ประวัติเอกสารสำหรับ พฤษภาคม, 2007

คนฉลาดเขียน : ทิโมธี เลียรี

พฤษภาคม 26, 2007

คนฉลาด เขียนอย่างตรึกตรองซ่อนเร้น เช่นเดียวกับการปลูกเลี้ยงกุหลาบ และฟูมฟักชีวิตทารก ภาพที่เห็นได้ง่ายๆมักเป็นมายา เป็นด้านหนึ่งของภาพลวงตา แต่มีความหมายแท้จริงซ่อนอยู่ในนั้น

ความยิ่งใหญ่ของหนังสือที่ว่ายิ่งใหญ่ซ่อนยู่ในความซ่อนเร้นนี้เอง แก่นความหมายถูกปกปิดภายใต้ร่างแหของสัญลักษณ์ นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่เขียนหนังสือเรื่องเดียวกันอยู่นั่นเอง

จะเปลี่ยนแปลงก็แต่เวลาและตัวละครที่จะทำให้ผู้อ่านเข้าใจง่ายขึ้นเท่านั้น

- ทิโมธี เลียรี -

กระบี่ไร้โลหิต(๑๐) : กระบี่ที่ใช้การมิได้

พฤษภาคม 26, 2007

ปารมิตา(ภาค๑)กระบี่ไร้โลหิต

ตอน(๑๐):กระบี่ที่ใช้การมิได้

ยามแรกเช้าพระอาทิตย์ทอแสงอ่อนโยนเสมอ
แลเพิ่มความอบอุ่นเป็นลำดับ ลำแสงเมื่อเล็ดลอดผ่านช่องว่างของตับหญ้าหลังคาศาลาไม้ คล้ายเป็นดวงดาวประกายตกลงไปที่ใบหน้าผู้คน

เป็นใบหน้าของเซียวเล้งยามต้องแสงอรุณแรก ดูแล้วกระจ่างบริสุทธิ์ สรรพสิ่งเมื่อแรกอรุณก็เป็นดุจเดียวกัน คือคล้ายเป็นสิ่งบริสุทธิ์โดยสิ้น คล้ายสามารถกำเนิดใหม่ขึ้นทุกวี่วัน

ตลอดเวลาที่เดินทางมานางเคี่ยวกรำตัวเองเกินไป เมื่อได้พักหลับไหลกลับคล้ายคนตาย เป็นคนตายที่ยังสามารถหายใจได้

ลมเย็นโชยผ่านหน้านางคล้ายเรียกร้องให้นางตื่นมาพบกับภาพของการกำเนิดเบื้องหน้า ดอกไม้ล้วนแข่งขันกันผลิบาน ใบไม้กิ่งก้านล้วนขยายร่างเติบใหญ่ แม้ไม่อาจเห็นได้ว่ามีการเคลื่อนไหวแต่แท้จริงแล้วธรรมชาติกลับเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาเพียงแต่เชื่องช้าอย่างยิ่ง เบาบางอย่างยิ่ง เงียบงันอย่างลึกซึ่ง ทั้งหมดล้วนเป็นไปตามวิถีแห่งฟ้า

ชายชรามักชมชอบเดินเท้าเปล่าท่ามกลางเนินหญ้าสีเขียวสลับกับผิวดินนุ่มอุ่น บางครั้งท่านสามารสัมผัสได้ถึงเสียงหายใจของดิน เสียงเพลงอันไพเราะของดอกไม้ ผู้คนเมื่อพบเห็นชายชราผู้นี้แล้ว ยังมีผู้ใดยอมเชื่อว่าท่านเป็นมารเฒ่า อดีตประมุขพรรค์มารผู้พ้นแล้วซึ่งเรื่องราวในยุทธภพ…

(เพิ่มเติม…)

กาแฟร้อน : ตัวตนที่แท้

พฤษภาคม 25, 2007

Title: Serene Shore
Artist: Miguel Dominguez

ผู้ที่อบรมฝึกจิตในขั้นสูง มักจะลืมไปว่าเขามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร แต่เขาก็จะไม่เปลี่ยนแปลงตัวตน เพียงเพราะคนรอบข้างมองเขา

และทั้งไม่เปลี่ยนแปลงตัวตน เพียงเพราะคนรอบด้านไม่มองเขาเช่นกัน คนอื่นจะไปปรับเปลี่ยนตัวตนของเขามิได้ดอก

-วาทะของเลี่ยจื่อ-

หนังสือหนังหา : ปริศนาแห่งหิมพานต์

พฤษภาคม 23, 2007

978.jpg

ปริศนาแห่งหิมพานต์ : พิศณุ ศุ ภ.

