เรื่องในวงเล็บ (๐) : เดินทาง

By swordbelt

เดินทาง

หลายวันก่อน ข้าพเจ้าได้มีโอกาส โอกาสเดินทาง เป็นการเดินทางออกนอกพื้นที่เมืองในรอบเกือบหนึ่งเดือนหลังจากหลังขดหลังแข็งทำงานเป็นเวลาติดต่อมาตลอดหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา ฝนเทตกลงมาตลอดเส้นทางระหว่างการเดินทางสองด้านข้างทางระหว่างนั้นเป็นภูมิประเทศซ้ำๆ
บ้านเรือนไม้ประปราย สลับกับทุ่งนาสีเขียวสด สวนยาง เนินเขาเล็กสูงสลับกันไปจังหวะการจัดวางองค์ประกอบเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มองแล้วสบายตา เรียกได้ว่ามีจังหวะพื้นที่ว่างให้สายตามองทะลุไปยังเบื่องหลัง ต่างจากภาพที่เคยผ่านตาเวลาเดินทางในเมือง

หลังฝนตกบรรยากาศมักจะสดใสกว่าปกติการมองเห็นจะชัดเจน อะไรๆก็ดูสดไปหมด โดยเฉพาะสีสันของต้นไม้ มันสดได้ใจจริงๆ ดอกไม้ธรรมดาก็พลัน แย้มสีสันได้งดงามอย่างประหลาด

หลังจากทำธุระการงานเรียบร้อยเราชาวคณะก็เดินทางกลับขากลับผู้ใหญ่ที่เดินทางมาด้วยขอแวะไปสถานที่แห่งหนึ่ง เป็นวัดป่าเล็กๆ มีพระสงฆ์จำวัดไม่กี่รูป มีหลวงปู่ที่น่ารักอยู่ท่านหนึ่ง บริเวณวัดถูกปกคลุมไปด้วยไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ใหญ่เสียจนแทบไม่มีแสงแดดส่องทะลุมากระทบพื้นทางเดินในวัดเลย อากาศชื้นมาก ยิ่งหลังเวลาฝนตกใหม่ๆแล้วละก็ เรียกว่าเย็นสุดๆ

ไก่ … ไก่เยอะมากจริงๆครับวัดนี้ ไก่พวกนี้เหมือนไม่กลัวผู้คน คล้ายกับว่ามันมองเห็นคนเป็นไก่เช่นเดียวกันกับพวกมัน ถัดไปไม่ไกลจาก กุฎิเล็กๆ มีธารน้ำจากป่าบนเขา ธารน้ำใส ส่งเสียงเล็กๆ สลับกับเสียงเสียดสีของใบไม้ต้นไม่ในบริเวณนั้นตลอดเวลาฟังแล้วเย็นชื่นใจไปอีกแบบ วัดในเมืองคงค้นหาสิ่งเหล่านี้ยากเสียหน่อย

ผมเองไม่ได้พบหลวงปู่เพราะเราไปถึงท่านก็กำลังจำวัดอยู่พอดีได้แต่เดินดูอะไรไปรอบๆ อาคารส่วนใหญ่เป็นไม้บ้าง เป็นปูนสลับไปบ้างเจดีย์ที่ยังสร้างไม่เสร็จ ยังเป็นสีของซีเมนต์อยู่ถ้าเดาไม่ผิด ผมคิดว่าเจดีห์อาจจะทาสีเขียวภายหลังเพราะไม่ว่าอาคารอะไรในวัดป่าแห่งนี้ ดูจะเป็นสีเขียวไปซะทั้งหมดไม่ทราบได้ว่าเป็นเพราะหลวงปู่ชอบอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่ากับสีเขียว
หากแต่ว่า สีนี้ดูจะกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมได้ดีจริงๆ พวกผู้ใหญ่ลงมาจากศาลาแล้วพวกผมเด็กๆก็เลยต้องเตรียมตัวเดินทางต่อ เด็กวัดวิ่งมาที่รถตู้ของพวกเราในมือถือถุงใส่ กล้วยบวชชี มีกลิ่นหอมอ่อนๆ
ของกะทิ เห็นไหมละครับ ท่านน่ารักจริงๆ…

ในเวลาที่เราเดินทางกลับดูเหมือนว่าทุกคนจะหลับกันหมดคงมีผมกับคนขับรถเท่านั้นที่ไม่ได้หลับ คนขับที่ไม่ยอมหลับ
คงจะไม่ต้องอธิบายว่าทำไมเขาไม่หลับ ส่วนผมเองที่ไม่นอนเพราะมีเหตุผลอยู่อย่างเดียว ในระหว่างทาง ไม่ว่าจะไปใหน สิ่งที่เราได้ผ่านพ้นไปนั้นไม่ได้มีโอกาสบ่อยครั้งนักที่เราจะกลับมาที่เดิมได้อีกการได้มอง ได้จดจำ ได้คิดอะไรต่อสิ่งต่างๆที่ผ่านตาเราไป กลับเป็นเรื่องที่น่ากระทำ และสมควรกระทำมากกว่าการนอนหลับ ให้เวลาฆ่าสิ่งต่างๆ ที่ผ่านเลยไปโดยที่เราตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า เราพลาดสิ่งงดงามที่ผ่านไปแล้วกี่นาที กี่ชั่วโมง กี่กิโลเมตร

” มันเป็นเหตุผลส่วนตัว “

สวนยางยามเย็นมักตัดกับฉากท้องฟ้ามที่พระอาทิตย์กำลังลาจากซีกโลกหนึ่งไปทักทายซีกโลกหนึ่งแนวต้นยางสลับกันอย่างไร้ระเบียบ ดูสับสนวุ่นวาย ในขณะที่รถแล่นผ่านไป เพียงเหลือบตามองกลับมาที่กลุ่มต้นยางเดิมที่เพิ่งผ่านมา เราจะเห็น ต้นยางพวกนั้น เรียงแถวได้อย่างเป็นระเบียบ มองไปเหมือนทหารยืนจัดแถว ในความสับสนไร้ระเบียบกลับค้นพบความเป็นระเบียบซ้อนทับกันอยู่ นั่นก็ขึ้นอยู่ที่ว่า คุณยืนมองมันจากจุดใหนกันแน่ เด็กซุนซนมิใช่ว่าเป็นเรื่องไร้ระเบียบหากแต่ว่า นั้นกลับเป็นธรรมชาติของเด็ก เด็กไม่ซุกซนนับว่าผิดธรรมชาติอยู่บ้างแม้การแสดงออกจะเรียบเฉย อย่างน้อยในสมองเล็กๆ ไฉนเลยไม่คิดอะไรซุกซน ภายใน ผู้ใหญ่ไม่ใช่เด็กใหนเลยทราบได้

วันนี้ ผมยังนั่งทำงานอยู่ ฝนก็ยังตกเหมือนวันก่อนๆ ตกนานบ้าง แวบเดียวบ้าง เอาแน่เอานอนไม่ค่อยจะได้ แต่เวลาหลังฝนตกมักมีสิ่งหนึ่งที่คล้ายๆกันคือทางเดินมักเปียก ผู้คนเก็บร่ม แต่เราก็ยังต้องเดินบนทางที่เปียกต่อไปเพราะว่า เมื่อมีทาง
แสดงว่ายัง เดินต่อไปได้

จริงไหมละครับ

ใส่ความเห็น