ภายใต้ชายคา ศาลาร่ำอักษร ภายในคล้ายมีสายควันอันเกิดจากการเผากำยานสมุนไพรหอม กลิ่นฟุ้งกำจายระบายบรรยากาศรายรอบ เงาจันทร์อันสะท้อนในบึงน้ำคล้ายภาพบิดเบี้ยวเนื้องเพราะลมโชยผิวน้ำ
กระบี่หนึ่ง คนหนึ่ง พลิ้วร่างผ่านผิวน้ำ ฝ่าเท้าแตะใบบัวกลางน้ำแผ่วเบา ร่อนผ่านราตรีสงัด ศาลาร่ำอักษรคล้ายมีผู้คนรั้งรออยู่ก่อนแล้ว ท่าทีสงบเงียบลี้ลับยิ่ง เมื่อคนทิ้งร่างลงบนพื้นศาลา ผู้รอคอยพลันเอ่ยวาจา
“กระบี่พลิ้ว พลิ้วได้งดงาม พลิ้วได้สมชื่อ”
ผู้มาถึงกลับเป็นกระบี่พลิ้วแห่งหออักษร มันนั่งลงบนม้านั่งหินศิลามือทั้งสองผสานกันทำความเคารพเอ่ยออกว่า
“คารวะท่านผู้อาวุโส ท่านกลับถึงก่อนข้าพเจ้า ข้าน้อยต้องขออภัย ขออภัยยิ่ง”
ผู้มาถึงก่อนกลับเป็นชายชราหนวดเคราเขียวครึ้มผู้คนเรียกมันว่ามารเฒ่าลี้ลับ แววตามันมักกลิ้งกลอก มันระบายลมหายใจออกหนึ่งหนก่อนเอ่ยวาจา
“อ่า… คัมภีร์ที่เจ้าว่า.. ได้มารึไม่” มันเอ่ยถามน้ำเสียงหลบเล็กคล้ายเป็นเรื่องลึกลับ
กระบี่พลิ้วล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ ที่หยิบออกมาเป็นคัมภีร์เล่มหนึ่ง มันหยิบยื่นให้กับมารเฒ่า ชายชรารับมาชม ระบายลมหายใจออก สีหน้าผ่อนคลายลงก่อนเอ่ยวาจา

พยัคฆ์ซ่อนมังกรซุ่ม : ดวงเดือน ประดับดาว (เรียบเรียง)
อ่านหัวใจ”เต๋า”อ่านหัวใจ”เซน” ผ่านหัวใจของ “โกวเล้ง”
“เจ้าทราบหรือไม่ว่าคัมภีร์เล่มนี้เป็นเช่นไร”
“รบกวนผู้อาวุโสโปรดชี้แนะ”
มารเฒ่าลี้ลับหรี่ตามองคัมภีร์อีกหน ในใจสะท้าน นั้นเพราะมันคิดถึงมังกรโบราณอันมีนามว่า”โกวเล้ง” ยิ่งนักไฉนท่านจากไปก่อนเวลาอันควร
คัมภีร์เล่มนี้กลับเอ่ยถึง กระบวนยุทธ์ของท่านมังกรโบราณถึงสามสี่กระบวนท่า ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวถึง”หลวงจีนสัตย์ซื่อ”อันเป็นหนึ่งในเรื่องราวของ”เล็กเซียวหงส์”เริ่มต้นสายธารแห่งความคิดของท่านหลวงจีนแขก(ตั๊กม่อ)ผู้เป็นต้นกำเนิดนิกายเซนสืบเรื่องราวจนถึง ท่านเว่ยหลาง …
จอมกระบี่ไร้น้ำใจ”อาฮุย”สหายแห่งลี้คิมฮวง จอมยุทธผู้ไม่รู้จักวิชาสกัดจุด หากมันเพียงรู้เพียงวิธีใช้กระบี่ฆ่าคน เส้นทางสู้กระบี่ไม้ไผ่
เคล็ดวิชาอันก่อเกิดจากการทอดตามองธรรมชาติของท่าน จางซานฟง ผู้อาศัยความไหวเคลื่อนของธรรมชาติก่อเกิดเป็นกระบวนยุทธ์เพลงหมัดงูเพลงกระบี่นกกระเรียน
