หนังสือหนังหา:เล่นกับโลกไกลบ้าน

By swordbelt

สวัสดียามเย็นขอรับท่านมารดำ

ที่ทักทายเช่นนี้เพราะอากาศตอนนี้และเดี้ยวนี้กำลังเย็นพอดี ด้วยเพราะฝนส่วนหนึ่งและด้วยบรรยากาศเงียบๆของเมืองหลังฝนด้วยกระมังขอรับ ทำให้ข้าพเจ้าลงได้นั่งเขียนถึงท่านเสียที

ตลอดอาทิตย์ของการทำงานหากนับวันแรกของสัปดาห์หรือใครๆเรียกกันชินปากว่า “วันจันทร์แห่งชาติ” ภาษาฝรั่งเรียกว่า”มันเดย์” ข้าพเจ้ามักเรียกว่า”มันส์เดย์” เพราะเป็นวันที่อะไรๆที่เคยหลับไหลจากวันหยุดจะถูกปลุกให้ตื่น เสียงโทรศัพท์ เสียงติ๊ดๆ ครืดๆ ของเครื่องแฟกซ์ การเอาชีวิตรอดผ่านวันจันทร์มาได้นั้นนับเป็นเรื่องน่ายินดีเพราะถ้าวันจันทร์ที่แสนวุ่นวายผ่านพ้นไปได้ วันไหนๆในสี่ห้าวันที่เหลือก่อนวันหยุดก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเสียแล้ว

อาทิตย์ที่ผ่านมานั้นอากาศร้อนเป็นพิเศษเรียกได้ว่าร้อนอย่างไม่เกรงใจผู้คน อากาศร้อนๆ งานร้อนๆ คนร้อนๆ สามสิ่งนี้หากอยู่ด้วยกันในเวลาเดียวกัน อ่า..ข้าพเจ้าไม่อยากจะนึก นั่นเพราะนึกไม่ออก (แหะๆ) แต่ก็คงมีสักวันที่เราท่านจะต้องเจอเรื่องร้อนๆแบบนี้เข้าจนได้

หลังเลิกงานร้อนๆ ข้าพเจ้าจึงลองค้นดูหาหนังสืออะไรดีนะที่พอจะทำให้รู้สึกเย็นขึ้นมา หนังสือท่องเที่ยวเอามาเปิดดูอะหะ ร้อนกว่าเก่าขอรับ เห็นแล้วอยากไปบ้างแต่ไปไม่ได้ ว่าแล้วก็ได้ไปค้นเจอหนังสือเก่า จริงๆก็ไม่เก่าเท่าไรหรอกท่าน น่าจะเมื่อปีที่แล้วนี้เองมั้ง เป็นของพี่กิจการ ช่วยชูวงศ์

raintree.jpg

(ภาพหนังสือ)

เล่นกับโลกไกลบ้าน : สารคดีลำดับที่๔๑
กิจการ ช่วยชูวงศ์ : ผู้เขียน
๒๐๙ หน้าในราคา ๑๘๕ บาท

เล่นกับโลกไกลบ้านนั้นเป็นงานเขียนสารคดีเชิงบันทึก จะว่าคล้ายสารคดีท่องเที่ยวก็เรียกได้เหมือนกัน เพราะผู้เขียนพาเราเดินทางไปด้วยกันกับสายตาและความคิด เป็นความเรียงประกอบภาพถ่ายที่สวยงาม ที่ข้าพเจ้าชอบเล่มนี้เพราะภาษาที่ใช้ง่ายและงดงาม ภาพและเรื่องราวในหนังสือนี้เกิดขึ้นที่เมือง บริสตอล ประเทศอังกฤษ บรรยากาศเย็นๆชื้นๆ