นรกสวรรค์ และพรหมโลก สามดินแดนที่เฉียดใกล้ประตูนิพพาน

“ชีวิตมนุษย์ดุจความฝันดั่งมายา ดั่งเป็นจริง ท่านแน่ใจหรือว่า ขณะนี้มิได้กำลังฝันไป
โลกตื่นหรือโลกฝันกันแน่แท้จริง”

-วาทะของเลี่ยจื่อ-

“หิมพานต์” นับเป็นสถานที่ๆข้าพเจ้าใฝ่ฝันอยากเดินทางเข้าไป นั่นเป็นภาพฝันตอนเมื่อยังเด็กครั้งที่ยังนั่งอยู่หน้าจอดูละครย้อนยุค สี่กุมาร พระทินวงศ์ สุวรรณสาม หรือเรื่องอะไรมากมายจำไม่ได้ ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานั้นล้วนมีฉากหลังเป็นภาพของไตรภูมิตามความเชื่อทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน

ไม่ว่าจะเป็นเมืองบาดาล ดินแดนวิมานสวรรค์อันเป็นถิ่นอาศัยพำนักของเหล่าทวยเทพเทวดา ที่ชอบจุติลงมาเมืองมนุษย์ เพื่อลองใจหรือประทานพรตามที่ได้สัญญากับผู้คนเอาไว้ หรือเป็นองค์อินทร์เสด็จลงมาตีฮ๊อกกี้บนหลังม้า ไหนจะพระมเหสีที่อยู่ดีๆท้องก็ป่องออกมาเพราะเทวดามุดหัวเข้าไปเกิดกำเนิดเป็นโอรสสวรรค์ สมัยก่อนไม่มียาสตรีเบนโลคงได้แต่อ้างว่ามีนิมิตฝันว่าเทวะเทวาจะมาเกิดในครรภ์ แถมยังมีมารตามมาเกิดตามล้างตามเช็ดกันถึงเมืองมนุษย์ เดือดร้อนถึงฤษีตาไฟใส่แว่นโอ๊คเล่ต้องออกโรง สั่งสอนวิชาและสรรพาอาวุธให้กับโอรสสวรรค์

ฮ้วย!! ไม่ว่าเมืองสวรรค์หรือแดนมนุษย์มันก็วุ่นเหมือนยุงตีกัน ทำไมคนเราถึงอยากไปเกิดบนสวรรค์กันจังนะ

เมืองสวรรค์เมืองมนุษย์ใกล้ชิดติดกันราวกับเป็นเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เพิ่งมาบอกตอนนี้ แต่บอกมานานแล้ว หลายร้อยปีโดยผ่านความเชื่อเรื่องไตรภูมิ

เรื่องราวมหัศจรรย์ล้ำลึกเหนือจินตนาการมากมายแทรกร่างอยู่ในป่าหิมพาน์ต์ ครั้งเมื่อเห็นหนังสือเล่มนี้หนแรก ผมหยิบขึ้นมาอย่างไม่รั้งรอ เปิดผ่านๆรอบหนึ่งก่อนเพียงเช็คว่าเหมือนหนังสือวิชาการที่มีแต่ศัพท์แสลงสำนวนชวนเวียนเกล้าหรือไม่

อ่า.. สำหรับเล่มนี้ไม่แหะ ตลอดเส้นทางที่ผู้เขียนพาท่องไปในโลกภูมิทั้งสามและสวรรค์ชั้นพรม ด้วยสำนวนภาษาติดตลกผสมผสานกับเรื่องราวในความเป็นจริงและวิเคราะห์ตามเหตุตามผลได้อย่างน่าสนใจ ผมเองก็ไม่เชื่อเหมือนกันว่าจะอ่านรวดเดียวจนจบโดยไม่ต้องหยิบเล่มอื่นมาคั่นเวลาเลย