สุดยอดเพลงกระบี่ของ”อากิก”ที่แม้ใช้เพียงกิ่งไม้แห้งก็สามารเปล่งอานุภาพอันสะท้านยุทธภพ แม้กระทั้งทารกแห่งยุทธจักรเช่นปึงป้อเง็กผู้เฝ้าชมสายน้ำจนค้นพบหลักสำคัญของเพลงกระบี่ หลักหัวใจของเต๋าในสายทางของท่านจวงจื้อ
กระบี่พลิ้วรับฟังเรื่องราวโดยตลอดในห้วงความคิดกลับมีคำถามคิดกล่าวออกไป
“ข้าพเจ้าคล้ายไม่เข้าใจ? ไฉนกระบวนยุทธ์เหล่านี้กลับแฝงไว้ด้วยเต๋า,เซน”
มารเฒ่าส่งเสียงอืมม์คราหนึ่งก่อนเอ่ยออกไป
“ตามความเข้าใจของเรา เพลงกระบี่ของท่านโกวเล้งนั้นลึกซึ้งและคมคาย ใต้เงากระบี่ของท่านนั้นเล้นหลักปรัชญาเต๋าและเซนได้อย่างมิดชิด แทบไม่อาจสัมผัสได้เลย เราเองเมื่อแรกเริ่มศึกษาเพลงกระบี่ของท่านกลับรับรู้ได้เพียงกระบวนยุทธ์ หากแต่หาได้สัมผัสถึงกำลังภายในที่แผ่ผ่านออกตามกระบวนท่าร่างเพลงกระบี่ของท่าน” หยุดชั่วครู่จึงเอ่ยสืบต่อ
“คัมภีร์เล่มนี้กลับแจกแจงเปรียบเปรยเส้นทางสองสายระหว่างกระบี่ผสานกลวิธีคิดตามแนวทางเซนและเต๋าได้อย่างเห็นภาพ”
กระบี่พลิ้วเหม่อมองออกเบื้องนอกคล้ายมีความคิดประการหนึ่งมันระบายลมหายใจออกเฮือกใหญ่ก่อนเอ่ยวาจา
“ที่แล้วมาข้าพเจ้ากลับเสพรับแต่กระบวนท่า หาได้ศึกษาความลุ่มลึกของกำลังภายในที่แฝงไว้ในวิถีกระบี่ของท่านโกวเล้งช่างน่าละอายยิ่งนัก”
มารเฒ่าแย้มรอยยิ้มเล็กน้อยมันเพียงเอ่ยไปว่า
“ยามนี้เป็นว่าท่านทราบแล้ว ข้าพเจ้าเชื่อว่าท่านคราครั้งต่อไปเมื่อยามศึกษาเพลงกระบี่ของท่านโกวเล้งกลับสามารถสัมผัสถึงสิ่งที่แฝงอยู่ใต้เงากระบี่ของมังกรโบราณท่านนี้แน่นอน”
มารเฒ่าเพียงขยับกายเล็กน้อย ในมือพลันปรากฏคัมภีร์ลึกลับเล่มหนึ่ง ดูไปคล้ายเป็นคัมภีร์โบราณ กระบี่พลิ้วทอดตาดูกลับสนใจในคัมภีร์นี้ไม่น้อย ดูไปกลับทราบว่าเป็นคัมภีร์ว่าด้วยเรื่องราวเพลงยุทธสายมังกรหยก มังกรโบราณอีกท่านอันมีนามเรียกขานว่า “กิมย้ง”

สกัดจุดยุทธจักรมังกรหยก :ถาวร สิกขโกศล (เรียบเรียง)
เจาะที่มาของกำลังภายในและจอมยุทธ์
ในประวัติศาสตร์จีนจากอดีตถึงปัจจุบัน
ภายใต้แผ่นฟ้าไร้ริ้วเมฆาแห่งราตรี
ความสงัดราบเรียบมักนำพาจิตใจผู้คนหลงเข้าสู่ห้วงจิตนาได้รวดเร็วยิ่ง
กระบี่พลิ้วไล้สายตาผ่านคัมภีร์ รวดเร็วยิ่ง รวดเร็วอย่างน่ากลัว ไม่ถึงชั่วยามมันจึงปิดหน้าสุดท้ายของคัมภีร์ จากนั้นระบายลมหายใจออกคล้ายเมื่อครู่ลืมเลือนวิธีหายใจไปชั่วขณะ เพียงเหลือบมองมารเฒ่าเล็กน้อยจึงกล่าวออกมาว่า
“เช่นนี้กลับกล่าวผิดแล้ว”
“อันใดที่เรียกว่าผิด”
“นี่สมควรเรียกว่าคัมภีร์ทะลวงจุด”
“จุดอันใด?”