เนื่องจากภูมิประเทศและอากาศทำให้เป็นเช่นนั้น ภาษาการเล่าเรื่องจึงชวนดับร้อนได้ดีนักเชียว รวมถึงมุมมองความคิดในการมองสิ่งต่างๆรอบตัวอย่างเป็นมิตรและงดงามเสมอ แม้ในสิ่งเล็กน้อยก็ยังสามารถค้นหาความงามที่ยิ่งใหญ่จากในนั้นได้ ราวกับว่าโลกนี้จะสวยงามหรือเลวร้ายนั้นเพียงขึ้นอยู่กับจุดที่เรายืนมอง และจุดที่เราคิดจริงๆ

มีอยู่ตอนหนึ่งข้าพเจ้าอ่านแล้วต้องอมยิ้มในความอารมณ์ดีของตัวหนังสือเหล่านั้น เรียกได้ว่านี่เป็นบทหนึ่งที่ข้าพเจ้าประทับใจที่สุด

///

วันนี้แสงทางเนินสวยที่แบรนดอนฮิลล์ปาร์ค สวยจนพาใจคิดเรื่องแสงไปได้สารพัด ชมเพลินลืมเวลาเลย

เวลาเช้าเป็นดวงสุริยะโอ้ อวดแสง เพียงพราย
ค่อยแผ่คอยกางกราย ขอบฟ้า
ปลายแสงพรรณนาโลก งดงาม ปรากฎ
มอบสุริยะรังสี แก่โลกกลางวัน

ผมคิดถึงหัวหน้าที่ชอบยุให้ลูกทีมหาหาอะไรใหม่ๆในงาน นายชมให้อุ่นใจ หนุ่นให้มั่นใจ ปลอบให้สบายใจ แต่เมื่อมีภาวะวิกฤติที่ต้องร้อน นายก็ร้อนขึ้นให้ทุกคนร่วมกันร้อน

วาระพระอาทิตย์ร้อน สาดแสง
แรงพระสุริยาคุให้แรง สว่างจ้า
ให้ชัดให้รู้ทั่ว ไร้รอย เร้นเลือน
เตือนตาวันบอกให้ เร่งรื้อเร่งทำ

ใกล้เลิกงานเต็มที่ในท้ายวัน นายมาชวนลูกทีมกินข้าวด้วยกัน

อัศดงเนตรแห่งวัน หับลง กึ่งหนึ่ง
ที่พึ่งคือเพียงรางราง ส่องเห็น
ให้พักให้ผ่อนที่ตึงเค่น ค้านงัด หนักมือ
ปล่อยให้จิตคลายบ้าง ให้ว่างและเย็น

ในเวลาพัก นายก็เหมือนพวกเราคนหนึ่ง ไม่มีฤทธิ์ไม่มีเดช ร้องเพลงก็ร้องด้วยกัน ซุปเลอะมุมปาก นายก็คว้าผ้าจากมือเราไปเช็ด ก่อนส่งคืนให้ แล้วนึกได้ ดึงกลับ เราเล่าเรื่องสนุก นายก็หัวเราะด้วย เวลานั้นนายเหมือนดาวร่วมฟ้า ไม่ได้ส่องแสงจ้ากลบกัน

ดาวลอยระเลื่อนข้ามฟ้า ด้วยกัน
เกาะกลุ่มกระจายปัน ร่วมแสง
ถักเป็นภาพเป็นลายกลาง ฟากฝันเกลื่อนกว้าง
ริกริกดาวหัวเราะสล้าง สว่างระยิบทั้งนภากาล

พอเช้าอาทิตย์ดวงเดิมก็ขึ้นจากขอบฟ้า นายตรงเวลาสม่ำเสมอ นาฬิกาไขลานยังคงเดินติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก สม่ำเสมอ เหมือนเล่านิทานของแสงที่เปลี่ยนไปตามเวลาที่ฟัง ขณะที่ผมนั่งนึกเรื่องของนาย ผู้แสนจะเข้าใจความเป็นคนของเรานั้น นายก็อาจจะกำลังนึกถึงเราๆ ลูกน้องอยู่เหมือนกัน นึกว่าใครกันหนอที่จะส่องแสงให้ ไปส่องสว่างส่งไปทั่วถึงได้