จะว่าไปพออ่านจนจบหน้าสุดท้ายผมเองยังคิดว่าหนังสือเล่มนี้น่าจะเรียกว่าพาเดินท่องไปในไตรภูมิเสียมากกว่า เพราะเนื้อหาส่วนของป่าหิมพานต์มีอยู่นิดเดียวจริงๆให้ตายเถอะจ๊อด แต่ว่ามันก็ยังยอดมากอยู่ดี เพราะมันทำให้ผมรู้เรื่องราวของไตรภูมิเพิ่มมากขึ้น

เมื่อก่อนก็เคยเข้าใจว่าไตรภูมินั้นเป็นเรื่องของ โลกมนุษย์ สวรรค์ นรก แต่แท้จริงแล้วไตรภูมิกลับเป็นมีความหมายของภูมิแตกต่างจากที่เราคิด ภูมิทั้งสามคือ

กามภูมิ อันมี สุคติภูมิ ๗ บวกกับ อบายภูมิ๔

จากนรกขุมแปด มหาอเวจีจนถึงสวรรค์ชั้น๖ ปรนิมมิตวสวัตดีภูมิ (แดนแห่งอิสระ สวรรค์ชั้นสูงสุด) ทั้งหมดเป็นอยู่ในชั้นกามภูมิเท่านั้น ในความคิดผมแล้ว ภูมิต่างๆในชั้นกามภูมินี้ล้วนเปรียบได้กับจิตใจคนในสภาวะต่างๆ ที่เขาว่าสวรรค์ในอกนรกในใจก็คงเป็นคำกล่าวที่ไม่เกินเลยไปจริงๆ เพราะสวรรค์กับนรกอยู่ใกล้กันจนเกือบเป็นญาติกันอยู่แล้ว

นึกเอาง่ายๆ อกหักอยู่ดีๆกิ๊กเก่าโทรมา วาบเดียวนั้นก็เหมือนกับนางอัปสรร่อนร่างลงมากระชากจิตออกจากขุมนรกขึ้นไปท่องเล่นในแดนสวรรค์ แต่พอรู้ว่าเธอโทรมาทวงตังที่ยืมไป ดวงใจก็พลันตกมาอยู่ในนรกอีกหน ดูเถอะครับ การเดินทางไปสวรรค์กับนรกนั้นช่างว่องไวกว่ารถไฟฟ้าสายสีใดๆในโลกจริงๆ

วิมานแห่งรูปพรหม มีทั้งหมด๑๖ขั้นพรหม เดาเอาตามขมองน้อยๆของกระผมว่า อาจหมายถึงสภาวะจิตที่หลุดพ้นจากสภาวะของกามภูมิ ประมาณว่าสามารถละซึ่งอุปทานและอายตนะทั้งหกจนหมดสิ้น ดวงจิตที่อยู่ในชั้นพรหมจึงนิ่งสนิทไม่เคลื่อนไหวใดๆสิ้นตราบชั่วกัลป์เลยละครับ

อรูปพรหม ชื่อก็บอกแล้วขอรับว่าไร้รูปไร้อัตตา ไม่ยึดติดกับใดๆในโลกทั้งสิ้น เป็นชั้นสุดท้ายของภูมิทั้งสาม เพราะเหนือขึ้นไปในผังแสดงไตรภูมิ สูงสุดคือนิพพาน คือดับสิ้นแล้วทุกอย่าง ไม่เกิดก็ไม่มีดับ หลุดพ้นจากวัฏสงสารโดยสิ้น

มิน่าเล่าคนเราถึงอยากจะไปอยู่แค่สวรรค์ชั้นหกชั้นเจ็ด เพราะเหนือกว่านั้นไม่ทราบว่าชีวิตดูน่าเบื่อเพียงใด แต่จะว่าไปแล้วหนังสือเล่มนี้ก็นำพาผมให้หลงไปรู้จักกับเจ้าหนุ่มกามนิต ผู้เปิดตำนานรักข้ามภูมิทั้งสาม ซึ่งในเรื่องกามนิตนั้นผมเห็นว่าได้อธิบายภาพของวิมานของพรหมได้สวยงามและเห็นชัดยิ่ง (ซึ่งจะเล่าให้ฟังในครั้งต่อไปครับ)