“จุดโง่เขลาของข้าพเจ้า”
นั่นอาจเป็นด้วยข้าพเจ้านั้นอ่อนโลกนักในด้านภูมิประวัติศาสตร์ แทบทุกคราที่ข้าพเจ้าศึกษาเพลงกระบี่ของท่านกิมย้ง ข้าพเจ้ามักสงสัยอยู่เสมอถึงที่มาของเหล่าสำนักต่างๆ หลายคนกล่าวว่าท่านกิมย้งคิดเพลงกระบี่จากรากฐาน”ประวัติศาสตร์” คัมภีร์เล่มนี้คล้ายทะลวงจุดความสงสัยที่ตัวข้าพเจ้าเองเก็บงำมาเนิ่นนาน
ภายในล้วนเอ่ยถึง การเดินทางของปรมาจารย์ตั๊กม้อหลวงจีนแขกจากชมพูทวีปถึงแผ่นดินมังกร เสี่ยวลิ้มยี่แรกเริ่มเป็นเช่นไร กลการเมืองระหว่าเฉียนหลงฮ่องเต่กับเส้าหลินเป็นเช่นไร อีกทั้งยงได้บันทึกไว้เกี่ยวถึง ห้าสำนักใหญ่
เสี่ยวลิ้มยี่ : ดุดันฉับไว ได้เสีย
บู๊ตึ้ง : ลีลาแห่งเต๋า ภูมิปัญญาของพันธุ์มังกร
ง้อไบ๊ : ผสานพลังระหว่างพุทธะกับเต๋า หัวใจคือลมปราณเยียวยา
คุนลุ้น กับ ฮั้วซัว(หัวซาน) กลับเป็นชื่อเรียงของภูเขาหาได้มีสำนักไม่
เหล่านั้นคือภาคต้นของคัมภีร์ หากแต่ส่วนกลางของคัมภีร์กลับน่าสนใจไม่แพ้กัน รากฐานเพลงกระบี่ของแผ่นดินมังกรได้ถูขับเคลื่อนโดยสามสุดยอด อันประกอบไปด้วย เนี่ยอูเซ็ง,กิมย้ง,โกวเล้ง บรรยาการความเป็นมาของจ้าวยุทธทั้งสามคล้ายเป็นแนวทางให้ผู้กล้ายุคหลังดำเนินรอยตามสืบต่อไป นี่กลับเป็นการบันทึกปณิธารของกระบี่โบราณโดยแท้
ส่วนท้ายของคัมภีร์ นี่กลับเป็นการเรื่องราวของเส้นทางคู่ขนานระหว่างจอมยุทธ์กระบี่คุณธรรมอันกำลังร่ายรำเพลงกระบี่ล้อคลอไปกับสายธารแห่งอดีตกาล ต้นเหตุที่มาของเพลงกระบี่มังกรหยก อ่า..
กล่าวจบกระบี่พลิ้วคล้ายเดินลมปราณทะลวงจุดภายใน เสียงปุปังสะท้อนจากภายในร่างกาย มารเฒ่าเพียงมองดูอาการที่เกิดขึ้นอย่างเยือกเย็น
“จุดสงสัยของท่านใช่ทะลวงหมดสิ้นแล้วหรือไม่?”
“ย่อมยังคงเหลืออยู่บ้าง”
“ไฉนเป็นเช่นนั้น”
“นั่นอาจเป็นเพราะว่าในคำตอบทั้งหลายที่ข้าพเจ้าค้นพบภายในกลับเคลือบแฝงคำถามมากมายให้ข้าพเจ้าขบคิดต่อไป”
มารเฒ่าเพียงหยิบคัมภีร์คืนกลับมาสอดกลับไปที่เดิมพร้อมกล่าวว่า
“ความมีหรือความไม่มีนั้นย่อมขึ้นอยู่กับความคิดของท่าน หาใช่เรื่องแปลกประหลาดไม่”
กระบี่พลิ้วรับฟังคล้ายไม่เข้าใจอยู่หลายส่วน หากแต่ไม่คิดจะสืบถามเรื่องราวต่อ เพียงตอนนี้มันกลับหยิบคัมภีร์อีกเล่มออกมาวางบนโต๊ะหินศิลา ศาลาร่ำอักษรคล้ายสงบเงียบชั่วเวลาหนึ่ง

ยอดคนในมังกรคู่สู้สิบทิศ : ดร.สุวินัย ภรณวลัย(เรียบเรียง)
ผลึกความคิดจากการวิเคราะห์ยอดคนในมหากาพย์ยุทธนิยายแห่งทศวรรษ