สว่างคนเดียวไม่สอดคล้องต้องกันกับความเป็นจริงในโลกของเรา
จะสวย…ต้องสวยด้วยกัน

-times of light…lights of the time : เล่นกับโลกไกลบ้าน-

///

อ่านแล้วนึกถึงการทำงานของข้าพเจ้าอดเปรียบเทียบและอมยิ้มไม่ได้จริงๆเลยทำให้นึกถึงประโยคหนึ่งของอาจารย์สุวินัยแห่งท่าพระจันทร์ เกี่ยวกับเรื่องการทำงานในระบบทุนเช่นนี้
///

คุณต้องทรนง คุณถึงจะเอาชนะระบบทุนนิยมได้ ถ้าคุณไม่ทรนงคุณเอาชนะเขาไม่ได้ คุณมองเขาด้วยสายตาที่เหนือกว่า แต่คุณต้องไม่เกลียดชังเขา เพราะถ้าคุณมีความเกลียดชัง นั่นทำให้พลังของคุณไม่บริสุทธิ์ คุณต้องทำให้พลังบริสุทธิ์ของคุณไม่ตก คุณจะได้โต้คลื่นได้ ถึงจะเล่นวินเซิร์ฟได้ ถึงจะซิ่งได้ สู้เค้า!!

-สุวินัย ภรณลัย-

///

ในเมืองหลวงดูเหมือนว่าคนทำงานเราทุกวันนี้ใช้ชีวิตแข็งกร้าวเกินไป ไม่นุ่มนวล ไม่อ่อนโยนยิ่งนับวัน ความรู้สึกแบบนั้นความแข็งกร้าวเหล่านั้นจะมีแต่ทำร้ายทำลายตัวเราเอง การมองโลกด้วยสายตาที่อ่อนโยนและหัดเล่นกับมันบ้าง อ่อนโยนต่อโลกบ้าง ข้าพเจ้าว่ามันทำให้ชีวิตยืดหยุ่นและไม่ตายตัว ไม่แห้งแล้ง มันทำให้เรามีพื้นที่ว่างในจิตใจ และทำให้เรามีแรงมีพลังที่จะเดินต่อไปในวันต่อๆไป

เล่นกับโลกไกลบ้าน จึงมิได้เป็นเพียงสารคดีชวนเที่ยวเกาะอังกฤษ แต่ชวนให้เราชมดูลายละเอียดของโลกของสิ่งมีชีวิตที่เราต้องอาศัยซึ่งกันและกัน ถึงแม้ว่ามันจะร้อนขึ้นทุกวันทุกวันก็เถอะ แต่ในทุกวันที่เราร้อน เพียงเราปรับมุมมองความคิดเราก็จะพบความเย็นได้

ครั้งก่อนท่านส่งภาพทุ่งนาสีเขียวมองแล้วเย็นตา คราครั้งนี้ข้าพเจ้ามีภาพเย็นๆ มาฝากท่านเช่นกัน
ด้วยความเคารพขอรับ

มารขาว

“เราไม่ได้แก่ขึ้นเลย … เราเพียงเล่นน้อยลงก็เท่านั้น ”

-ใครคนหนึ่งเคยเขียนไว้ในที่หนึ่ง-

cool.jpg

3 Responses to “หนังสือหนังหา:เล่นกับโลกไกลบ้าน”

  1. tuleedin Says:

    อา…แล้วนี่มารดำจะมาต่อด้วยเล่มใดกันล่ะเนีย
    ติดตามด้วยความระทึกในดวงหทัยพลัน
    ..
    ..

    -มารกระดำกระด่าง-

  2. swordbelt Says:

    มารดำเอาเรื่องขำขันมากลบความร้อนขอรับท่านพี่ 5555

    -มารขาว-

  3. แลกกันอ่าน : เล่นกับโลกไกลบ้าน « bookblogstorage Says:

    [...] [อ่านต่อ…] [...]

ใส่ความเห็น