เรื่องราวมากมายในหนังสือเล่มนี้หากจะให้เล่าทั้งหมดคงต้องแบ่งเป็นหลายภาค และจะว่าไปหนังสือเล่มนี้ก็เป็นธรรมมะย่อยง่ายถ่ายสบายอีกเล่มหนึ่งสำหรับ คนที่อยากเรียนรู้ธรรมมะเบื้องต้น แต่อาจจะแทรกซึมอยู่ในเนื้อหาเสียจนไม่รู้สึกเลยก็ว่าได้ว่าผู้เขียนแอบใส่ธรรมมะไปในสมองไปแล้วโดยไม่รู้ตัว ด้วยภาษาเพรียวลมลื่นไหลทำให้อ่านแล้วเพลิน ทั้งภาพประกอบก็สมบูรณ์และเห็นภาพได้ง่าย

เรื่องราวของแกนจักรวาล อสุราและเหล่าเทวดาทั้งหลาย ที่มาที่ไปของดาวประจำวัน ทวีปทั้ง๔ อันลอยในมหานทีสีทันดรสมุทร นรกภูมิ สวรรค์ชั้นฟ้า รอให้ท่านได้ทัศนศึกษาไปกับหนังสือเล่มนี้แล้ว โดยมีผู้พาทัวร์อารมณ์ดีบอกเล่ากล่าวความไม่ให้พวกท่านเบื่อหน่ายแน่นอนขอรับ

ที่ต้องบอกเล่าหนังสือเล่มนี้ เพราะเป็นโชคดีของข้าพเจ้าที่ได้อ่านเล่มนี้ก่อน ก่อนที่จะไปทำความรู้จักกับเจ้าหนุ่มกามนิต และสาวเจ้าวาสิฏฐี ในนวนิยายวรรณคดีอิงพุทธศาสนาฝ่ายลัทธิมหายาน เลยทำให้ระหว่างที่อ่านเรื่องนี้ไม่ต้องนึกภาพมากนัก

จะว่าไปแล้วผมเองก็เลยลืมไปเลยว่าเขียนถึงเรื่องหิมพานต์ (ฮาๆ) คิดเสียว่าโดนผมหลอกให้อ่านเรื่องไตรภูมิก็แล้วกัน เพราะผมก็เพิ่งโดนหลอกมาอีกทีเหมือนกัน (ฮ่าๆๆ..หัวเราะอีกรอบ)

ขอบคุณที่เสียเวลาอ่านขอรับ

ด้วยมิตรภาพเหมือนเคย

กาแฟร้อน : ทุกข์สุข

พฤษภาคม 19, 2007

“ความลำบากอาศัยอยู่ในความสุข
ความทุกข์มาพร้อมความสบาย”

หนังสือหนังหา : the old man and the sea

พฤษภาคม 19, 2007

เพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัดครับ เดินทางไปกลับหนึ่งวันเล่นเอาเพลียแทบสลบ กลับมาหลับเป็นตาย (อ่อ..แต่ยังไม่ตาย) เมื่อวันจันทร์คล้ายๆมีประโยคหนึ่งแว่วเข้าหู

“มนุษย์นั้นถูกทำลายได้ แต่แพ้ไม่ได้”

ประโยคคลาสสิกที่หลายๆคนชอบยกขึ้นมาพูด ประโยคนี้อยู่ในนิยายเรื่อง “เฒ่าผจญทะเล” งานเขียนรางวัลโนเบลปี๑๙๕๔ ของปาป้าเออเนส เฮมิงเวย์ ช่างบังเอิญที่ผมเองก็เพิ่งอ่านจบไปเมื่อไม่นานเช่นกัน อารมณ์ที่ได้จากการอ่านยังคงอุ่นๆกรุ่นๆอยู่เลย อากาศตอนนี้เย็นๆชื้นอยู่ด้วย เอาเป็นว่ารับเรื่องราวอุ่นๆไปอ่านเสียสักเรื่องเป็นไร

the old man and the sea เป็นเรื่องสั้นขนาดยาว เป็นเรื่องของชายชราที่บอกตัวเองว่าโชคของเขาหมดไปเสียแล้ว เพราะเขาเองจับปลาไม่ได้เป็นเวลานาน เพื่อนต่างวัยของเขาเอง มาโนลินถูกพ่อแม่ของเธอสั่งให้ไปทำงานกับเรือลำอื่นด้วยเพราะว่าจะได้ค่าตอบแทน

(เพิ่มเติม…)