มารเฒ่าแย้มยิ้มหนึ่งครา ในราตรีจันทร์กระจ่างเช่นนี้ รอยยิ้มผู้คนคล้ายเติมเต็มบรรยากาศ สายลมโชยพัดทิวหญ้าริมขอบบ่อบึงน้ำ มองไปคล้ายเป็นท่วงท่าร่ายรำของธรรมชาติ
“ท่านผ่านตาคัมภีร์ชุดนี้แล้วคิดเห็นประการใดโปรดบอกกล่าว” กระบี่พลิ้วเอ่ยถาม
มารเฒ่าส่งเสียงอืมม์ในลำคอ กล่าวถึงคัมภีร์เล่มนี้ว่า…
นี่กลับเป็นแนวเพลงกระบี่ยุคใหม่ มังกรยุคใหม่ท่านนี้ข้าพเจ้าผ่านตากระบวนท่าแล้วเห็นได้ถึงพลังการพลิกแพลงกระบวนยุทธ อย่างน่าสนใจ ลวดลายอันปรากฏในเพลงกระบี่นั้นระเอียดยิบย่อย หากแต่ภายใต้เงากระบี่นั้นกลับแฝงคมปรัชญาเต๋าแห่งจวงจื้ออยู่แทบทุกกระบวนท่า อาจเรียกได้ว่าแสดงออกถึงแนวทางได้อย่างชัดเจน …
จึงเห็นว่าแนวกระบี่ของท่านนี้คล้ายเคียงกับท่านกิมย้งอยู่หลายส่วน หากแต่กระบวนท่านั้นแปลกประหลาดพลิกแพลงมากกว่าอาจบางทีข้าพเจ้าเห็นว่ามากมายจนซับซ้อนเกินไปอาจทำให้ผู้คนเข้าถึงแก่นแท้ที่ต้องการนำเสนอยาก อีกทั้งแฝงเคลือบด้วยกลยุทธ์กลศึกเข้าไว้ด้วย ยิ่งสร้างมิติทางปัญญาให้ลึกซึ่งเข้าไปอีก
“หากเทียบเคียงท่านโกวเล้งเล่า” กระบี่พลิ้วเอ่ยถาม
“เทียบเคียงแล้วได้ประโยชน์อันใด”
“หากแต่ชาวยุทธกาลนี้มักชมชอบการจัดอันดับ”
“อันดับเป็นเช่นไรหาใช่เรื่องสำคัญไม่ ร่องรอยแห่งภูมิปัญญาที่ผู้คนสรรค์สร้างต่างหากที่สมควรให้ความสำคัญ”
กระบี่พลิ้วคล้ายมีประกายเกิดขึ้นในแววตา
“เป็นอันว่าข้าพเจ้าสมควรศึกษาเพลงกระบี่ให้หลากหลายเข้าไว้”
“เพลงกระบี่ไม่ว่าพลิกแพลงวุ่นวายเพียงได้อย่างน้อยย่อมเกิดจากพื้นฐานเดียวกัน หากเข้าใจหลักพื้นฐานย่อมสามารถบรรลุถึงการพลิกแพลงกระบวนท่าไม่รู้จบ”
กล่าวจบมารเฒ่าคล้ายนึกเรื่องราวประการหนึ่งขึ้นได้ แววตามันมีประกายอย่างประหลาด มันส่งคัมภีร์คืนกลับกระบี่พลิ้ว มือหนึ่งจับราวไม้ เตะเท้าออกสู่เบื้องนอก ชายเสื้อพลิ้วไหว เงาร่างพุ่งทะยานออกไร้สุ้มเสียง รวดเร็วรวบรัดอย่างยิ่งยวด กระบี่พลิ้วชมดูอย่างงงงัน เหตุแปรเปลี่ยนเบื้องหน้าคล้ายเหนือความคาดหมาย เงาร่างมารเฒ่าลี้ลับพลันกลืนหายไปกับเงามืดของราตรี
กระบี่พลิ้วยืนสงบเนิ่นนานค่อยนึกเรื่องราวออกมา ส่งเสียงอ่อ.. คราหนึ่งคำรามในลำคอ
“จิ้งจอกเฒ่านี้ร้ายกาจนัก แม้แต่แต๊ะเอียตรุษจีนสำหรับผู้เยาว์มันยังไม่ยอมเสียให้…”
กล่าวจบกระบี่พลิ้วพลันพุ่งร่างออกนอกศาลาร่ำอักษร ทำนองแห่งราตรียังขับขานสืบต่อไป หากแต่ศาลาไม้คล้ายคืนกลับสู่ความสงบอีกหน
ผู้คนจากไปแล้ว ที่ทิ้งไว้กลับเป็น อักษรกระบี่
เป็นกระบี่อันลึกซึ่ง

