูมิใจนักหนาคือ “ฉันคิดได้ ฉันรอได้ ฉันอดได้” แต่เมื่อลงลึกเข้าไปในคลื่นโลกีย์ทุกวี่วันไอ้ที่ฉันคิดได้ ก็เริ่มคิดไม่ออก ไอ้ที่ฉันรอได้ก็เริ่มจะไม่อยากรอ ไอ้ที่อดได้ ก็เริ่มจะหิวง่ายและก็อดไม่ได้
สุดท้ายแล้วสิทธารถะก็จำต้องถอยมาตั้งหลัก คิดใหม่ทำใหม่แบบไม่เดือดร้อนชาวบ้าน โดยพบกับครุทางปัญญาอีกคนคนผู้นี้เป็นคนแจวเรือที่เคบพาสิทธารถะข้ามไปยังฝั่งโลกีย์ คนผู้นี้คือ วาสุเทพ แล้วทั้งสองก็เรียนรู้ซึ่งกันและกัน สิทธารถะค้นพบสัจจะมากมายจากการเฝ้ามองสายน้ำ และฟังเสียงสายน้ำ
จะว่าไปก็เหมือนกับการเรียนรู้จากธรรมชาตินั้นเอง ในยุทธนิยายของท่านโกวเล้งเรื่อง “นักสู้ผู้พิชิต” จอมยุทธจิวฮึงซึ่งโดยนัยเป็นอาจารย์ของปึงป้อเง็กก็ชี้แนะเพลงกระบี่จากสายน้ำนี้เหมือนกัน หรือว่ายุทธนิยายเรื่องนี้กลับได้แนวทางมาจากวรรณกรรมเรื่องสิทธาถะนี้ ข้อนี้ไม่สำคัญเท่ากับเนื้อหาที่ท่านจะได้รับ
ท้ายสุดของเรื่องราวดำเนินจนถึงบทสรูปเรื่องราว ผู้เป็นชาวพุทธอันคร่ำเคร่งคัมภีร์บาลีคาถาอาจไม่สบใจนักกับฉากสุดท้าย หากแต่นั้นแสดงความหมายออกมาได้อย่างเด่นชัดถึงกระบวนการที่จะนำเราไปสู่”ความสงบ”ในจิตใจเราการนำไปสู่”ความดับ”ในภูมินี้ภพนี้ ต่างเพียงแต่ว่าโควิทะเลือกที่จะเกาะชายผ้าเหลืองเดินตามพระธรรม แต่สิทธารถะเลือกที่จะท่องเดินโต้คลื่นเพื่อแสวงหาความสงบด้วยตัวเอง ซึ่งสุดท้ายก็ดับได้เช่นกัน
เรื่องราวโดยย่อก็เป็นประการนี้ละขอรับ ส่วนลายระเอียดหากท่านได้ไล้ตาอ่านเองท่านได้รสอักษรอันสุขุมลึกซึ้งของภาษาอย่างแน่นอน จะว่าไปงานเขียนที่ได้รางวัลก็ไม่ได้อ่านยากอย่างที่ข้าพเจ้าเคยคิด ในทางกลับกันความเรียบง่ายนี้เองที่มีพลังสะเทือนจิตใจผู้คนได้ดีนักแล โดยไม่ต้องตีความ ไม่ต้องอาร์ทก็อ่านได้
ด้วยความเคารพอย่างเสมอต้นเสมอปลาย
-มารขาว-
พฤษภาคม 12, 2007 ที่ 4:17 pm
ฝนพรำสวัสดิ์ท่านทั้งสองมาร
ข้าพเจ้าไม่ได้อ่านอะไร
ไม่ได้อ่านอะไรมานานแล้ว
ทำไงดีล่ะ?
เห็นทีจะต้องไปซื้อกล้วยแขกกินสักหน่อย
..
..
จะได้มีอะไรให้อ่านบ้าง!
-มารกระดำกระด่าง-
ปล. พุทธ อย่างไทยคงอีกนานจึงจะเข้าใจสิทธารธะ ท่านว่าไหมท่านสองมาร?
พฤษภาคม 17, 2007 ที่ 6:04 pm
หนังสือเล่มนี้น่าสนใจค่ะ ..
ไว้ข้าพเจ้าขึ้นเลข 4 ค่อยอ่านได้ไหมอ่า .. ^^”
กลัวว่าอ่านวันนี้ กว่าจะเข้าถึงอย่างเข้าใจได้คงอีกนานอย่างที่ “ท่านมารกระดำกระด่าง” เค้าว่าไว้น่ะค่ะท่านมารขาว ..
.
.
ด้วยความเคารพ
-มารดำเจี๊ยบ เจี๊ยบ-
พฤษภาคม 23, 2007 ที่ 4:20 pm
[...] [อ่านต่อ…] [...]
กรกฎาคม 6, 2007 ที่ 5:00 pm
อยากได้เล่มนื้มานานแล้ว โอ นายมากแล้ว ทำอย่างไรจะได้สมปรารถณา ช่วยตอบที
โสภณ
กรกฎาคม 7, 2007 ที่ 12:17 pm
สามพรานก็ไม่รู้จะช่วยโสภณยังไงดี รู้แต่ว่าที่ดวงกมลมีขาย และบีทูเอสใกล้บ้านขอรับ
…
ยินดีที่แวะเวียนมาขอรับ :]
กรกฎาคม 11, 2008 ที่ 12:58 pm
หนังสือเล่มนี้ดีมาก
ผมอ่านแล้วสามรอบ
ยามทุกข์ใจก์ไปอ่านอีก
อยากให้หลายท่านได้อ่านครับ