โกวเล้ง:โก้วเล้งมีชื่อจริงว่า สงย่าวฮวา (ฮิ้มเอี้ยวฮัว) เกิดในฮ่องกง เติบโตในไต้หวัน ผ่านชีวิตมาอย่างโชกโชนตั้งแต่วัยรุ่น เคยผ่านช่วงชีวิตตกต่ำจนถึงขีดสุด เคยผ่านห้วงวิกฤตระหว่างความเป็นความตาย ผ่านความรัก ความแค้น ความเหงา มาสารพัด โก้วเล้งเริ่มเขียนนิยายกำลังภายในเมื่ออายุ 18 -19 ปี เรื่องแรกคือ “เทพกระบี่โพยม” โก้วเล้งจากไปเมื่ออายุ 48 ด้วยโรคตับแข็ง มีงานเขียนมากกว่า 80 เรื่อง
โก้วเล้งให้ความหวังกับนักเขียนรุ่นใหม่ว่า “ความสำเร็จในอนาคตของพวกเขา ย่อมจะสูงกว่าข้าพเจ้าอย่างแน่นอน สูงกว่าสามหมื่นหกพันแปดสิบเท่า ขอเพียงพวกเขาสามารถจดจำถ้อยคำหนึ่งไว้ได้ เป้าหมายสูงสุดของการเขียนหนังสือคือ การสร้างสรรค์จากการเปลี่ยนแปลง”
ค้นข้อมูลเพิ่มเติมที่ : http://www.jadedragon.biz

กิมย้ง
จินย้ง ; Jin Yong ; 金庸 ; Louis Cha) เป็นนักเขียนนิยายจีนกำลังภายในที่ได้รับความนิยมมาก. เกิดเมื่อ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2468 ที่ เมืองไห่หนิง มณฑลเจ๋อเจียง จบมหาวิทยาลัยฉงชิ่ง มณฑลเสฉวน กิมย้งมีหนังสือพิมพ์เป็นของตัวเอง ชื่อ “หมิงเป้า” ปัจจุบัน กิมย้ง ยังมีชีวิตอยู่ และดูแลกิจการหนังสือพิมพ์
ค้นข้อมูลเพิ่มเติมที่ : http://www.jadedragon.biz

หวงอี้
Huang Yi;黄易) เป็นนักเขียนนิยายกำลังภายในหน้าใหม่ที่กำลังมาแรง ชื่อภาษาอังกฤษคือ Wong Yi ชื่อหวงอี้เป็นจีนกลาง ส่วนจีนแต้จิ๋วเรียกว่าอึงเอี๊ยะ
หวงอี้เป็นชาวฮ่องกง เริ่มเขียนนิยายกำลังภายในเมื่อ ค.ศ. 1987 โดยช่วงแรกเขียนควบคู่ไปกับนิยายวิทยาศาสตร์ ในภายหลังจึงเปลี่ยนมาเขียนกำลังภายในเพียงอย่างเดียว
เนื่องจากหวงอี้เป็นนักเขียนยุคใหม่ที่เขียนนิยายกำลังภายในในช่วงที่ตลาดซบเซา เพราะการเสียชีวิตของโก้วเล้ง และการหยุดเขียนของกิมย้ง สองนักเขียนนิยายระดับปรมาจารย์ ทำให้ผลงานของหวงอี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในเอเชีย รวมถึงประเทศไทย
ฝ่ายที่ชื่นชอบหวงอี้ได้ยกว่าหวงอี้มีความสามารถในการแต่งนิยายให้สอดคล้องกับประวัติศาสตร์จีนช่วงต่างๆ อย่างกลมกลีน และมีการค้นคว้าข้อมูลอย่างละเอียด รวมถึงเขียนบรรยายฉากสงครามได้อย่างสมจริง
ในขณะที่อีกฝ่ายมองว่าทางผู้จัดพิมพ์ ได้ยกย่องหวงอี้สูงเกินไปเพื่อเหตุผลในการตลาด เมื่อเทียบฝีมือแล้ว หวงอี้ยังด้อยกว่าสองปรมาจารย์อยู่ขั้นหนึ่ง เพราะผลงานของหวงอี้มักจะยาวเกินความจำเป็น ใช้ตัวละครเปลือง และบุคลิกของตัวละครค่อนข้างซ้ำกัน
ข้อมูลจาก: วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี